กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมกลิ่นสังเคราะห์ราคาถูกโชยปะทะนาสิกของลีลาวดีอย่างจงใจ ก่อนที่แรงกระแทกจากร่างของใครบางคนจะทำให้เอกสารในมือของเธอปลิวว่อนลงสู่พื้นหินอ่อนขัดเงาวับ
"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีดิฉันเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ... ตายจริง! นี่มันคุณลีลาวดีนี่คะ ไม่นึกเลยว่าจะยังมีหน้ามาเดินเฉิดฉายอยู่ในตึกนี้ได้ หลังจากที่เคยโดนไล่ตะเพิดออกไปอย่างกับหมูเหมือนหมา"
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความเยาะเย้ยถนัดหูนั้นไม่ต้องเงยหน้ามองก็รู้ว่าเป็นใคร ศจี ยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาสมเพชเวทนา ชุดเดريسสีแดงเพลิงรัดรูปจนปริแทบแตกพยายามขับเน้นส่วนโค้งเว้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างโชกโชน พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะดึงดูดสายตาจากพนักงานรอบข้างและใครบางคนที่กำลังก้าวออกมาจากลิฟต์ส่วนตัว
ลีลาวดีไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวอย่างที่อีกฝ่ายวาดหวัง หญิงสาวเพียงแค่ก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารด้วยท่าทีสุขุม นุ่มลึก และเปี่ยมด้วยความสง่างามที่ถูกขัดเกลาขึ้นมาจากกองเพลิงแห่งความเจ็บปวดในอดีต เธอค่อยๆ ปัดฝุ่นบนปกแฟ้มเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สนทนาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ศจีชะงักกึกและรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"คนเราถ้าไร้ซึ่งยางอายเสียอย่าง ต่อให้เดินไปที่ไหนก็คงหน้าด้านพอจะเหยียบย่ำพื้นที่ของคนอื่นได้เสมอสินะคะ คุณศจี... ดิฉันจะมาที่นี่ในฐานะอะไร มันก็ยังสูงส่งกว่าการมายืนทำตัวเป็นสุนัขคอยเห่าหอนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจ้านายเก่าอย่างคุณในตอนนี้"
"อีลี!" ศจีหน้าชาดลด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเรียวที่จิกเล็บยาวทาสีเจลฉูดฉาดสั่นระริกด้วยความแค้น "แกยังมีหน้ามาปากดีใส่วันนี้วันสุดท้ายสินะ! คิดว่าหย่าไปแล้วแล้วจะได้ดิบได้ดีหรือไง คินเขาก็แค่เวทนาแก... เขาน่ะรักฉัน! รู้ไว้ซะด้วยว่าเมื่อคืนนี้ คินเขาก็ยังโทรศัพท์มาหาฉัน ร้องเรียกหาฉันแทบขาดใจ!"
การแสดงออกอย่างน่าสมเพชของชู้รักเก่าทำให้ลีลาวดีแทบจะหลุดหัวเราะออกมาดังๆ ช่างน่าขันสิ้นดี... ผู้ชายที่เธอก้าวผ่านมาได้แล้วอย่างภาคิน กลายเป็นเพียงเศษซากอดีตที่เธอไม่เคยปรารถนาจะเหลียวแล แต่ทว่า กลับมีเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของศจีเสียก่อน
"ผมโทรหาคุณตั้งแต่เมื่อไหร่... ศจี"
ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวออกมาจากมุมเสา ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด สภาพของเขาในยามนี้ช่างดูไม่ได้เอาเสียเลย เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ เนคไทถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนมาหลายคืนติดต่อกัน ร่องรอยความโทรมและหยาดหยดความคลุ้มคลั่งสะท้อนชัดเจนในทุกย่างก้าวที่เขาพยายามเข้าหาลีลาวดี
ศจีหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา หญิงสาวรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสาร หยาดน้ำตาปลอมๆ คลอเบ้าทันทีเมื่อหันไปหาอดีตท่านประธานหนุ่ม
"คุณคินคะ... คือว่าผู้หญิงคนนี้มัน..."
"หุบปาก!" ภาคินตวาดลั่นจนพนักงานในโถงตู้กระจกเงียบกริบเป็นเป่าสาก สายตาคมกวาดมองศจีด้วยความเหี้ยมเกรียม "ฉันบอกเธอเป็นร้อยรอบแล้วนะศจี ว่าอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก และอย่าอาจเอื้อมมาแตะต้องลีลาวดี... ไสหัวไปซะ! ก่อนที่ฉันจะสั่ง รปภ. โยนเธอออกไปให้พ้นตึกนี้!"
ศจีหน้าเสียจนซีดเผือด หล่อนกัดริมฝีปากจนหอบสะท้านด้วยความอับอายและแค้นเคือง ก่อนจะกระแทกส้นสูงเดินหนีหายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตานับร้อยที่รุมประณาม
บรรยากาศในโถงกว้างเหลือเพียงความเงียบงันและความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ภาคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ลีลาวดีทีละก้าว หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำราวกับกลองศึก ความโหยหาที่กัดกินวิญญาณมาแรมเดือนทำให้เขายากจะควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
"ลี..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ ร่างสูงหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงคืบทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวและลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มโชยปะทะใบหน้าของหญิงสาว "ผม... ผมขอโทษ เรื่องเมื่อครู่... และเรื่องทั้งหมดในอดีต ผมรู้แล้วว่าผมโง่เง่าแค่ไหน"
ลีลาวดีถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยพันและไร้เยื่อใยอย่างสิ้นเชิง เธอปรายตามองเขาด้วยความสมเพชเวทนาไม่ต่างจากที่มองศจีเมื่อครู่
"คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกชื่อฉันแบบนั้นค่ะ คุณภาคิน" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "และกรุณาถอยออกไป ห่างจากฉันและชีวิตของฉันเสียที เพราะต่อให้คุณจะคุกเข่าร้องขอความตายตรงนี้ มันก็ไม่มีค่าอะไรกับฉันอีกแล้ว... สามีเก่าผู้ไร้หัวใจอย่างคุณ ควรจะจมอยู่กับความสำนึกผิดในนรกที่คุณสร้างขึ้นมาเองจะดีกว่า"
คำพูดนั้นกรีดแทงหัวใจภาคินจนเจ็บปวดเจียนตาย ราวกับมีใครเอาคมมีดมาเฉือนเนื้อซ้ำๆ ที่แผลเดิม เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะคว้าแขนเรียวของเธอไว้ด้วยความเร่าร้อนและขาดสติ
"ไม่... ลี! อย่าใจร้ายกับผมขนาดนี้เลย ผมขาดคุณไม่ได้จริงๆ ผมยอมแลกทุกอย่าง ขอแค่โอกาส..."
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" ลีลาวดีปัดมือเขาออกอย่างแรง แววตาเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าววาวโรจน์ขึ้น "ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวน่ารังเกียจแบบนี้ ฉันจะแจ้งความข้อหาคุกคามทางเพศทันที!"
ความเย็นชาและท่าทีที่แข็งกระด้างยิ่งกว่าหินผาของหญิงสาวทำให้ภาคินแทบคลั่ง สัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ถูกกดทับมานานระเบิดออกมา ชายหนุ่มพุ่งเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมหวานของเธอยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้น มือหนาคว้าเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะดึงรั้งเข้ามาชิดแนบกายโดยไม่สนสายตาใคร
"ปล่อยนะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" ลีลาวดีตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนขัดขืนแต่เรียวแรงของหญิงสาวหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มผู้กำลังคลุ้มคลั่งด้วยพิษรักพิษสวาทได้
"ใช่... ผมมันบ้า!" ภาคินก้มลงกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกายสะท้าน "ผมบ้าเพราะคุณคนเดียว... ตั้งแต่วันที่คุณทิ้งผมไป ร่างกายและวิญญาณของผมก็ไม่มีวันสงบสุขอีกเลย ลี... คุณลงทัณฑ์ผมให้ทรมานมามากพอแล้ว คืนนี้... คุณต้องเป็นของผมเหมือนเดิม!"
ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบจูบกลีบปากนุ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ ลีลาวดีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รสสัมผัสที่คุ้นเคยแต่แฝงด้วยความเร่าร้อนป่าเถื่อนทำให้สมองของเธอขาวโพลน ชายหนุ่มฉวยโอกาสที่เธออ้าปากประท้วง สอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างตะกละตะกราม มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ ส่วนมืออีกข้างโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาแนบชิดจนไม่มีช่องว่าง
ความโกรธเกรี้ยว ความโหยหา และความปรารถนาอันดิบเถื่อนผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก รสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนทำให้ร่างกายของลีลาวดีที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบาปลุกเร้าไฟสวาทที่เธอพยายามกดซ่อนไว้ให้โหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงหัวใจเต้นโครมครามสะท้อนก้องในความเงียบ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของภาคินกำลังเลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น และปลายนิ้วของเขากำลังจะปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนของเธอออกด้วยความมึนเมาในอารมณ์เสน่ห์หา...
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศวาบหวามลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดโดยไม่คิดจะสนใจ แต่จังหวะที่เขาชะงักมือไปเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลีลาวดีก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักร่างหนาออกไปเต็มแรง พร้อมกับเงื้อมมือตบเข้าที่ใบหน้าคมคายของเขาอย่างเต็มรัก!
เพี๊ยะ!
เสียงตบดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ใบหน้าของประธานหนุ่มหันไปตามแรงอารมณ์ รอยแดงปรากฏเด่นชัดบนแก้วสาก ลีลาวดีหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาทั้งโกรธเกรี้ยว ทั้งหวาดหวั่น และเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่เอ่อคลอ
"สารเลว..." เธอกัดฟันกรอด ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ "จำใส่สมองของคุณไว้... ว่าผู้หญิงคนที่คุณเพิ่งทำร่ายและลวนลามเมื่อครู่ คือคนที่คุณไม่มีวันได้ครอบครองอีกต่อไป!"
พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าหนี วิ่งตรงไปยังลิฟต์อีกตัวที่เพิ่งเปิดออกด้วยความเร็วสูง ทิ้งให้ภาคินยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น มือหนายกขึ้นแตะรอยแดงบนแก้ม สัมผัสความเจ็บแสบที่เทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในอก
แต่ทว่า... สายตาของเขาเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่หล่นออกมาจากกระเป๋าเอกสารของลีลาวดีที่ทำตกไว้ตอนยื้อยุดกันเมื่อครู่
มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดอ้าออก เผยให้เห็นแผ่นกระดาษรายงานผลตรวจสุขภาพและ... ภาพถ่ายอัลตราซาวด์เด็กแฝดสองคน พร้อมกับสำเนาสูติบัตรที่ระบุชื่อมารดาอย่างชัดเจน!
ดวงตาคมกริบของภาคินเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายแข็งทื่อราوกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เมื่อตัวอักษรบนกระดาษใบนั้นพุ่งเข้ากระแทกตาจนชาหนึบไปทั่วร่าง
...เด็กแฝดสองคน... ที่มีอายุตรงกันเป๊ะกับวันที่เธอหายตัวไปจากชีวิตเขา...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและสะใจนี้ด้วยกันนะคะ — มิคายามวิกาล
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 21
ศจีกลับมาสร้างเรื่อง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!