หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 4

ความว่างเปล่าที่คฤหาสน์หลังใหญ่

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายน้ำหอมราคาแพงระยับปะปนกับกลิ่นกายของศจียังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูกของภาคิน ทว่าในวินาทีที่เขาผลักบานประตูไม้สักทองบานใหญ่ของคฤหาสน์หรูใจกลางเมืองเข้ามา ความเงียบงันราวกับป่าช้ากลับโถมเข้ากระแทกอกขวาของเขาอย่างแรง จนลมหายใจสะดุดกึก "เซอร์ไพรส์ค่ะคุณพี่ลี... คิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะตามมาเจอเร็วจนตั้งตัวไม่ติดแบบนี้?" ประโยคเย้ยหยันของศจีที่ยังก้องอยู่ในโสตประสาทเมื่อครู่ เหมือนถูกลบเลือนด้วยความผิดปกติบางอย่างที่สัมผัสได้ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้ ปกติแล้ว... ทุกครั้งที่เขาเดินกลับมาดึกดื่นไม่ว่าเวลาใด ลีลาวดีจะนั่งรออยู่บนโซฟาตัวยาวเสมอ ดวงตาคู่หวานที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความรักจะทอแสงอ่อนโยน พร้อมกับน้ำเสียงนุ่มนวลที่เอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่าเหนื่อยไหม แต่วันนี้... ไม่มีเงาร่างบอบบางนั้น ไม่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาคาโมมายล์ที่เธอชอบชงดื่มก่อนนอน ไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ "ลี?" ภาคินเอ่ยเรียกชื่อภรรยาออกไปอย่างไร้สาเหตุ หัวใจดวงโตที่เคยเต้นเป็นจังหวะมั่นคงกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้าจนถึงสันหลังอย่างไร้ที่มา เขาโยนกระเป๋าเอกสารลงบนโซฟาด้วยความหงุดหงิดที่ระคนความกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก ความเงียบสงบภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารนี้ ไม่ใช่ความสงบสุขอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่าหวาดกลัวราวกับบ้านทั้งหลังถูกสูบวิญญาณออกไปจนหมดสิ้น ชายหนุ่มสาวเท้าขึ้นบันไดวนไปยังห้องนอนใหญ่ที่อยู่ชั้นบนอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณบางอย่างกำลังร้องเตือนว่ามีบางสิ่งผิดปกติอย่างมหันต์ บานประตูห้องนอนไม่ได้ล็อก เขาผลักมันเปิดออกด้วยมือข้างเดียว ภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามา ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักงาร์ ไม่ใช่ความมืดมิด แต่เป็นความโล่งเตียนของห้อง ตู้เสื้อผ้าฝั่งของลีลาวดี... ว่างเปล่า เสื้อผ้าชุดสวยนับร้อยชุด กระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาเคยซื้อให้เป็นของกำนัลในวาระต่างๆ รองเท้าทุกคู่ และโต๊ะเครื่องแป้งที่เคยละลานตาไปด้วยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว บัดนี้กลับสะอาดสะอ้านอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าไม่เคยมีผู้หญิงที่ชื่อลีลาวดีอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อนในชีวิต "บ้าจริง..." ภาคินสบถลอดไรฟัน ความตื่นตระหนกเริ่มกัดกินขั้วหัวใจจนเขาต้องก้าวเข้าไปรื้อค้นลิ้นชักทุกบานด้วยความรุ่มร้อน และที่นั่น... บนโต๊ะทำงานตัวกระจกใสกลางห้อง มีกระดาษแผ่นหนึ่งวางทับด้วยที่ทับกระดาษคริสตัล สะท้อนแสงไฟสลัวจนเด่นชัด กระดาษแผ่นบางที่เปลี่ยนโลกทั้งใบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งให้พังทลายลงในพริบตา "ใบหย่า" ตัวอักษรสีดำสนิทบนหัวกระดาษตราครุฑปรากฏแก่สายตา ลายมือบรรจงและเป็นระเบียบเรียบร้อยของลีลาวดีจรดลงชื่ออย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีรอยลังเล ไม่มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสในชีวิต สายตาคมกวาดอ่านข้อความสั้นๆ ด้านล่างด้วยความรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ *‘ขอบunคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และขอให้คุณมีความสุขกับเส้นทางที่คุณเลือก ลีขอคืนอิสรภาพให้เราทั้งคู่ และนับจากนี้... อย่าได้พบเจอกันอีกเลย’* "ลีลาวดี! เล่นตบตาอะไรของเธอ!" ภาคินคำรามลั่นห้องด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นวิตกที่กำลังกัดกินอกซ้าย เขากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือหนา สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและทิฐิอันสูงส่งกรีดร้องสั่งให้เขาคว้าโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรหาภรรยา ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงสัญญาณดังยาวนานราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ก่อนจะตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียง *(“เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ค่ะ...”)* "เวรเอ๊ย!" เขาเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือกระแทกเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี เศษกระจกกระเด็น ภาคินหอบหายใจหนักหน่วง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธและ... ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน มันไม่ใช่แค่ความโมโหที่ถูกขัดใจ แต่มันคือความเวิ้งว้าง... ความหนתหนับที่แล่นลามเลียไปทั่วร่างกายราวกับอากาศกำลังถูกสูบออกไปจากปอด บ้านหลังนี้ใหญ่โตเกินไป ใหญ่เกินกว่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรับมือกับความเงียบงันที่กัดกินหัวใจ เขายืนนิ่งอยู่กลางห้องนอนที่ไร้เงาเจ้าของ ภาพความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างไม่ยอมหยุดหย่อน ภาพผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่คอยยืนส่งเขากลับบ้านด้วยรอยยิ้ม ภาพดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความคาดหวังในตัวเขา ภาพที่เขาเคยผลักไส ไล่ส่ง และทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยคำพูดที่แสนจะเยือกเย็นและไร้เยื่อใย *“คุณคิดว่าตัวเองมีความสำคัญนักหรือไง ลีลาวดี? ถ้าอยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกันนัก ก็จำใส่สมองไว้ว่าเธอเป็นได้แค่กาฝากในบ้านหลังนี้!”* คำพูดใจร้ายที่เขาเคยพ่นใส่เธอในอดีต ย้อนกลับมาตบหน้าเขาอย่างฉาดใหญ่ในวินาทีนี้ ภาคินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมหนานุ่มอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนาสั่นเทากุมขมับแน่น ความเย่อหยิ่งทระงตนที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า ความจริงอันโหดร้ายเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะทีละน้อย... เธอไปแล้ว... ผู้หญิงที่ยอมอดทนก้มหัวให้เขาทุกอย่าง หายออกไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรแล้ว ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมนและตื่นตระหนก สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษอีกแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ซึ่งปลิวตกลงมาตอนที่เขาปัดข้าวของด้วยความเกรี้ยววกราด ภาคินขยับกายเข้าไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัย นิ้วแกร่งกางกระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ มันไม่ใช่เอกสารทางราชการ... แต่เป็นภาพถ่ายอัลตราซาวด์ขนาดเล็ก ที่ถูกหนีบไว้ด้วยกระดาษโน้ตข้อความลายมือของแพทย์หญิงประจำโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พร้อมกับผลตรวจครรภ์ที่ระบุตัวเลขอย่างชัดเจน อายุครรภ์: 12 สัปดาห์ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของประธานหนุ่มขาดห้วงไปในทันที สมองอื้ออึงราวกับถูกค้อนเหล็กทุบซ้ำๆ หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น ท้อง... ลีลาวดีกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา! แล้วลูกของเขากำลังไปอยู่ไหน... ในเมื่อเธอก้าวเท้าเดินออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้อย่างไร้เยื่อใย พร้อมกับความว่างเปล่าที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง? ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการพลิกเกมครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%