เสียงตบโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรูหราสไตล์โมเดิร์นที่เคยเงียบสงบ เอกสารรายงานการเงินและแฟ้มประวัติย้อนหลังนับสิบปีถูกกวาดลงสู่พื้นอย่างไร้ความปรานี เศษกระดาษกระจายเกลื่อนราวกับพายุฤดูร้อนที่โหมกระหน่ำทำลายทุกสิ่งจนย่อยยับ
ภาคินยืนหอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาคมกริบสีนิลกาฬบัดนี้แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ราวกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ ภาพคำสารภาพจากปากคนสนิทและหลักฐานทางการแพทย์ชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกส่งตรงมาถึงมือเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ยังคงกรีดแทingซ้ำลงมาบนหัวใจของเขาอย่างเลือดเย็น
*...คุณลีลาวดีเคยตกเลือดอย่างรุนแรงเมื่อสามปีก่อน สาเหตุมาจากความเครียดสะสมและการถูกวางยาในเครื่องดื่ม... และคนที่อยู่เบื้องหลังในวันนั้น คือคุณศจีครับนาย...*
เสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจนแหลกสลาย เขาไม่เคยรู้เลย... ไม่เคยใส่ใจแม้แต่น้อยว่าผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาในเวลานั้น ต้องเผชิญกับนรกบนดินอันโดดเดี่ยวเพียงใด ในขณะที่เขาหลงเชื่อคำหวานและการเสแสร้งแกล้งมารยาของศจี ปล่อยให้ลีลาวดีต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียเกือบเอาชีวิตไม่รอด ลำพังแค่ความผิดที่เขาเคยผลักไสเธอในยามที่เธอต้องการเขามากที่สุด ก็เป็นดั่งบาปหนาที่ไม่มีวันล้างสะอาดได้อยู่แล้ว แต่นี่... เธือบอบช้ำทั้งกายและใจจากน้ำมือของงูพิษที่เขาเคยโอบอุ้มไว้ข้างกายอย่างโง่เขลา!
"ท่านประธานคะ... คุณศจีเธอขอพบค่ะ บอกว่ามีเรื่องสำคัญ..."
เสียงเลขานุการหน้าห้องดังผ่านอินเตอร์คอมด้วยความหวาดหวั่น แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะพูดจบประโยค ภาคินก็ตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียมจนคนฟังสะดุ้งสุดตัว
"ให้เธอไสหัวเข้ามาเดี๋ยวนี้!"
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ศจีปรากฏกายในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิง ใบหน้าแต่งแต้มประณีต รอยยิ้มออดอ้อนถูกยกขึ้นประดับริมฝีปากอย่างคุ้นเคย หล่อนก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเย้ายوان หวังจะใช้เรือนร่างและวาจาพะเน้าพะนอเข้าลูบคมเสือร้ายเช่นเคยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
"คินคะ เป็นอะไรไปหน้าตาดูเคร่งเครียดจัง ศจีเป็นห่วง—"
"หุบปาก!"
ภาคินคำรามลั่นราวกับสุนัขป่าบาดเจ็บ เขาพุ่งเข้าประชิดตัวหญิงสาวด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของศจีอย่างแรงจนหล่อนนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แรงบีบนั้นหนักหน่วงรากับคีมเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้กระดูกให้แหลกคามือ
"โอ๊ย! คิน! คุณทำอะไรศจีเนี่ย เจ็บนะ!" หญิงสาวร้องอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยพริ้มเพราเริ่มซีดเผือดเมื่อสบเข้ากับดวงตาของเขา ดวงตาที่ไม่มีประกายความอบอุ่นหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์และความเหี้ยมเกรียมระดับสูงสุด
"เจ็บงั้นเหรอ?" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบยิ่งกว่าสายลมในฤดูเหมันต์ "เทียบกับสิ่งที่เธอทำกับลีเมื่อสามปีก่อน มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ!"
ศจีสะดุ้งเฮือก สีหน้าเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเสแสร้งพังทลายลงในพริบตา "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไร ศจีไม่เห็นเข้าใจ..."
"ยังจะกล้าปฏิเสธอีกงั้นเหรอ!" ภาคินเหวี่ยงร่างของศจีversionกระเด็นไปชนกับชั้นวางหนังสือด้านหลังอย่างไม่ใยดี เอกสารหลักฐานชุดใหญ่ถูกปาใส่หน้าหล่อนจนกระดาษปลิวว่อน "ภาพจากกล้องวงจรปิด ประวัติการสั่งซื้อยา และปากคำของพยานที่รับสารภาพหมดแล้ว ว่าเธอเป็นคนวางยาในแก้วน้ำของลีในงานเลี้ยงวันนั้น! เธอเกือบฆ่าลูกของฉัน... เกือบทำให้ลีต้องตายคาเตียงโรงพยาบาล!"
ศจีทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น น้ำตาปลอมๆ เริ่มไหลรินเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสาร หล่อนรีบคลานเข้าไปเกาะขาอดีตท่านประธานหนุ่ม พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเว้าวอน
"คินคะ ฟังศจีก่อนนะ... มันเป็นเพราะศจีรักคุณ ศจีแค่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตเรา ศจีทำไปเพราะรักคุณคนเดียวนะคะ!"
"ความรักของเธอมันคือนรกสวรรค์เปรตอะไรวะ!" ภาคินก้มลงกระชากคอเสื้อของศจีขึ้นมาประชิดใบหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลจนน่ากลัว "เพราะความอิจฉาริษยาและจิตใจที่สกปรกของเธอ ทำให้ฉันกลายเป็นไอ้โง่ที่ทำร้ายผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิต! ไสหัวไปซะ! นับจากวินาทีนี้ไป แกกับฉันขาดกันเด็ดขาด!"
"ไม่นะคิน! คุณจะไล่ศจีไม่ได้! ศจีอยู่เคียงข้างคุณมาตลอดนะ!" หญิงสาวกรีดร้องสติแตก พยายามยื้อยุดฉุดกระชากชายหนุ่ม แต่ภาคินไร้ซึ่งความปรานี เขาเรียกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนเข้ามาลากตัวศจีออกไปจากห้องทำงานอย่างไม่ใยดี เสียงกรีดร้องโหยหวนและคำตัดพ้อต่อว่าค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดิน เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและลมหายใจที่หอบกระชั้นของชายหนุ่มผู้กำลังสำนึกบาปในยามที่สายเกินแก้
ภาคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างไร้เรี่ยวแรง ฝ่ามือหนากุมขมับแน่น หยาดน้ำลูกผู้ชายไหลรินลงมาเงียบๆ ความรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสกัดกินขั้วหัวใจ ยิ่งเขาได้รู้ความจริงมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเกลียดชังตัวเองมากเท่านั้น ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้เยื่อใย... ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสให้เผชิญความโดดเดี่ยว... คือคนที่แบกรับความบอบช้ำทั้งหมดไว้เพียงลำพัง
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศอันแสนอบอุ่นและบริสุทธิ์ ณ คฤหาสน์หลังงามอีกมุมหนึ่ง กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยฝาแฝด
"คุณแม่คะ! น้องลันเก่งไหมฮะ วาดรูปดอกไม้ให้คุณแม่ตั้งสามดอกแน่ะ!"
เด็กชายตัวน้อยแก้มป่อง นัยน์ตากลมโตเป็นประกายใสซื่อ วิ่งเตาะแตะเข้ามาซบลงที่ตักของลีลาวดี พร้อมกับชูแผ่นกระดาษระบายสีที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสให้หญิงสาวดูด้วยความภาคภูมิใจ
ลีลาวดีระบายยิ้มละมุน อ่อนโยน และงดงามราวกับดอกไม้แรกแย้มในยามเช้า เธอก้มลงลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของลูกชายด้วยความรักท่วมท้น หัวใจที่เคยแตกสลายและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น บัดนี้ถูกเยียวยาจนหายสนิทด้วยดวงใจดวงน้อยทั้งสองดวงนี้
"เก่งที่สุดเลยค่ะลูกชายของแม่ ไหน ให้แม่หอมแก้มเป็นรางวัลคนเก่งหน่อยเร็ว"
"ทางนี้ด้วยฮะคุณแม่! น้องลิลก็วาดรูปก้อนเมฆรูปหัวใจให้คุณแม่เหมือนกันนะค้า!" เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนวิ่งเข้ามาเกาะแขนอีกข้าง พร้อมกับทำแก้มป่องรอรับจูบจากมารดาอย่างออดอ้อน
ลีลาวดีหัวเราะเบาๆ อย่างมีความสุข เธอดึงลูกแฝดทั้งสองเข้ามาสวมกอดไว้แนบอก อ้อมแขนที่อบอุ่นและแน่นแฟ้นนี้คือเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ไม่มีรอยร้าว ไม่มีคราบน้ำตา มีเพียงความรักบริสุทธิ์ที่เติบโตผลิบานในหัวใจของสามแม่ลูก
สายใยแห่งความสุขแผ่ซ่านไปทั่วห้องนั่งเล่น เสียงหัวเราะคิกคักและกลิ่นหอมแป้งเด็กจางๆ ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในอดีตออกไปจนหมดสิ้น ลีลาวดีกอดเจ้าตัวเล็กทั้งสองไว้แนบแน่น ดวงตากลมโตทอประกายเด็ดเดี่ยว ชีวิตใหม่ของเธอกับลูกได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนกลับมาทำลายมันได้อีกเป็นครั้งที่สอง
ทว่า... ในจังหวะที่ความสงบสุขกำลังโอบกอดหัวใจของหล่อนไว้ เสียงกริ่งหน้าประตูคฤหาสน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ...
ชายหนุ่มร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและหยาดน้ำตา ยืนนิ่งงันอยู่ตรงหน้าประตูห้องนั่งเล่น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับเด็กน้อยฝาแฝดหน้าตาจิ้มลิ้มที่มีร่องรอยเค้าโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับแกะ... และร่างระหงของอดีตภรรยาที่เขากำลังตามหาแทบพลิกแผ่นดิน!
— มิคายามวิกาล
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 22
สุนัขบ้าผู้ปกป้อง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!