เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ•ตอนที่ 3

แผนที่ที่สาบสูญ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
เสียงกระดาษปาปิรัสเก่าแก่ที่กรอบแกรบราวกับกระดูกแห้ง ส่งเสียงประท้วงเบา ๆ ใต้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือหนังของศิลา แสงจากตะเกียงน้ำมันพارส่องกระทบผงฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในอากาศชื้นและอับทึบภายในห้องใต้ดินของแคมป์สำรวจ กลิ่นอับของดินทรายอายุหลายพันปีผสมผสานกับกลิ่นชาดำเข้มข้นที่เพิ่งชงเสร็จ "คุณกำลังเดินเข้าสู่ทางตัน, ด็อกเตอร์ศิลา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่า แสงไฟสลัววาดเงาคมสันลงบนกรอบหน้าด้านข้าง ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองศิลานิ่งสนิท ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินติดกับดักที่ตัวเองวางไว้ ศิลาไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เขายังคงใช้พู่กันขนกระต่ายปัดเศษทรายออกจากรอยสลักรูปดวงตาแห่งฮอรัสบนแผ่นศิลาจำลองอย่างใจเย็น การเคลื่อนไหวของเขานุ่มนวลแต่หนักแน่น สะท้อนความระมัดระวังของคนที่ผ่านความเป็นความตายในหลุมศพโบราณมานับครั้งไม่ถ้วน "ทางตันของผม... ดีกว่าทางลัดสกปรกที่คุณเสนอมาหลายเท่าครับ, คุณเรย์" ศิลาเอ่ยตอบโดยไม่ละสายตาจากงาน ตรงหน้า "วัตถุโบราณชิ้นนี้มีไว้เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนเป็นตัวเลขในบัญชีธนาคารสวิสเซอร์แลนด์ของพวกพ่อค้าตลาดมืด" เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานช้า ๆ จนหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม "ประวัติศาสตร์งั้นหรือครับ?" เรย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงความกว้างของโต๊ะไม้ตัวเล็ก สายตาของเขากวาดมองแผนที่โบราณที่กางอยู่ "สิ่งที่ท่านพ่อของคุณอุทิศชีวิตแลกมาด้วยความตาย... ได้อะไรกลับมาบ้างล่ะครับ? ป้ายชื่อหินทรายที่ถูกลืมเลือนในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ฝุ่นเกาะหนาเตอะ กับหนี้สินที่สถาบันโบราณคดีทิ้งไว้ให้คุณเช็ดล้าง" คำพูดนั้นทำเอาปลายพู่กันในมือของศิลาหยุดชะงักทันที กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเขาขยับเกร็งจนนูนเด่น แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นวับวามด้วยประกายไฟแห่งความโกรธที่ถูกจุดขึ้นอย่างแม่นยำ ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของทั้งสองคนอย่างเงียบเชียบ เป็นสงครามจิตวิทยาที่ไม่มีใครยอมใคร "อย่าเอาความโลภของคุณมาเปรียบเทียบกับอุดมการณ์ของพ่อผม" ศิราพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "ผมไม่ได้เปรียบเทียบครับ... ผมกำลังช่วยคุณ" เรย์ยื่นมือเรียวยาวหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาเปิดพลิกดูอย่างถือวิสาสะ "คุณกำลังตามหาสุสานหลวงแห่งราชวงศ์ที่สามสิบด้วยแผนที่ฉบับนี้ใช่ไหมล่ะครับ? แต่อย่าลืมสิว่า อักษรไฮโรกลิฟิกที่สลักไว้บนนั้น มันถูกถอดรหัสผิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้าแล้ว ถ้าคุณดึงดันจะขุดตามพิกัดนั้น... สิ่งที่คุณจะได้เจอ ไม่ใช่อารยธรรมที่สาบสูญ แต่จะเป็นหลุมฝังศพของตัวคุณเอง" ศิลาขมวดคิ้วมุ่น แม้เขาไม่อยากยอมรับ แต่สัญชาตญาณทางวิชาชีพก็บอกเขาเช่นกันว่า ข้อมูลบางจุดในแผนที่แผ่นนี้มีความลักลั่นและซับซ้อนเกินกว่าที่ตำราเรียนทั่วไปจะอธิบายได้ เรย์รู้... และหมอนี่ก็รู้มากกว่าที่แสดงออก "คุณต้องการอะไรกันแน่, เรย์?" ศิลาตัดสินใจเปลี่ยนเกม เขาผ่อนลมหายใจออกทางจมูกช้า ๆ เพื่อดึงความนิ่งกลับคืนมา "คนระดับคุณไม่มานั่งเสียเวลาเล่นเกมประสาทกับนักโบราณคดีจนมุมคนนี้ฟรี ๆ แน่" เรย์วางสมุดบันทึกกลลับลงที่เดิม รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แต่นัยน์ตากลับจริงจังอย่างน่ากลัว "เรามาทำสัญญาทางธุรกิจกันครับ... ด็อกเตอร์" เรย์ยื่นมือขวาออกมาข้างหน้า "คุณใช้ความรู้ ความสามารถ และสิทธิ์ทางกฎหมายในการสำรวจพื้นที่คุ้มครอง ส่วนผม... จะใช้เงินทุน เครือข่ายการขนส่ง และ 'กุญแจ' สำคัญที่คุณไม่มีทางหาได้ด้วยตัวเอง เพื่อเปิดประตูสุสานนั้น" ศิลามองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง การร่วมมือกับนักค้าวัตถุโบราณผิดกฎหมายคือการเหยียบย่ำจริยธรรมวิชาชีพที่เขาถือ ศาสนาและจรรยาบรรณกรีดร้องคัดค้าน แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของเป้าหมายที่พ่อของเขาไขว่คว้ามาทั้งชีวิตก็ลอยเด่นชัดขึ้นมาในหัว "ถ้าผมปฏิเสธล่ะ?" ศิลาถามเสียงเย็น "คุณก็แค่ล้มเหลว... เหมือนที่พ่อของคุณเคยทำ" เรย์ตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของลมทะเลทรายที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอกแคมป์ ศิลากวาดตามองใบหน้าที่เรียบเฉยแต่เด็ดเดี่ยวของชายตรงหน้า เขาชั่งน้ำหนักระหว่างศีลธรรมอันบริสุทธิ์ที่กินไม่ได้ กับความจริงที่ถูกฝังกลบซึ่งเขาต้องสะสาง ศิลาตัดสินใจยื่นมือออกไปสัมผัสฝ่ามือของเรย์ แรงบีบกระชับแน่นสะท้อนถึงการตัดสินใจที่ไม่มีวันหวนกลับ "ตกลง... แต่ถ้าคุณตุกติก ผมจะเป็นคนฝังคุณไว้ใต้กองทรายพวกนั้นด้วยมือของตัวเอง" ศิลาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ, คู่หู" เรย์ยิ้มรับด้วยแววตาที่พึงพอใจอย่างยิ่ง เรย์หันไปหยิบกระบอกไม้ไผ่เก่าคร่ำครึที่วางอยู่มุมห้องออกมา วางมันลงบนโต๊ะแล้วค่อย ๆ ดึงม้วนกระดาษปาปิรัสอีกแผ่นที่เหลืองกรอบออกมาแผ่ทราบบนโต๊ะ แผนที่แผ่นนั้นเก่าแก่กว่าแผ่นที่ศิลามีเสียอีก ร่องรอยหมึกสีดำจาง ๆ วาดเส้นสายของเขาวงกตใต้ดินที่ไม่มีในบันทึกทางการใด ๆ บนโลก "นี่คือแผนที่จริง... แผนที่ที่สาบสูญซึ่งพวกนักล่าสมบัติสำนักอื่นตามหากันพลิกแผ่นดิน" เรย์กระซิบเบา ๆ พลางใช้นิ้วเคาะลงที่มุมล่างซ้ายของแผนที่ ซึ่งมีสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่ศิลาไม่เคยเห็นมาก่อนในสารบบโบราณคดี ศิลาเพ่งมองสัญลักษณ์นั้น หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรัวด้วยความตื่นตะลึง มันไม่ใช่ภาษาอียิปต์โบราณ... แต่มันคือภาษาที่เก่าแก่กว่านั้น ยุคสมัยก่อนที่ฟาโรห์องค์แรกจะสวมมงกุฎเสียอีก ทว่า ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของทรายยามวิกาลก็ดังขึ้นกะทันหัน จากด้านนอกหน้าต่างบานแคบของห้องใต้ดิน *กึก... กึก... กึก...* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนเดินปกติ แต่มันคือเสียงลากของวัตถุหนักบางอย่าง พร้อมกับเงาดำทึบที่ทาบทับลงบนบานหน้าต่างกระดาษสา... เงาของบางสิ่งที่รูปร่างบิดเบี้ยวผิดมนุษย์ มือนิ้วยาวเรียวที่ผิดรูปค่อย ๆ ยื่นขึ้นมาแตะกระจกหน้าต่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงลมหายใจแหบพร่าที่ดังลอดเข้ามาในห้อง เรย์หุบยิ้มทันที ดวงตาสีเทาเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "ดูเหมือนว่า... เราจะไม่ใช่แค่สองคนแล้วนะครับ ที่รู้ว่าแผนที่นี้อยู่ที่นี่" --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดใต้ผืนทรายนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%