“สิทธิ์ในการเลี้ยงดู... หึ คุณยังกล้าพูดคำนี้ออกมาได้เต็มปากอีกหรือคะ ภาคิน?”
ลีลาวดีแค่นยิ้ม มุมปากของเธอเหยียดโค้งเป็นเส้นตรงที่เต็มไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสงลงเพราะความรัก กลับกลายเป็นคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงกระดูกดำของชายตรงหน้า
ภาคินยืนนิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่นของบ้านหลังเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับมันมาก่อน ชุดสูทแบรนด์หรูที่เคยเนี้ยบกริบกลับดูยับย่นและหม่นหมองเฉกเช่นเดียวกับแววตาของผู้สวมใส่ ความเงียบงันในห้องนี้มันช่างน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของชายผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น ‘เจ้าชีวิต’ ของเธอ
“ลี... ผม... ผมไม่ได้มาเพื่อแย่งลูก” เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นเครือจนน่าสมเพช
“แล้วคุณมาที่นี่ทำไมคะ? มาเพื่อยืนเป็นอนุสาวรีย์ความเห็นแก่ตัว หรือมาเพื่อประกาศศักดาว่าเงินของคุณสามารถซื้อศาลได้ทุกแห่งในประเทศนี้?” ลีลาวดีก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ส้นสูงของเธอกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะที่กดดันหัวใจคนฟัง “ถ้าจะมาเพื่อเรื่องนั้น บอกเลยว่าคุณคิดผิดค่ะ เพราะลูกสองคนนี้... คือชีวิตของฉัน และคนอย่างคุณ ไม่มีค่าพอจะแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผมของพวกเขา!”
คำพูดของเธอเหมือนมีดที่แทงลงกลางอก ภาคินทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างหมดแรง ความหยิ่งทะนงที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เขาก้มหน้าลงซบกับมือของตัวเอง ไหล่หนาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ก่อนที่หยาดน้ำตาเม็ดโตจะร่วงหล่นกระทบพื้นปาร์เกต์เป็นดวงเล็กๆ
“ผมขอโทษ...” เสียงนั้นแหบพร่าจนแทบขาดใจ “ผมรู้ว่าคำขอโทษมันไม่มีค่าอะไรเลย... ผมทำลายคุณ ทำลายความรักของเรา ทำลายทุกอย่างที่สร้างมาด้วยความโง่เขลาและความเย่อหยิ่งของตัวเอง... ลี... ได้โปรด... ผมไม่ได้ต้องการสิทธิ์อะไรทั้งนั้น ผมแค่... ผมแค่ต้องการเห็นหน้าลูก และขอโอกาสให้ผมได้ไถ่โทษ... แม้เพียงเสี้ยวเดียวของความผิดที่ผมทำไว้กับคุณก็ตาม”
ลีลาวดียืนมองภาพชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกละเอียด บัดนี้เขากำลังคุกเข่าอ้อนวอนราวกับสุนัขที่ถูกทอดทิ้ง ความรู้สึกสะใจในตอนแรกเริ่มจางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง
“ไถ่โทษงั้นหรือคะ?” เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่ “ตอนที่ฉันคลอดลูกเพียงลำพังในคืนที่พายุเข้า ตอนที่ลูกป่วยหนักจนแทบขาดใจ หรือตอนที่ฉันต้องกัดฟันสู้กับความลำบากเพียงลำพัง... คุณอยู่ที่ไหนคะภาคิน? คุณอยู่กับผู้หญิงคนนั้น... อยู่ในอ้อมกอดที่เย็นชาของคุณ และดื่มด่ำกับความสุขบนกองน้ำตาของฉัน!”
“ผมสำนึกแล้ว...” เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา “ผมยินดีจะแลกทุกอย่าง... แม้แต่ชีวิตของผม... เพื่อลบล้างสิ่งที่เคยทำไว้กับคุณ ลี... ที่ผ่านมาผมคือคนโง่เง่าที่สุดในโลก... ผมมันเลว... ผมรู้ตัวดี แต่ได้โปรด... อย่ากีดกันผมออกจากลูกเลยนะ”
ลีลาวดีนิ่งไป ครู่หนึ่งที่ดวงตาสองคู่ประสานกัน ความทรงจำสีเทาหม่นพรั่งพรูขึ้นมาเหมือนเขื่อนแตก เธอจำความร้อนแรงของร่างกายที่เคยแนบชิด จำรสสัมผัสวาบหวามในคืนที่เขายังมองเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งได้ดี... แต่บัดนี้ ร่างกายที่เคยต้องการเขา กลับสั่นไหวด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกัดกินด้วยเวลา
“คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงยอมให้คุณเข้ามาในบ้านหลังนี้วันนี้?” เธอกระซิบชิดใบหูเขาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เพราะฉันต้องการให้คุณเห็น... เห็นความจริงที่ว่า ต่อให้คุณจะคุกเข่าลงไปจนจมดิน คุณก็ไม่มีวันได้รับ 'หัวใจ' ที่ตายไปแล้วของฉันกลับคืนมา!”
ในขณะที่ภาคินกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าชายกระโปรงของเธอ เพื่อรั้งไม่ให้เธอเดินหนีไปจากความเจ็บปวดที่เขาก่อขึ้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ สองคู่ก็วิ่งตึงตังออกมาจากห้องนอนด้านใน พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วที่ทำให้หัวใจของภาคินกระตุกวูบ
“หม่ามี้คะ! ใครมาเหรอคะ?”
ร่างเล็กๆ ของน้องลันและน้องลิลปรากฏขึ้น ดวงตากลมโตสุกสกาวมองมาที่ชายแปลกหน้าผู้คุกเข่าอยู่บนพื้น ภาคินแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของเด็กแฝดที่ถอดแบบมาจากเขาเหมือนแกะสลักออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ทำให้ความรู้สึกผิดและโหยหาถาโถมเข้าใส่จนเขากลั้นเสียงสะอื้นไม่อยู่
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงประตูด้านนอกก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิด... ศจี! หญิงสาวก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ ใบหน้าของเธอยังคงเปื้อนรอยยิ้มร้ายกาจราวกับปีศาจที่หลุดออกมาจากขุมนรก
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาถูกเวลาพอดีนะคะ” ศจีปรายตามองภาคินที่คุกเข่าอยู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ลีลาวดี “ในเมื่อคุณคินมาขอโทษถึงที่แล้ว งั้นฉันก็ขอเสนอ 'ของขวัญ' ชิ้นพิเศษให้คุณสองคนได้รับรู้ความจริง... ว่าสิ่งที่ติดตัวคุณคินมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ความเสียใจ... แต่มันคือสิ่งนี้!”
เธอวางผลตรวจ DNA ใบหนึ่งลงบนโต๊ะกลาง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ลีลาวดีชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวอักษรบนกระดาษที่สั่นไหวอยู่ในมือของเธอเอง
*นี่มัน... หมายความว่ายังไงกันแน่?*
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและกล้าหาญไปกับลีลาวดีนะคะ มิคายามวิกาลสัญญาว่าจะร้อยเรียงทุกตัวอักษรให้ตราตรึงใจจนวางไม่ลงเลยค่ะ
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 14
การคุกเข่าครั้งแรก
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!