หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 24

น้ำตาของลูกผู้ชาย

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
เสียงปิดประตูรั้วเหล็กดัดในยามวิกาลดังสนั่นก้องกังวาน ทำลายความเงียบงันของค่ำคืนที่ควรจะสงบสุข ลีลาวดีสะดุ้งเฮือก มือเรียวที่กำลังตระเตรียมขวดนมสำหรับลูกแฝดชะงักค้าง แววตาคู่คมที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังทันที ในขณะที่น้องลันและน้องลิลซึ่งกำลังเคลิ้มหลับอยู่บนเบาะนุ่มส่งเสียงอืออึงด้วยความตกใจ ร่างอรชรในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มรีบก้าวเข้ามาโอบกอดบุตรฝาแฝดไว้แนบอก สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนกระจกหน้าต่างบานใส "คุณลี... เปิดประตูให้ผมเถอะครับ ได้โปรด..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านบานประตูกลับสั่นเครือและแหบแห้งจนแทบจำไม่ได้ มันไม่ใช่เสียงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เย่อหยิ่ง และไร้หัวใจคนเดิมที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ภาคินในยามนี้เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่แตกสลายและยอมจำนนต่อความจริงอันโหดร้ายที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นด้วยมือ ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เธอกล้าเผชิญหน้ากับความตายมาแล้วในวันที่ต้องอุ้มท้องหนีตายโดยไม่มีแม้แต่เหลียวแล แล้วเหตุใดหัวใจจะต้องมากระตุกวูบไหวให้กับน้ำเสียงอ้อนวอนของอดีตสามีผู้เคยผลักไสเธอลงสู่ขุมนรกด้วยเล่า หญิงสาวค่อย ๆ วางลูกน้อยทั้งสองลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะสาวเท้าก้าวไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานหนา กลอนประตูถูกปลดล็อกด้วยมือที่มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก ประตูไม้เปิดออกพร้อมกับสายตาเย็นชาที่ตวัดมองผู้ชายในสภาพยับเยิน ภาพตรงหน้าเกือบทำให้ลีลาวดีเผลอหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ ภาคินผู้รักความสมบูรณ์แบบและรักษาภาพลักษณ์ยิ่งชีพในอดีต บัดนี้เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย เนคไทถูกกระชากจนยับยี่ เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง และที่น่าตกใจที่สุดคือรอยช้ำบนใบหน้าจากการชกต่อยกับกำแพงด้วยความคับแค้นใจ ทว่าสิ่งที่สะเทือนใจยิ่งกว่าคือหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยอยู่เต็มเบ้าตาคมกริบนั้น—น้ำตาของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยหลั่งให้ใครแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต "คุณมาทำไมที่นี่ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว" ลีลาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ไม่มีแววตาตัดพ้อ ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกลียดชัง ภาคินไม่ตอบคำถาม เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นปูนหน้าห้องอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรี เสียงเข่ากระทบพื้นดังทึบสะท้อนความเจ็บปวดที่อัดแน่นในอก ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายคุกเข่าลงแทบเท้าของหญิงสาวผู้ที่เขาเคยเหยียบย่ามอย่างไร้เยื่อใย มือหนาสั่นเทาระVปดก่ายกุมชายกระโปรงของเธอไว้ราวกับคนใกล้ตายที่ไขว่คว้าหาทุ่นสุดท้าย "ลี... ผมขอโทษ..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทา หยาดน้ำตาหยดแรกไหลรินอาบแก้มสาก ก่อนจะร่วงหล่นลงบนหลังเท้าเปลือยเปล่าของหญิงสาว "ผมมันเลว... ผมมันโง่เง่าที่สุดที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตหลุดมือไป ผมสมควรตาย... สมควรถูกลงโทษให้สาสมกับสิ่งที่ทำกับคุณ" ลีลาวดีก้มมองอดีตสามีด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ความรู้สึกในอกมันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย มีทั้งความสะใจที่ได้เห็นคนหยิ่งยศต้องมาคุกเข่าอ้อนวอน แต่อีกมุมหนึ่งก็มีความขมขื่นที่ไหลย้อนกลับมาเตือนความทรงจำในวันที่เธอต้องอุ้มท้องร้องไห้ปริ่มจะขาดใจโดยมีเพียงความเงียบเป็นเพื่อน "ปล่อยค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับพยายามดึงชายเสื้อผ้าของตนเองกลับ "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำท่าทางแบบนี้ที่นี่ าระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วค่ะ คุณภาคิน" "ไม่จบ! ไม่มีทางจบ!" ภาคินเงยหน้าขึ้นมองเธอ นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด หยาดน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน "วันที่ผมรู้ความจริง... วันที่ผมรู้ว่าคุณต้องอุ้มท้องลูกของเราไปเผชิญชะตากรรมคนเดียวโดยที่ผม... ผมนี่แหละคือคนที่ผลักไสคุณออกไป หัวใจผมมันเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ลี... ผมทรมานจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ถ้าไม่มีคุณกับลูก ผมก็ไม่รู้จะหายใจต่อไปเพื่ออะไร" คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจไม่ได้ทำให้ลีลาวดีใจอ่อนยวบลงทันที รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวยอย่างสมเพชเวทนา "เพิ่งมารู้สึกตัวเอาตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยหรือคะ คุณภาคิน ตอนที่ฉันอ้อนวอนขอความเห็นใจ ตอนที่ฉันกราบกรานขอให้คุณเชื่อใจ คุณเคยชายตามองฉันบ้างไหม? คุณเลือกเชื่อผู้หญิงคนอื่น เลือกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคนของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี... แล้ววันนี้คุณมาเรียกร้องอะไร? ความเห็นใจจากฉันอย่างนั้นหรือคะ?" ถ้อยคำเชือดเฉือนคมกริบดั่งใบมีดกรีดลงบนแผลสด ภาคินสะอื้นไห้จนตัวโยン เขาไม่กล้าแม้แต่จะเถียงสักคำเพราะทุกสิ่งที่เธอพูดคือความจริงอันเจ็บปวด เขายอมรับความผิดบาปทั้งหมด ยอมให้เธอตบตี ด่าทอ หรือทำลายเขาให้แหลقค่ายังดีเสียกว่าการถูกสายตาว่างเปล่าคู่นั้นมองมา "ผมรู้ว่าผมมันชั่วช้า... ผมไม่กล้าขอให้คุณอภัยให้ทันทีหรอกลี แต่ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้โอกาสผมได้ไถ่บาปให้กับสิ่งที่เราสูญเสียไปเถอะนะครับ" เขากราบลงที่พื้น แทบจะแนบหน้าผากกับปลายเท้าของเธอ "ไม่ว่าคุณจะต้องการให้ผมทำอะไร แลกด้วยอะไร ผมยอมทั้งนั้น... ขอแค่ผมได้อยู่ใกล้ ๆ คุณกับลูก" ในวินาทีนั้น เสียงร้องอืออึงจากภายในห้องนอนก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด น้องลันตื่นขึ้นมาและส่งเสียงร้องงอแงเพราะหิวนม ลีลาวดีสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบถอยหลังเพื่อหลุดพ้นจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม แต่ภาคินกลับไวouseกว่า เขารีบคลานตามและพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านประตูกระจกเข้าไปด้านใน และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก บนเตียงกว้าง ทารกน้อยฝาแฝดคนหนึ่งกำลังขยับตัวน้อย ๆ พร้อมกับส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้น... และโดยเฉพาะรูปปากที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา หัวใจของภาคินกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความจริงที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้าทำให้เข่าของเขาทรุดลงอีกครั้ง น้ำตาแห่งความปีติและสำนึกผิดไหลทะลักออกมาอย่างไร้การควบคุม นี่คือสายเลือดของเขา... เลื้อเนื้อเชื้อไขที่เขาเกือบทำลายมันด้วยความโง่เขลาของตัวเอง ลีลาวดีเห็นท่าทีของอดีตสามี หัวใจดวงน้อยกระตุกไหว เธอรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องเพื่ออุ้มลูกน้อยขึ้นมาแนบอก ปิดกั้นสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและโหยหาของคนภายนอก แต่ก่อนที่เธอจะทันได้หมุนตัวปิดประตู เสียงทุ้มสั่นเครือของภาคินก็ดังแทรกขึ้นมาแผ่วเบาจากกรอบประตู "ลี... ผมเจอเอกสารใบนัดแพทย์ในรถของคุณเมื่อตอนเย็น... และผลตรวจดีเอ็นเอสำเนาสุดท้าย... อยู่ในมือแม่ผมแล้วตอนนี้" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครเสมือนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ — "มิคายามวิกาล"
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%