เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กแฝดชายหญิงดังประสานกันระงมทั่วห้องครัวโปร่งโล่ง ทว่าสำหรับภาคิน ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวอุปสรรคใดในโลกธุรกิจ กลับกำลังยืนเหงื่อตกพลั่กอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจที่ทรงอานุภาพที่สุดในชีวิต
“คุณป๋าขา... หน้าตาไข่เจียวของป๋า ทำไมมันถึงดูเหมือนแผนที่โลกแตกแบบนั้นล่ะคะ?” น้องลิล เอียงคอมองผลงานชิ้นโบแดงในกระทะด้วยดวงตากลมโตใสแป๋ว รอยยิ้มพรายบนดวงหน้าน้อยๆ นั้นเปี่ยมไปด้วยความซุกซนที่ถอดแบบมาจากมารดาไม่มีผิดเพี้ยน
“นั่นสิครับ... สีมันคล้ายถ่านไม้ในเตาผิงตอนหน้าหนาวมากกว่าของกินนะเนี่ย” น้องลันเสริมขึ้นอย่างรู้ทัน มือเล็กๆ กอดอกมองบิดาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยท่าทางราวกับผู้ตรวจการมืออาชีพ
ภาคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขากำหลิวในมือแน่น เสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังราคาแพงที่พับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกบัดนี้เปื้อนคราบแป้งและละอองน้ำมันจนหมดสภาพความเป็นผู้บริหารระดับสูง เหตุผลเดียวที่ทำให้ผู้ชายเย่อหยิ่งอย่างเขายอมมายืนทนอับอายขายหน้าอยู่ตรงนี้ ก็เพื่อพยายามซื้อใจโซ่ทองคล้องใจทั้งสองเส้นที่ยังคงระแวดระวังตัวจากเขาไม่เสื่อมคลาย
ลีลาวดีที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก ดวงตาคู่คมที่เคยฉาบด้วยความเจ็บปวดในอดีต บัดนี้พราวระยับด้วยประกายความสุขยามได้เห็นอดีตสามีผู้เย็นชาและไร้หัวใจ กำลังตกเป็นเบี้ยล่างให้กับแผนการแกล้งเบาๆ ของลูกแฝด
“ถ้าทำไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนหรอกค่ะคุณภาคิน อาหารเช้าสำหรับเด็กๆ ฉันเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว การเอาไข่ไก่ดีๆ ไปเผาไฟเล่นจนไหม้เกรียมแบบนั้น ดูจะไม่ค่อยคุ้มค่าใช้จ่ายสักเท่าไหร่กระมังคะ” เสียงหวานเอ่ยเย้าแหย่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงความสะใจอยู่ลึกๆ
ภาคินหันขวับมามองอดีตภรรยา ดวงตาคมเข้มฉายแววตัดพ้อแกแกมขอความเห็นใจ เขารู้ดีว่าทุกสิ่งที่ลีลาวดีทำในเวลานี้ คือการเอาคืนความใจร้ายที่เขาเคยฝังรากลึกไว้ในอดีต แต่ไม่ว่าเธอจะหมางเมินหรือเย็นชาใส่เขามากแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันถอยหลังกลับเด็ดขาด ในเมื่อสวรรค์ยังเมตตาประทานโอกาสให้เขาได้กลับมาแก้ตัว เขาก็พร้อมจะทำตัวเป็นทาสรับใช้ในบ้านหลังนี้ แม้จะต้องถูกลูกแฝดแกล้งจนหมดฟอร์มประธานบริษัทสักกี่ครั้งก็ตาม
“ไม่เป็นไรครับ... เพื่อลูกและ... เพื่อคุณ ผมทำได้ทุกอย่าง” ภาคินตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองตรงมาที่ลีลาវดีด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาหญิงสาวต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความหวั่นไหวในอก
“ใครอยากให้ทำกันเล่า! คุณป๋าคนนี้น่ะ สอบตกวิชาพ่อครัวแม่ครัวไปตั้งแบรนด์แรกแล้วค่ะ น้องลิลลงความเห็นว่า... ป๋าต้องถูกลงโทษ!” เด็กหญิงตัวน้อยประกาศิตเสียงใส ก่อนจะหันไปสบตากับพี่ชายฝาแฝดด้วยสัญญาณลับบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่มีทางตามทัน
ในชั่วพริบตานั้นเอง น้องลันก็แกล้งทำทีเป็นสะดุดขาตัวเองพุ่งเข้ามาหาภาคิน พร้อมกับถือถ้วยแป้งสาลีที่เหลืออยู่เต็มมือ
“โอ๊ะ! คุณป๋า ระวังครับ!”
“เฮ้ย! ลัน!” ภาคินร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบโผเข้าไปคว้าตัวเด็กชายไว้ตามสัญชาตญาณความเป็นพ่อ โดยลืมไปสนิทว่ามือข้างหนึ่งของตนเองเพิ่งจะหยิบจับตะหลิวที่เปื้อนน้ำมันร้อนๆ มา
แป้งสาลีสีขาวโพลนจึงถูกสาดเข้าเต็มใบหน้าคมคายของประธานหนุ่มอย่างแม่นยำ ราวกับจับวาง!
ห้องครัวตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงหัวเราะคิกคักของสองพี่น้องจะระเบิดออกมาดังลั่นบ้าน เมื่อภาพของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้กลายเป็น "คุณพ่อแป้งฝุ่น" ที่มีสภาพมอมแมมไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำ
ลีลาวดีถึงกับต้องยกมือขึ้นป้องปากกลั้นเสียงหัวเราะ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความขบขัน ภาพความเย่อหยิ่ง เย็นชา และน่ากลัวของภาคินในความทรงจำสีเทา ถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมลดตัวลงมาเล่นสนุกและยอมให้เด็กๆ แกล้งอย่างไม่ถือสาหาความ
ภาคินกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ผงแป้งที่เข้าตา ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มจางๆ เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... หัวใจที่เคยแห้งแล้งและด้านชามานานนับปี กลับรู้สึกพองโตและอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด นี่คือรสชาติของครอบครัว นี่คือความสุขที่เงินนับแสนล้านก็ซื้อไม่ได้ ความสุขที่เขาเคยโง่เขลาทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
“แสบนักนะสองแสบ... ร่วมมือกันหลอกคุณป๋าเหรอเนี่ย” ภาคินแกล้งทำเสียงดุ แต่นัยน์ตากลับทอประกายอ่อนโยนยวดยาน เขาย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับลูกแฝด ก่อนจะยื่นมือออกไปจิ้มจมูกน้องลิลเบาๆ จนเด็กหญิงหัวเราะคิกคักชอบใจ
“ก็ใครใช้ให้คุณป๋าทำไข่เจียวหน้าตาประหลาดล่ะคะ สมน้ำหน้า!” น้องลิลลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่เกรงกลัว
“เอาล่ะค่ะ เล่นกันพอหอมปากหอมคอพอนะคะเด็กๆ ไปล้างมือแล้วมาทานมื้อเช้าฝีมือแม่ดีกว่า ปล่อยให้คุณพ่อจอมเก๊กของลูกๆ ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเถอะค่ะ” ลีลาวดีเดินเข้ามาแทางกลาง พรางก้มลงลูบศีรษะลูกแฝดด้วยความรักใคร่ ก่อนจะเหลือบสายตาคมกริบมามองชายหนุ่มที่ยังคงนั่งยองๆ อยู่บนพื้น
“ครับ คุณแม่... ผมจะรีบไปจัดการตัวเองเดี๋ยวนี้แหละครับ” ภาคินรับคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นพิเศษ จงใจเน้นคำว่า "คุณแม่" เพื่อหยอกเย้าหญิงสาวทางอ้อม จนลีลาวดีต้องส่งค้อนวงใหญ่ให้เป็นรางวัล
บรรยากาศความอบอุ่นและเสียงหัวเราะคลอเคลียไปทั่วบ้านหลังน้อยตลอดช่วงเช้า ทำให้ภาคินรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย เขาร่วมโต๊ะอาหารเช้ากับลูกๆ และอภิปรายเรื่องสัพเพเหระอย่างมีความสุข แม้ลีลาวดีจะยังคงเว้นระยะห่างและคอยระวังตัวอยู่เสมอ แต่เธอก็ไม่ได้ไล่เขาออกจากบ้านเหมือนอย่างเคย นั่นคือสัญญาณบวกที่ทำให้หัวใจที่เคยสิ้นหวังมีความกล้าที่จะเดินหน้าต่อ
ทว่า... ความสุขมักผ่านไปรวดเร็วดั่งสายลมพัดผ่าน
ช่วงบ่าย ขณะที่ภาคินกำลังช่วยน้องลันต่อเลโก้อยู่ที่ห้องนั่งเล่น เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะความสุข ลีลาวดีซึ่งกำลังเก็บกวาดครัวเดินออกมาดูผ่านจออินเตอร์คอม ก่อนที่ใบหน้าเรียบเฉยจะแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและเย็นชาขึ้นมาทันที
ภาคินสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเงยหน้าขึ้นมอง “ใครมาเหรอครับลี?”
ลีลาวดีหันมาสบตาเขา แววตาคู่สวยไหววูบด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง
“ศจี... เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของภาคินแข็งค้างในทันที ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตและรังเกียจเดียดฉันท์พุ่งพล่านขึ้นมาในฉับพลัน
*****************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "มิคายามวิกาล" มาโดยตลอดนะคะ
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 17
อาหารฝีมือพ่อ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!