หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 23

บาดแผลที่ยังไม่จางหาย

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"คุณคิดว่าน้ำตาสองหยดกับคำขอโทษพร่ำเพรื่อในตอนนี้ จะล้างคราบสกปรกที่คุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงได้จริงๆ อย่างนั้นหรือคะ... ภาคิน" น้ำเสียงของลีลาวดีไม่ได้สั่นเครือ แต่มันกลับราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดน้ำแข็งที่กรีดผ่านผิวเนื้อจนแทบไม่รู้สึกเจ็บในวินาทีแรก ทว่ากลับทิ้งรอยแผลเหวอะหวะและหยาด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟริมทางส่องกระทบใบหน้าหวานที่บัดนี้ไร้ซึ่งความอ่อนแอ เธอยืนกอดอกมองอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า—แววตาที่เคยมีแต่ความรัก ความภักดี และความคาดหวังโง่ๆ แต่บัดนี้มันถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและเวทนาอย่างถึงที่สุด ภาคินชะงักง้าง ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งและดุดันกลับสั่นเทิ้มราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ มือหนาที่เอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กของเธอค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาด ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานนับตั้งแต่วันที่เธอกระโจนหนีหายไปจากขุมนรกแห่งนั้น กำลังบดขยี้อกเขาให้แหลกสลาย "ลี... ผม... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย..." เสียงทุ้มแหบพร่าและสั่นเครือ "เลวร้าย?" ลีลาวดีแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเสียดแทง "คำนี้มันน้อยเกินไปค่ะสำหรับสิ่งที่คุณทำ คุณจำได้ไหม... วันที่ฉันตั้งท้องลูกของเราได้สามเดือน วันที่คุณพาผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าบ้านอย่างออกหน้าออกตา แล้วบอกให้ฉันก้มหัวลงกราบเท้าเธอเพื่อแสดงความเจียมตัว" ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาบาดลึกในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน วันนั้นฝนตกหนัก ท้องฟ้าคำรามกึกก้อง แต่เสียงฟ้าผ่าก็ยังไม่น่ากลัวเท่าเสียงประกาศิตจากปากของสามีผู้ไร้หัวใจ ศจียืนยิ้มเยาะอยู่เบื้องหลังด้วยสายตาของผู้ชนะ ขณะที่เธอ—ภรรยาหลวงผู้กุมหัวใจรักทั้งหมด กลับถูกผลักไสให้ไร้ค่าราวก้อนกรวดริมทาง ภาคินหน้าซีดเผือด เขารู้สึกหายใจไม่ออกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอแน่น ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้น "วันนั้น... ผมมันบ้า ผมถูกความมืดบอดครอบงำ..." "ไม่ใช่ความมืดบอดค่ะ ภาคิน!" ลีลาวดีตวาดกลับด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย แววตาคุกกรุ่นด้วยไฟแค้นที่ถูกสุมจนลุกโชน "แต่มันคือความสันดานและความเห็นแก่ตัวของคุณ! คุณไม่เคยเห็นฉันเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ คุณเห็นฉันเป็นแค่เครื่องประดับบ้าน เป็นนางบำเรอที่ถูกกฎหมายที่คุณจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้ วันที่ฉันแท้งลูกคนแรกบนพื้นห้องนอนเย็นเฉียบ เพราะคุณลากฉันไปตบตีเพียงเพราะศจีใส่ร้าย... คุณจำสายตาของคุณได้ไหมคะ? สายตาที่มองมาด้วยความรังเกียจราวกับฉันเป็นแค่เศษขยะติดรองเท้า!" หยาดน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม แต่ลีลาวดีไม่ได้ยกมือขึ้นเช็ดมัน เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสูง ปล่อยให้ความเจ็บปวดเหล่านั้นเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเธอรอดพ้นจากขุมนรกนั้นมาได้อย่างไร "ลี... พอเถอะ ได้โปรด..." ภาคินก้าวเข้าไปประชิด ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอท่ามกลางความมืดมิด มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปกุมชายกระโปรงของเธอไว้แน่นราวกับคนจมน้ำ "ผมขอร้อง... ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้โปรดให้ผมได้ดูแลลูก..." ลีลาวดีก้มมองอดีตประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่บัดนี้ยอมคุกเข่าแทบเท้าเธอ ภาพนี้ช่างน่าสมเพชและสมน้ำหน้าในเวลาเดียวกัน ทว่าหัวใจของเธอกลับด้านชาจนเกินกว่าจะรู้สึกสงสาร มือเรียวบางเอื้อมไปจับปลายคางของเขาบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอิ่มสวย "ลูกเหรอคะ? คุณเพิ่งนึกขึ้นได้สินะว่าตัวเองมีลูกแฝด..." เธอโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหفก ปลายเสียงพร่าสั่นแต่เปี่ยมด้วยพิษสง "สายไปค่ะ ภาคิน... เด็กสองคนนั้นเติบโตมาได้ด้วยความรักของแม่คนเดียว โดยไม่มีเงาหัวของพ่อสารเลวอย่างคุณ และต่อให้คุณเอาเงินทั้งชีวิตมากองแทบเท้า ก็ซื้อรอยยิ้มของลูกฉันไม่ได้หรอก" ทันทีที่พูดจบ เธอก็สะบัดชายกระโปรงออกจากการเกาะกุมแล้วก้าวถอยหลังอย่างเด็ดเดี่ยว ภาคินเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวราญในอกที่กำลังจะสูญเสียทุกสิ่งอย่างแท้จริง ทว่า... ในจังหวะที่ลีลาวดีกำลังจะหันหลังเดินหนลับไป เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังพร้อมกับเสียงใสแจ๋วก็ดังขึ้นจากมุมมืดของสวนหลังบ้านพักตากอากาศ "หม่าม้าขา! น้องลันหิวน้ำ— เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้มาทำอะไรตรงนี้คะ ทำไมนั่งคุกเข่าเหมือนหมาหงอยเลยล่ะคะพี่ลิล?" ร่างป้อมๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยในชุดนอนลายกระต่ายวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาแม่ลีไว้แน่น ก่อนจะเอียงคอมองชายแปลกหน้าที่กำลังคุกเข่าด้วยความสงสัยใสซื่อ และตามมาด้วยเด็กชายอีกคนที่เดินถือตุ๊กตาหมีหน้าตาขรึมกว่าเล็กน้อย ภาคินชะงักง้ำ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ศีรษะของเขาชาหนึบเมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าเล็กจิ๋วที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขามาไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักนั้น... มันคือกระจกเงาของเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! หัวใจของประธานหนุ่มกระหน่ำรัวแรงด้วยความตกตะลึงและตระหนักรู้ เขากำลังจะเอמהปากเอ่ยคำว่า *"ลูก..."* ออกมา แต่ทว่า... พลันเสียงรถยนต์คันหรูสีดำสนิทก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่า พร้อมกับประตูฝั่งคนขับที่เปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าของชายหนุ่มอีกคน—ผู้ชายที่ลีลาวดีเคยแนะนำว่าเป็น "สามีใหม่และพ่อบุญธรรมของลูก" ก้าวลงมาโอบเอวบางของเธอไว้อย่างแนบชิด พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งตรงมาให้เขาโดยเฉพาะ! "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับที่รัก... ทำไมถึงมีหมาจรจัดมานั่งเร่ร่อนแถวบ้านเราดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้?" (โปรดติดตามตอนต่อไป... จุดพลิกผันที่ซัดหน้าพระเอกหมาบ้าจนกระอักเลือดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วค่ะ!) --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครเสมือนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ — "มิคายามวิกาล"
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%