เสียงเคาะประตูที่ดังรัวราวกระหน่ำซัดด้วยความร้อนรน ไม่ได้ทำให้หัวใจของลีลาวดีไหววอนระส่ำระสายแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นดั่งจังหวะกลองรบที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณนักสู้ในตัวอดีตภรรยาผู้เคยโง่งอมคนนี้ให้ตื่นเต็มตา
แววตาคู่คมกริบกวาดมองผ่านช่องตาแมวของบานประตูนิรภัย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับที่ยับยี่ยศและชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างยามดึกดื่นของภาคิน กำลังยืนหอบหายใจรดเร้าด้วยความกระวนกระวาย สภาพของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและจองหองจนคอตั้งบ่าในอดีต บัดนี้ไม่ต่างอะไรจากสุนัขจนตรอกที่วิ่งตามกลิ่นสาบของเจ้าของเก่า—น่าเวทนา และไร้ซึ่งราคาค่างวดใดๆ ในสายตาของเธออีกต่อไป
"ลี... เปิดประตูให้ผมเถอะนะ ได้โปรด" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเปล่งวาจาดุด่าและประกาศิตเฉือดเฉือนหัวใจเธออย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับสั่นพร่า เจือไปด้วยร่องรอยของการพังทลายอย่างสมบูรณ์แบบ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกชื่อฉันแบบนั้น ภาคิน" ลีลาวดีเปิดประตูแง้มไว้เพียงน้อยนิด ร่างระหงในชุดนอนผ้าไหมเนื้อนุ่มยืนหยัดตระหง่านราวกับกำแพงน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนแอที่เคยซมซานหนีตายออกจากคฤหาสน์นรกหลังนั้น รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธอบาดลึกยิ่งกว่าคมมีดน้ำแข็ง "และที่นี่... ก็ไม่ใช่ที่ที่สุนัขจรจัดอย่างคุณจะมาส่งเสียงเห่าหอนได้ตามอำเภอใจ"
ภาคินชะงักงัน หัวใจของเขาเหมือนถูกควักออกมาขยี้จนแหลกเหลวเมื่อได้สบตาคู่ที่ว่างเปล่าและเย็นชาไร้ก้นบึ้งของอดีตภรรยา ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้ความปรานี ผู้หญิงที่เขาเคยปล่อยให้จมอยู่กับคราบน้ำตาและความโดดเดี่ยวโดยมีเพียงเงาของตัวเองเป็นเพื่อน บัดนี้เธอกลับงดงาม เปล่งประกาย และเข้มแข็งจนน่าหวาดหวั่น—เข้มแข็งเสียจนเขารู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าใต้รองเท้า
"ผมรู้ว่าผมเลว... รู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้" ภาคินพยายามแทรกกายเข้ามา แต่ลีลาวดีกลับใช้มือข้างหนึ่งดันบานประตูไว้มั่น แรงปะทะระหว่างคนทั้งสองสะท้อนถึงสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความทรมานจากพิษรักและพิษสำนึกผิดที่กัดกินขั้วหัวใจมาแรมเดือน "แต่ผมกลับมาแล้ว ลี... ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้กอดคุณ ได้กอดลูก..."
"ลูก?" ลีลาวดีทวนคำพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะในลำคอที่ทำเอาเลือดในกายของประธานหนุ่มเย็นเฉียบ "คุณยังมีหน้ามาพูดคำนี้อีกหรือคะ ภาคิน? วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณปล่อยให้ผู้หญิงแพศยาอย่างศจีเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันในบ้านหลังนั้น คุณเคยจำได้ไหมว่าตัวเองมีลูกติดท้องอยู่ด้วย?"
ภาพอดีตย้อนกลับมาบาดลึกในความทรงจำ คืนวันอันมืดมนที่เธอต้องกอดท้องป่องๆ ร้องไห้สะอึกสะท้อนอย่างไร้ที่พึ่ง ขณะที่สามีผู้เป็นดั่งดวงใจกลับไปกกกอดอยู่กับชู้รักอย่างไร้สำนึก ความเจ็บปวดเจียนตายในวันนั้นได้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย... และวันนี้ เธอก็พร้อมจะใช้น้ำแข็งก้อนนี้เชือดเฉือนหัวใจคนที่เคยทำร้ายเธอให้ตายทั้งกลม
"ลี... ผมสำนึกแล้วจริงๆ ทุกคืนที่ไม่มีคุณ ผมเหมือนตกนรกทั้งเป็น ศจีถูกผมเขี่ยทิ้งไปไกลจนไม่มีวันได้กลับมาแล้ว ได้โปรด... ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะ" ภาคินก้าวประชิด บีบมือตัวเองแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคมเข้มแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง มือหนาพยายามจะเอื้อมไปแตะปลายเสื้อของเธอ แต่ลีลาวดีกลับปัดป้องออกอย่างไม่ใยดี ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์สัมผัสของเขาเสียเต็มประดา
"โอกาสเหรอคะ? น่าเสียดายจัง..." เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า สายตากวาดมองร่างที่เคยสูงส่งของเขาด้วยความสมเพชเวทนา "เพราะต่อให้คุณเอาชีวิตมาแลก หรือกราบกรานแทบเท้าฉันจนเลือดสาดกระเซ็น... เศษเสี้ยวความรู้สึกสงสารฉันก็ยังไม่มีให้คุณเลยสักนิด"
"ลี..."
"ไสหัวไปซะ ภาคิน!" ลีลาวดีตวาดกร้าว น้ำเสียงทรงพลังและเด็ดเดี่ยวจนคนฟังสะท้านเฮือก แรงผลักครั้งสุดท้ายจากเรียวแรงทั้งหมดของหญิงสาวส่งร่างของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่เซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อหนาจะถูกกระแทกปิดใส่หน้าเขาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ปัง!
เสียงนั้นดังก้องสะท้อนในโถงทางเดินที่มืดมิด เช่นเดียวกับเสียงสะอื้นไห้ในอกของภาคินที่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างไร้ศักดิ์ศรี เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลรินออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน ความเย็นชาและเย่อหยิ่งทั้งหมดในอดีตถูกชำระล้างจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าและการตระหนักรู้ว่า... เขาได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเองไปตลอดกาลแล้ว
ทว่า... ในขณะที่ภาคินกำลังจะยอมแพ้และคลานหนีความอัปยศนั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กแฝดก็ดังแว่วมาจากด้านในห้องพักของลีลาวดี
"คุณแม่คะ! ใครมาเคาะประตูเหรอคะ เสียงดังปังๆ เลย" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับแรงดึงรั้งชายเสื้อของลีลาวดีที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาโอบกอดลูกสาวฝาแฝดทั้งสองคนไว้แนบกาย
ภาคินที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าห้อง ชะงักกึกทันทีเมื่อประตูห้องอีกบาน (ระเบียงด้านข้างที่เชื่อมต่อกัน) เปิดแง้มไว้เล็กน้อย ลมพัดโชยเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็ก และภาพที่ปรากฏแก่สายตาของประธานหนุ่มผ่านช่องกระจกใส... ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เด็กหญิงตัวน้อยสองคน หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาแก้ว ผิวขาวเนตรอมชมพู และที่สำคัญที่สุด... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ และโครงหน้าพิมพ์เดียวกันเป๊ะ... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ร่างของภาคินแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความจริงที่กระแทกเข้าตาทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ผลตรวจ DNA ที่เขาเคยคิดว่าไกลเกินเอื้อม... บัดนี้กลับไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป เมื่อพยานรักเลือดเนื้อเชื้อไขของเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงแค่บานกระจกบางๆ กั้นกลางเท่านั้น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและกล้าหาญไปกับลีลาวดีนะคะ มิคายามวิกาลสัญญาว่าจะร้อยเรียงทุกตัวอักษรให้ตราตรึงใจจนวางไม่ลงเลยค่ะ
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 15
กำแพงน้ำแข็งของแม่แฝด
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!