หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 12

ผลตรวจ DNA ที่รอคอย

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กระดาษแผ่นบางในซองสีน้ำตาลที่ถูกเปิดออกด้วยมืออันสั่นเทา ไม่ได้เป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษรายงานทางการแพทย์ แต่มันคือใบมีดโกนที่กรีดลึกลงไปในกลางใจของภาคินอย่างไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจในฐานะประธานหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน บัดนี้กำลังเบิกกว้าง รูม่านตาหดเกร็งด้วยความตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ อักษรภาษาอังกฤษสามตัวที่ปรากฏเด่นหราบนบรรทัดสุดท้าย—*‘99.99% Probability of Paternity’*—พุ่งเข้ากระแทกโสตประสาทของเขาราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ลมหายใจของภาคินสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ที่เคยตั้งมั่นอย่างมั่นคงกลับเซถอยหลังไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานราคาแพงจนแฟ้มเอกสารร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้น เขากวาดสายตามองซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับคนเสียสติ พยายามปฏิเสธความจริงที่ตบหน้าฉาดใหญ่ ทว่าชื่อของเด็กชายลันและเด็กหญิงลิลที่พิมพ์อยู่อย่างชัดเจนบนหัวกระดาษ กลับตอกย้ำว่าเขานี่โง่เขลาเบาปัญญาเพียงใดที่เคยผลักไสสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลงสู่เหวลึกแห่งความเจ็บปวด “ไม่… เป็นไปไม่ได้…” เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและทรงอำนาจ บัดนี้สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ หัวใจในอกข้างซ้ายบีบอัดเข้าหากันอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากขย้ำ ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจราวกับฝันร้าย วันที่ลีลาวดีสะบัดหน้าหนีพร้อมกับรอยยิ้มหยันที่เคลือบด้วยหยาดน้ำตา วันที่เธอกล่าวคำว่า ‘หย่า’ ด้วยแววตาที่ตายด้านไร้เยื่อใย และวันที่เขาเคยปรามาสอย่างเลือดเย็นว่าเด็กในท้องของเธออาจไม่ใช่สายเลือดของเขาด้วยซ้ำ ใครจะคิดเล่าว่าในวันที่เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยเศษเสี้ยวชีวิตของเธอให้พ้นทาง ความจริงอันโหดร้ายนี้จะกลับมาตบหน้าเขาอย่างสาสมและเจ็บปวดที่สุด ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังงามย่านชานเมืองซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความสุขอันบริสุทธิ์ ลีลาวดีกำลังนั่งอยู่บนพรมขนสัตว์นุ่มสีครีม ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของลูกแฝดตัวน้อยที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อจำลองในมือ “คุณแม่ขา น้องลิลวาดรูปคุณแม่คนสวยเสร็จแล้วค่ะ!” เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงลิลดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งเข้ามาซบลงบนตักนุ่ม ลีลาวดีคลี่ยิ้มละมุน แววตาคู่สวยที่เคยเศร้าหมองและผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน บัดนี้ทอประกายความอบอุ่นและเด็ดเดี่ยวอย่างเต็มเปี่ยม มือเรียวบางลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกสาวอย่างทะนุถนอม “ไหนให้แม่ดูหน่อยสคะคนเก่ง… โอ้โห ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะคะเนี่ย ลูกสาวแม่เก่งที่สุดเลยค่ะ” ลีลาวดีเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางหอมแก้มยุ้ยของลูกสาวฟอดใหญ่จนเสียงหัวเราะคิกคักดังประสานเสียงกับน้องลันที่วิ่งเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง สายใยแห่งความรักความอบอุ่นนี้คือเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุด ลีลาวดีเรียนรู้แล้วว่าความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ทำให้เธอย่อยสลาย แต่มันหล่อหลอมให้เธอเป็นแม่ที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องดวงใจทั้งสองดวงนี้จากโลกอันโหดร้าย เธอไม่จำเป็นต้องหันหลังกลับไปมองอดีตสามีผู้เย็นชาอีกต่อไป ในเมื่อปัจจุบันเธอกับลูกมีกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทว่า… ความสงบสุขในใจของหญิงสาวกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงกริ่งหน้าประตูคฤหาสน์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยจังหวะที่กระชั้นชิดและรุนแรงผิดปกติ ราวกับผู้มาเยือนกำลังสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างสิ้นเชิง ลีลาวดีขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอสั่งแม่บ้านไม่ให้เปิดรับแขกแปลกหน้าในยามวิกาลเช่นนี้ แต่เสียงทุบประตูที่ตามมาพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ก็ทำให้เลือดในกายของหญิงสาวเย็นเฉียบลงชั่วขณะ “ลี… ลีลาวดี! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!” เสียงนั้น… เสียงที่เธอกล้ำกลืนฝืนทนฟังมานับแรมปี เสียงของชายผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความโกรธเกรี้ยวและแผลเป็นในใจที่คิดว่ามันเริ่มตกสะเก็ด กลับถูกกรีดซ้ำให้เลือดซิบขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะหันไปลูบหัวลูกแฝดด้วยความนุ่มนวล “น้องลัน น้องลิลขึ้นไปเล่นบนห้องกับคุณน้าแม่บ้านก่อนนะคะ ลูกคนเก่งของแม่ เดี๋ยวคุณแม่ลงไปจัดการธุระข้างล่างสักครู่ค่ะ” เด็กทั้งสองพยักหน้ารับด้วยความเชื่อฟัง แม้จะยังเด็กแต่แววตาสดใสก็มีความเฉลียวฉลาดที่ถอดแบบมาจากมารดาไม่ผิดเพี้ยน เมื่อร่างเล็กทั้งสองลับสายตาขึ้นบันไดไปแล้ว ลีลาวดีจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาคู่คมเปลี่ยนเป็นเย็นชาดั่งน้ำแข็งไร้ก้นบึง ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านด้วยฝาดก้าวที่มั่นคงและเด็ดเดี่ยว แอด… เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของภาคินที่ยืนหอบหายใจรุนแรง หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ทว่าสิ่งที่ทำให้ลีลาวดีต้องชะงักค้างไม่ใช่สภาพที่ดูไม่จืดของอดีตสามี แต่เป็นสายตาคู่คมที่แดงก่ำ เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดและความคลุ้มคลั่งที่จ้องมองมาที่เธอยิ่งกว่าคนเสียสติ มือหนาที่สั่นเทาของภาคินชูซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาตรงหน้า เขามองหน้าเธอนิ่ง น้ำเสียงแหบพร่าหลุดลอดไรฟันออกมาด้วยความเจ็บปวดเจียนตายที่สะสมอยู่ในอก “ทำไม…” ภาคินเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากเย็น แววตาคู่นั้นสั่นระริกราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า “ทำไมเธอถึงใจร้ายกับผมนัก… ซ่อนสายเลือดของผมไว้ตั้งนานสองนาน… เด็กสองคนนั้น… ลูกของเราใช่ไหมลีลาวดี!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ "มิคายามวิกาล"
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%