หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 18

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
หยดน้ำฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักรับรองของรีสอร์ทหรู ดั่งเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่บีบคั้นหัวใจของคนทั้งสองให้จมดิ่งลงสู่ห้วงความรู้สึกที่ไม่อาจหลีกหนี ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึก, เพื่อระงับอาการสั่นเทาของปลายนิ้วที่กำชายเสื้อกันหนาวแน่น ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างสูงใหญ่ของภาคินที่ยังคงยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มเยдяเย้ยที่เคยประดับอยู่บนเรียวปากสวยถูกแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันที่น่ากลัว อุบัติเหตุรถยางแตกกลางพายุยามวิกาล บีบบังคับให้พวกเขาต้องติดอยู่ร่วมกันในห้องพักเพียงห้องเดียวนี้อย่างไร้ทางเลือก และความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ก็หนาแน่นเสียจนแทบจะเชือดเฉือนผิวเนื้อให้ชาหนึบ "คุณควรไปพักผ่อนได้แล้วค่ะ, คุณภาคิน" ลีลาวดีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับสายน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่างเหินที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ส่วนฉันจะใช้เวลาที่เหลือตรงโซฟา... เราไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ร่วมกันเกินความจำเป็น" ภาคินไม่ตอบรับคำประกาศิตนั้น ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์ในเสี้ยววินาทีก่อนหน้า บัดนี้กลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและร่องรอยของความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "กลัวฉันเหريอ, ลี..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำลอดไรฟัน ขณะที่เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายคุ้นเคย—กลิ่นไม้หอมผสมกับความชื้นของหยดฝน—โชยปะทะนาสิก ลีลาวดีถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว "ฉันไม่ได้กลัว... ฉันแค่รังเกียจที่จะต้องหายใจร่วมกับคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันและแข็งกร้าวไม่แพ้กัน "ลืมไปแล้วหรือคะว่าเราหย่ากันขาดแล้ว สถานะระหว่างเราตอนนี้คือคนแปลกหน้า... หรือว่าสมองของคุณเริ่มเสื่อมถอยจนจำไม่ได้?" คำพูดเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น มือหนาเอื้อมออกไปทาบลงบนผนังข้างศีรษะของหญิงสาว กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม จนลีลาวดีต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่แอบประท้วงอยู่ในอก "คนแปลกหน้าอย่างนั้นเหรอ..." ภาคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้าเราเป็นแค่คนแปลกหน้า... ทำไมหัวใจฉันถึงยังเจ็บปวดเจียนตายทุกครั้งที่เห็นคุณทำตัวห่างเหินแบบนี้? ทำไมภาพในอดีตถึงยังตามหลอกหลอนฉันทุกค่ำคืน... คืนที่เราเคยแนบชิดกันจนแทบเป็นร่างเดียวกัน ลี... คุณลืมมันไปหมดแล้วจริงๆ น่ะหรือ?" สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้ผ่านกรอบหน้าเนียนนุ่ม ทำให้ลีลาวดีสะท้านเฮือก เธอปัดมือเขาทิ้งอย่างไม่ไยดี ทว่าภาคินกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น รั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับปทุมถันอวบอิ่ม ความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ราวกับแผดเผาเกราะป้องกันทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี "ปล่อยนะ!" เธอตวาดเสียงสั่น พยายามดึงข้อมือกลับ ทว่าแรงมหาศาลของชายหนุ่มกลับตรึงเธอไว้ราวกับคีมเหล็ก "ไม่... ฉันจะไม่ปล่อยอีกแล้ว" ดวงตาคมเข้มทอประกายความเร่าร้อนและดุดันจนน่ากลัว "ในอดีตฉันโง่เขลา... ฉันผลักไสคนที่รักฉันที่สุดออกไป และปล่อยให้ความหยิ่งผยองทำลายทุกอย่าง แต่วันนี้... ฉันจะไม่ยอมแพ้ความเย็นชาจอมปลอมของคุณเด็ดขาด ลีลาวดี" ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประทับปิดเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว สัมผัสนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน ทว่ามันคือความหิวกระหาย ความโหยหา และความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนาน ลีลาวดีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฟันแน่น พยายามเบือนหน้าหนีและทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง ทว่าอ้อมแขนที่โอบกอดเธอกลับแน่นหนาราวกับเหล็กกล้า รสจูบที่ดุดันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งเมื่อภาคินแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก ความคุ้นเคยจากรสสัมผัสในอดีตตื่นขึ้นมาตอบสนองร่างกายอย่างไม่รักดี ปลายประสาททุกส่วนของลีลาวดีชาหนึบ สมองที่เคยสั่งการให้ต่อต้านเริ่มพร่าเลือน กลิ่นอายความเป็นชายและรสชาติอันคุ้นเคยดึงเธอดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ที่เธอพยายามหนีมาตลอด เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังประสานไปกับเสียงฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก ภาคินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายได้กอบโกยอากาศ ทว่าดวงตาทั้งคู่ยังคงประสานกันอย่างเร่าร้อน มือหนาเลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน สัมผัสอันคุ้นเคยและวาบหวามปลุกเร้าเปลวไฟในกายให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุม "คุณมันคนใจร้าย... ภาคิน..." เสียงหวานพึมพำแผ่วเบาอย่างคนหมดแรงจะต่อต้าน ขณะที่มือเรียวเผลอขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว "ใช่... ฉันมันใจร้าย" เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ สร้างความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง "แต่ค่ำคืนนี้... ฉันจะไถ่บาปทั้งหมดด้วยร่างกายและหัวใจของฉัน... ให้โอกาสฉันได้พิสูจน์อีกครั้งนะ, ลี" แรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมานานนับปีพังทลายลงในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่คำรามก้อง ภาคินอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่รอคำอนุญาต ก้าวตรงไปยังเตียงนอนกว้างกลางห้อง ปรารถนาอันร้อนแรงและโหยหาหลอมรวมพวกเขากลืนกินกันและกัน ลีลาวดีหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลรินอาบแก้ม พร้อมๆ กับที่เปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนแผดเผาทุกความรู้สึกให้มลายหายไปในความมืดมิด ทว่า... ท่ามกลางความวาบหวามและห้วงเวลาแห่งความทรงจำที่กำลังหวนคืน เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงกลับสว่างวาบขึ้นมาในความมืด... หน้าจอโทรศัพท์สว่างจ้าเผยให้เห็นภาพถ่ายของเด็กแฝดชายหญิงหน้าตาน่ารักกำลังนอนหลับปุ๋ย พร้อมข้อความจากพี่เลี้ยงที่ส่งเข้ามาขัดจังหวะความสุขสมว่า: *"คุณลีคะ... น้องลันตื่นร้องไห้ตามหาคุณแม่ค่ะ บอกว่าฝันเห็นคุณพ่อมาหา... เอ๊ะ! หรือว่าคุณคินจะอยู่ที่นั่นด้วยคะ?"* ดวงตาของภาคินที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสสัมผัสพลันเบิกกว้างขึ้น ร่างสูงชะงักค้างทันทีเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นภาพหน้าจอที่สว่างวาบ... ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กแฝดทั้งสองคนที่มีโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน ราวกับกระจกเงา สะท้อนเข้าสู่ดวงตาที่กำลังตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%