"แม่จ๋า... ลันหิวพายแอปเปิ้ลที่แม่ทำเมื่อคืนแล้วค่ะ ถ้าแม่ไม่ยอมตื่นขึ้นมาแบ่งให้ สองพี่น้องจะกินจนหมดถาดแล้วปล่อยให้แม่กินลมหนาวแทนจริงๆ ด้วยนะคะ!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบดังขึ้น พร้อมกับแรงกระตุกเบาๆ ที่ชายเสื้อคลุมผ้าไหมเนื้อนุ่ม ลีลาวดีสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดที่วนเวียนอยู่กับตัวเลขบัญชีและรายงานยอดขายประจำไตรมาส ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาฉายแววอ่อนโยนขึ้นในทันทีเมื่อก้มลงมองสองร่างป้อมที่กำลังปีนป่ายขึ้นมาบนโซฟาตัวยาว
"เจ้าตัวแสบ... แม่บอกแล้วไงคะว่าอย่าเพิ่งวิ่งตอนที่ยังใส่รองเท้าสลิปเปอร์ เดี๋ยวก็ลื่นหกล้มกันพอดี" ลีลาวดีเอ็ดลูกสาวฝาแฝดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นดุ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยหยาดน้ำแห่งความตื้นตัน เด็กหญิงลันและเด็กชายลิลในชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายสีครีมเข้าคู่กัน ช่างถอดแบบโครงหน้า คิ้วเข้มคม และริมฝีปากหยักลึกมาจากใครคนนั้น... คนที่เธอพยายามลบเลือนออกไปจากความทรงจำตลอดห้าปีเต็ม
ไม่มีผิดเพี้ยน... ยิ่งพวกเขาโตขึ้น ร่องรอยของ "ภาคิน" ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นในตัวเด็กทั้งสอง จนบางครั้งลีลาวดีอดใจหายไม่ได้ว่า โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับเธอกันแน่ ที่ส่งพยานรักหน้าตาเหมือนอดีสามีผู้ไร้หัวใจมาให้เธอต้องเลี้ยงดูและรักจนสุดหัวใจ
"คุณแม่ใจร้าย... มัวแต่คิดเรื่องงานในกระดาษพวกนั้นอีกแล้ว ลิลบอกแล้วไงครับว่าให้บริษัทของลุงกรณ์ทำแทนให้หมด คุณแม่จะได้มีเวลาพาพวกเราไปสวนสนุกซะที!" น้องลิลส่งเสียงประท้วงพลางกอดอกทำแก่งอนใส่ ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองและสายตาที่ใช้มองค้อนเบาๆ นั้น ถอดพิมพ์ทรงมาจากประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่มาไม่มีผิด จนลีลาวดีต้องหัวسเราะออกมาเบาๆ
ห้าปีแล้วสินะ... นับตั้งแต่วันที่เธอหอบร่างอันแตกสลายและหัวใจที่แหลกเหลวเดินออกจากคฤหาสน์หลังโตหลังนั้น วันที่สายฝนโปรยปรายและไม่มีแม้แต่เสียงรั้งจากสามีที่เธอเคยรักหมดใจ ภาคินคงคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่งที่เดินออกไปจากชีวิตเขาอย่างอับจนหนทาง แต่เขาคงไม่มีวันรู้เลยว่า การก้าวเท้าออกไปในวันนั้น คือการปลดปล่อยตัวเองให้บินสูงขึ้นเหนือเงาอันมืดมนของเขา
จากอดีตภรรยาที่ถูกมองข้ามและเป็นเพียงหัวข้อซุบซิบในแวดวงไฮโซ ลีลาวดีในวันนี้คือนักธุรกิจหญิงผู้กุมบังเหียนแบรนด์จิวเวลรี่และแฟชั่นชั้นนำที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เธอสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยสองมือและหยาดเหงื่อ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าต่อให้ไม่มีเขา เธอก็ยืนหยัดได้อย่างสง่างามและมั่งคั่งไม่แพ้ใคร
"โอ๋ๆ แม่ขอโทษค่ะคนดี วันนี้เราเคลียร์งานเสร็จหมดแล้ว สัญญาว่าบ่ายนี้จะพาไปกินไอศกรีมร้านโปรดให้พุงกางเลย ดีไหมคะ?" ลีลาวดีโอบกอดร่างนุ่มนิ่มของลูกแฝดเข้าสู่อ้อมอก สูดดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรับเอาพลังชีวิตบริสุทธิ์ที่เด็กๆ มอบให้ ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมรวมกลายเป็นเกราะคุ้มกันอันแข็งแกร่ง หัวใจที่เคยด้านชาได้รับการเยียวยาจนกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติเพื่อลูกน้อยทั้งสอง
ในสายตาของคนรอบข้าง ลีลาวดีคือแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้เพียบพร้อมและประสบความสำเร็จสูงสุด แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ดีว่า หัวใจของเธอนั้นปิดตายจากความรักไปนานแล้ว เธอยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า การไม่มีผู้ชายใจร้ายเข้ามาในชีวิต คือของขวัญที่ดีที่สุดที่พระเจ้าเคยประทานให้
แต่ทว่า... โลกใบนี้ช่างกลมเสียเหลือเกิน และความสงบสุขที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมากับมือ ก็กำลังจะถูกทดสอบอีกครั้ง
"ก๊อกๆ... คุณลีคะ เอกสารสรุปยอดขายจากสาขาต่างประเทศมาถึงแล้วค่ะ และ... เอ่อ..." เลขาฯ สาวหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยอาการหอบสะท้าน สีหน้าของเธอซีดเผือดจนลีลาวดีต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
"มีอะไรหรือคะคุณมaิน ทำไมต้องทำหน้าตาตกใจขนาดนั้น?" ลีลาวดีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะวางมือจากแก้มของลูกชาย
"คือ... ทางผู้บริหารสูงสุดของพาร์ทเนอร์รายใหม่จากเมืองหลวงเพิ่งแจ้งเปลี่ยนกำหนดการกะทันหันค่ะ พวกเขาเดินทางมาถึงสำนักงานใหญ่ของเราเร็กว่ากำหนดสามชั่วโมง... และตอนนี้ ประธานของทางนั้นกำลังก้าวเข้ามาในห้องรับรองชั้นบนแล้วค่ะคุณลี!"
ลีลาวดีนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าความสงบสุขตลอดห้าปีที่ผ่านมา กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
"ใครกันคะที่เป็นประธานคนใหม่ ทำไมคุณถึงดูตื่นตระหนกขนาดนั้น?"
"ท่านประธาน... ประธานภาคินค่ะคุณลี! ภาคิน โชติอนันต์ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นค่ะ!"
ชื่อนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ลีลาวดีหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งขั้วโลก
ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องทำงานส่วนตัวซึ่งกั้นด้วยกระจกฝ้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง... ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่กาลเวลาไม่อาจทำลายความเย่อหยิ่งลงได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดชะงักลง... เมื่อสายตาคมปลาบของเขาปะทะเข้ากับร่างของหญิงสาวที่เขาตามหาพลิกแผ่นดินมาตลอดห้าปีเต็ม... และร่างเล็กป้อมของเด็กแฝดสองคนที่หน้าตาเหมือนเขาถอดแบบราวกับส่องกระจก!
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ภาคินชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ สายตาของอดีตสามีผู้เยือกเย็นกวาดมองภรรยาเก่าที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมามองเด็กน้อยทั้งสอง... แล้วลมหายใจของเขาก็สะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่างที่เด่นชัดอยู่ตรงหน้า
"นี่มัน... เรื่องอะไรกัน..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความสั่นเทา ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำขึ้นทีละน้อย เต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์บ้าคลั่งที่กำลังปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พิภพ "ลี... นี่เธอกล้าซ่อนลูกของฉันเอาไว้ตั้งห้าปีอย่างนั้นเหรอ!"
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "มิคายามวิกาล" นะคะ
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 5
ห้าปีผ่านไป: แม่เลี้ยงเดี่ยวคนเก่ง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!