"เชิญคุณภาคินเก็บกวาดมารยาทแล้วออกไปจากห้องทำงานของดิฉันด้วยค่ะ... ถ้ายังไม่ออกไป ดิฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเชิญออกไปให้พ้นหน้าบริษัท"
น้ำเสียงของลีลาวดีราบเรียบ เย็นชา และคมกริบดั่งเศษแก้วที่ถูกบาดลึก เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ ราวกับว่าบุรุษผู้ยืนสง່າอยู่เบื้องหน้าเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน ทว่าดวงตาคู่สวยที่เคยฉาบแววร้าวรานในอดีต บัดนี้กลับเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวและเย่อหยิ่งจนน่าหวาดหวั่น
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกปลาบสีสนิมเหล็กจดจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่ตีรวนจนแยกไม่ออกระหว่างความหลงใหล ความสำนึกผิด และความคลุ้มคลั่งที่กำลังกัดกินหัวใจเขาจนแทบเป็นบ้า ใครเล่าจะจินตนาการออกว่า ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ผู้ซึ่งเคยเหยียบย่ำหัวใจของภรรยาตัวเองอย่างไม่ไยดี จะต้องมาลดตัวยืนตื๊อผู้หญิงที่ประกาศกร้าวว่า 'เกลียดเขาเข้าไส้' ได้นานนับสัปดาห์
"รปภ. ของคุณไม่มีปัญญาไล่ผมหรอก ลี..." ภาคินก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างอุกอาจ มือหนาวางกล่องกำมะหยี่สีแดงเพลิงลงบนแฟ้มเอกสารของเธอ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "แล้วก็... เลิกทำเป็นมองผมเหมือนคนแปลกหน้าเสียที เราเพิ่งจะ... ผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งหลายปี"
"หลายปีที่คุณทำเหมือนฉันเป็นแค่เครื่องประดับไร้ค่าในบ้านน่ะเหรอคะ?" ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกเก็บกดไว้ "หรือเป็นปีที่คุณควงศจีเข้าบ้านอย่างไม่แคร์ศักดิ์ศรีของฉันกันล่ะคะ คุณภาคิน? ความทรงจำพวกนั้นฉันไม่อยากจดจำมันหรอกค่ะ เพราะมันสกปรกเกินกว่าจะเอามาใส่สมอง"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นกลางใจของชายหนุ่ม ภาคินเจ็บแปลบจนต้องกรามขบเข้าหากันแน่น แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากแก้ตัว ในอดีต... เขาเคยโง่เง่า ปล่อยให้ความเย่อหยิ่งบังตา จนกระทั่งวันที่เตียงนอนว่างเปล่า ไร้เงาของภรรยา และข่าวการหย่าขาดถูกส่งมาถึงมือ พร้อมกับหัวใจของเขาที่แตกสลายไม่มีชิ้นดี
ทว่า... ยิ่งเธอผลักไส เขา—อดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง—ก็ยิ่งกลายร่างเป็น 'สุนัขบ้าคลั่งรัก' ที่ไร้ยางอายและพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เธอกลับคืนสู่อ้อมอก
"ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ลี..." ภาคินโน้มตัวลงต่ำ มือใหญ่ทาบลงบนขอบโต๊ะ กักขังร่างบางให้อยู่ในอาณัติ กลิ่นกายหอมกรุ่นประจำตัวของหญิงสาวที่เขาโหยหามาแรมปีโชยเข้าจมูกจนสติสัมปชัญญะแทบกระเจิง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "คุณจะด่า จะตบ หรือจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีผมให้จมดินเหมือนที่ผมเคยทำกับคุณก็ได้... แต่ขอร้องล่ะ อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าหัวใจผมตอนนี้มันเต้นเพื่อใคร"
"ถอยไปค่ะ! คุณเริ่มล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของดิฉันเกินไปแล้วนะ!" ลีลาวดีพยายามดันแผงอกกว้างออก ทว่าเรี่ยวแรงของหญิงสาวหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มผู้ปรารถนาจะครอบครอง เธอถูกดึงเข้าหาอ้อมกอดแกร่งอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความเร่าร้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
ดวงตาคมกริบของภาคินจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ ความหิวกระหายที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดนิ่งมานานระเบิดออก เขาไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ
"อื้อ..." ลีลาวดีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นทุบลาดไหล่หนาประท้วงสุดกำลัง รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความอ่อนโยน ทว่ามันเต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาไม่ได้ลิ้มรสมาเนิ่นนาน ความคุ้นเคยและเคมีที่ดึงดูดกันอย่างรุนแรงทำให้ร่างกายของหญิงสาวที่ตั้งกำแพงสูงลิ่วเริ่มอ่อนยวบลงทีละน้อย
มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทอย่างไร้ช่องว่าง ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังจนลีลาวดีเผลอครางแผ่วเบาในลำคอด้วยความลืมตัว ความโกรธเกรี้ยวที่มีก่อนหน้าถูกหลอมละลายหายไปในพริบตาภายใต้สัมผัสอันช่ำชองและเร่าร้อนที่จู่โจมอย่างไร้ความปรานี
ภาคินผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอาลัยอาวรณ์ ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากมน ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดกันและกัน นัยน์ตาของประธานหนุ่มฉาบแววปรารถนาอย่างดิบเถื่อนและชัดเจน
"ผมรักคุณ... ลี" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมหีบปาก "ต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหน ผมก็จะขอชดใช้... และทำทุกทางเพื่อให้คุณยอมกลับมาเป็นของผมอีกครั้ง"
"คุณมันบ้าไปแล้ว... ภาคิน" ลีลาวดีหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริกด้วยความสับสน เธอกำหมัดแน่นพยายามดึงสติที่หลุดลอยกลับคืนมา "เราจบกันไปแล้ว! และฉันไม่มีวันกลับไปเป็นของเล่นในกำมือคุณอีกเด็ดขาด!"
พูดจบ เธอก็สะบัดหน้าหนีแล้วควσόแฟ้มเอกสารเดินหนีเข้าห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านในอย่างไม่คิดจะเหลียวแล ปล่อยให้ภาคินยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่มีวันยอมแพ้... ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเพื่อตื๊ออดีตภรรยาคนนี้ เขาก็จะทำ!
---
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ย่านชานเมืองในเวลาต่อมา
ความเงียบสงบยามค่ำคืนถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กแฝดวัยกำลังซน 'น้องลัน' และ 'น้องลิล' สองพี่น้องฝาชายหญิงที่ถอดแบบหน้าตามาเหมือนกับมารดาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังวิ่งไล่จับกันรอบห้องนั่งเล่น ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของพี่เลี้ยง
"น้องลัน อย่าวิ่งเร็วนสลูก เดี๋ยวก็หกล้มหรอกค่ะ!" เสียงหวานใสของลีลาวดีกวักมือเรียกบุตรชายตัวน้อย ขณะกำลังจัดแจงวางแก้วน้ำนมอุ่นลงบนโต๊ะ
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าประตูคฤหาสน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ลีลาวดีขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ใครกันที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญ เธอก้าวเดินไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล
ร่างสูงโปรดของภาคินยืนพิงเสาประตูอยู่ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเลื้อนที่มุมปาก ทว่าสายตาของเขากลับไม่ได้มองมาที่เธอ... มันกำลังก้มลงมองเด็กแฝดตัวน้อยที่วิ่งออกมาดูว่าใครมาหน้าบ้าน
เด็กชายลันชะงักฝีปากเมื่อเจอคนแปลกหน้า ขณะที่ภาคินนิ่งงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
ดวงตาสีนิลกาฬของประธานหนุ่มเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง เมื่อมองสำรวจโครงหน้า คิ้ว และนัยน์ตาของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่เบื้องหน้า... มันช่างเหมือนกับ 'ตัวเขาเองในวัยเด็ก' ดั่งส่องกระจกเงา!
หัวใจของภาคินกระตุกวูบอย่างแรง ลมหายใจสะดุดก ก่อนที่สมองจะประมวลผลคำตอบที่เขาเพิ่งตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนี้
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอดนะคะ
*มิคายามวิกาล*
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 16
แผนการทวงเมียคืนฉบับท่านประธาน
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!