"ถ้าคุณก้าวเข้ามาในพื้นที่ของลูกฉันอีกก้าวเดียว ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกค่ะ คุณภาคิน"
น้ำเสียงของลีลาวดีไม่ได้สั่นเครือแม้แต่น้อย ความนิ่งสงบในดวงตาคู่สวยที่เคยมีแต่หยาดน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับคมกริบดั่งเศษแก้วที่พร้อมจะกรีดแทงทุกคนที่กล้าเข้ามารังingแกแก้วตาดวงใจทั้งสอง
ห้องรับแขกของเรือนพักตากอากาศส่วนตัวในต่างจังหวัด เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ ภาคิน ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเคยหยิ่งทะนงจนค้ำฟ้า ยืนแข็งค้างอยู่กลางห้อง ร่างสูงใหญ่ที่เคยใช้ความเย็นชาและวาจาร้ายกาจกดขี่เธอนับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ สายตาคมกราบกรานมองกวาดไปทั่วร่างของเด็กแฝดชายหญิงวัยห้าขวบที่กำลังหลบอยู่หลังชายกระโปรงของมารดา
ดวงตากลมโต จมูกรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากเวลาน้อยทั้งสองแสดงอาการหวาดระแวง... มันคือพิมพ์เดียวกันกับกระจกเงาที่เขาส่องดูอยู่ทุกเช้า!
"ลี..." เสียงของภาคินแหบพร่า รabกระชากหัวใจของคนฟังจนเจ็บแปลบ "เด็ก... เด็กสองคนนี้... คือ..."
"ไม่ใช่ลูกของคุณค่ะ" ลีลาวดีสวนกลับทันควัน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากสวย "จำไม่ได้หรือคะคุณคิน? วันที่เราหย่ากัน คุณเป็นคนบอกเองว่าเด็กในท้องฉันเป็นแค่ภาระ เป็นก้อนเลือดไร้ค่าที่คุณไม่ต้องการ และสั่งให้ฉันไสมันออกไปให้พ้นหน้า... วันนี้ความจำเสื่อมหรือไงคะ ถึงมาจำสิทธิ์ความเป็นพ่อเอาป่านนี้"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มยาวที่พุ่งเข้าปักอกชายหนุ่มจนเลือดโชก ภาคินรู้สึกราวกับหายใจไม่ทั่วท้อง ความจริงที่กระจ่างชัดอยู่ตรงหน้ากระแทกเข้าใส่ใบหน้าเขาอย่างจังจนชาดิก เขาเคยคิดว่าการหย่าขาดจากผู้หญิงคนนี้คืออิสรภาพ เขาเคยคิดว่าเด็กแฝดคือนรกที่เธอจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อผูกมัดเขาไว้ แต่ในวินาทีที่ได้รู้ว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมา เขาได้ปฏิเสธสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง เขาได้เหยียบย่ำหัวใจของภรรยาที่ซื่อสัตย์ที่สุดอย่างไร้ความปรานี หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มก็แทบแหลกสลายคามือ
"พ่อจ๋า... คนนี้ใครเหรอคะแม่ลี ทำไมเขาถึงร้องไห้ล่ะคะ?"
เสียงใสแจ๋วของน้องลิลเอียงคอถามมารดาด้วยความไร้เดียงสา นิ้วเล็กๆ ชี้ไปยังชายแปลกหน้าที่กำลังหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน ภาคินสะท้านเฮือกเมื่อได้ยินคำว่า 'พ่อ' จากปากเด็กหญิงตัวน้อย คำพูดนั้นบาดลึกยิ่งกว่ามีดกรีดเนื้อ
ลีลาวดีรีบดึงลูกทั้งสองเข้ามาสบอ้อมกอด อ้อมแขนที่อบอุ่นและสั่นเทานิดๆ ของผู้เป็นแม่โอบอุ้มปกป้องเด็กแฝดไว้แน่น ความรัก ความผูกพัน และหยาดเหงื่อแรงงานทุกหยดที่เธอทุ่มเทเลี้ยงดูแก้วตาดวงใจคู่นี้มาด้วยลำแข้งของตัวเอง ปรากฏชัดเจนอยู่ในแววตาที่เด็ดเดี่ยว
"เขาไม่ใช่พ่อหนูค่ะคนดี เขาเป็นแค่คนแปลกหน้า... เราเข้าไปข้างในกันเถอะนะคะลูก"
ลีลาวดีประคองลูกแฝดเตรียมจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่ภาคินกลับพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของเธอ มือหนาที่เคยใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาล บัดนี้กลับสั่นเทาขณะเอื้อมไปหมายจะจับชายผ้าเสื้อของอดีตภรรยา
"ลี... พี่ขอโทษ... พี่ขอร้องล่ะ ให้พี่ได้ไถ่บาปเถอะนะ"
เสียงของภาคินขาดห้วง ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ภาพของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นกลายเป็นเพียงสุนัขจนตรอกที่ยอมกราบกรานขอความเมตตาจากผู้หญิงที่ตนเคยผลไส
"ไถ่บาป?" ลีลาวดีก้มมองอดีตสามีด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกลียด แต่ยิ่งน่ากลัวกว่านั้นคือความเฉยเมย "คุณเอาอะไรมาคิดคะว่าบาปที่คุณทำกับฉันและลูก มันจะลบล้างได้ด้วยคำขอโทษแค่ไม่กี่คำ? ออกไปจากชีวิตของเราซะ ก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาลากคุณออกไป!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด ภาคินหน้าซีดเผือด รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยคำร้องขอร้องอีกครั้ง ประตูห้องรับแขกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างเพรียวระหงของศจี ชู้รักเก่าในอดีตผู้เป็นต้นเหตุของรอยร้าวทั้งหมด ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้า เธอกวาดสายตามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสะใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์สินะคะคุณคิน... แต่บังเอิญว่าเอกสารชิ้นนี้ ส่งตรงมาจากศาลเยาวชนและครอบครัวพอดี... เรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูเด็กแฝด... เกรงว่าคุณพ่อมือใหม่อย่างคุณ คงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเซ็นชื่อหรอกค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความรู้สึกของลีลาวดีด้วยกันนะคะ รักค่ะ! - มิคายามวิกาล
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 13
ความจริงที่กระแทกหน้า
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!