กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นระคนไปกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยในชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน คือเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งที่สุดที่ลีลาวดีสร้างขึ้นเพื่อโอบกอดหัวใจตัวเอง หญิงสาววางจานขนมปังทาแยมสตรอว์เบอร์รีลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็ก ก่อนจะย่อตัวลงใช้ผ้าขนหนูผืนนุ่มซับหยาดเหงื่อบริเวณไรผมให้กับเด็กชายวัยสามขวบเศษที่เพิ่งวิ่งซนจนแก้มแดงปลั่ง
"น้องลันคนเก่งของแม่ค่ะ อย่าเพิ่งวิ่งเร็วนักสคะลูก เดี๋ยวหกล้มหัวเข่าแตกขึ้นมา แม่จะทำยังไงดีล่ะหึ"
ลีลาวดีเอ็ดลูกชายด้วยน้ำเสียงที่เจือรอยยิ้มเอ็นดู ดวงตากลมโตคู่สวยทอประกายความสุขล้นปรี่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต ความเจ็บปวดจากอดีตที่เคยถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดีในบ้านหลังใหญ่นั้น บัดนี้ได้ถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้นด้วยหยาดเหงื่อ แรงกาย และความรักบริสุทธิ์ของสองพี่น้องฝาแฝด "น้องลัน" และ "น้องลิล" ที่เธوفฟูมฟักมาด้วยสองมือ
เด็กชายตัวน้อยหยุดวิ่ง เอียงคอมองมารดาด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อ ใบจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบโครงหน้ามาจากใครบางคนอย่างชัดเจนจนแทบไม่ต้องคาดเดา ริมฝีปากจิ้มลิ้มแย้มยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลงไปที่แก้มข้างขวา เหมือนกับกระจกเงาสะท้อนตัวตนของอดีตสามีผู้เย็นชาคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
"น้องลันไม่ซนแล้วครับ... เอ๊ย! น้องลันไม่ซนแล้วค่ะแม่ลี" เด็กน้อยรีบเปลี่ยนสรรพนามตามที่มารดาพร่ำสอนด้วยความเอ็นดู ทำให้ลีลาวดีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วดึงร่างเล็กเข้ามากอดสูดดมความหอมเข้าเต็มปอด
ทว่า ความสงบสุขในยามบ่ายอันแสนอบอุ่นกลับถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบจากภายนอกประตูร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอ พร้อมกับเสียงกระดิ่งลมที่ดังกรุ๊งกริ๊งเตือนให้รู้ว่ามีแขกผู้มาเยือนก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตอันสงบสุขนี้แล้ว
ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นมองด้วยสัญชาตญาณของการระแวดระวัง และวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของเธอก็คล้ายจะสะดุดกكَะทันหัน
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มราคาแพงระยับที่คุ้นตาจนฝังใจ ยืนนิ่งงันอยู่ตรงธรณีประตู ภาคินในยามนี้ไม่ได้มีมาดของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเยសเย็นชาอย่างที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป ดวงตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความรังเกียจ บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนร้าวราน สองขาแกร่งก้าวเข้ามาข้างหน้าอย่างคนไร้สติ ราวกับถูกมนต์สะกดตรึงร่างไว้กับพื้น
หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง แม้เธอจะรู้ว่าสักวันหนึ่งวันนเวรย่อมตามทัน แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่ามันจะรวดเร็วและประชิดตัวถึงเพียงนี้
"คุณ... เข้ามาในนี้ได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะะคะ!" ลีลาวดีผุดลุกขึ้นยืนบังร่างเล็กของน้องลันไว้มิดชิด น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแม้จะพยายามควบคุมให้มั่นคงเพียงใด แต่ก็ยังสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่นที่ลึกเร้น
แต่ภาคินราวกับไม่ได้ยินคำขับไล่นั้น สายตาคมกริบคู่นั้นหลุดลอยผ่านร่างระหงของเธอไปหยุดนิ่งอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยที่แอบโผล่หน้าออกมาจากชายเสื้อของมารดา
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ภาคินรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ภาพถ่ายในซองเอกสารสีน้ำตาลที่เลขาหนุ่มเพิ่งยื่นให้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนว่าสะเทือนใจแล้ว แต่ภาพตรงหน้ากลับทรงพลังยิ่งกว่านับร้อยเท่า
เด็กชายตัวน้อยคนนั้น... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นคู่นั้น และแม้กระทั่งมุมปากยามที่แย้มยิ้ม... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ราวกับมีใครเอาพิมพ์เดียวกันมาถอดแบบไว้ ทฤษฎีความบังเอิญถูกปัดตกไปในเสี้ยววินาที สายเลือดที่เข้มข้นกำลังส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวานอยู่ในอกข้างซ้าย
"นะ... น้องลัน..." ภาคินพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า ดวงตาแดงก่ำรื้นด้วยหยาดน้ำใสอย่างไม่อาจควบคุมความรู้สึกที่ทะลักท้นขึ้นมาได้
"อย่าเข้ามาใกล้ลูกฉันนะ!" ลีลาวดีกรีดร้องเสียงหลง พร้อมกับทรุดตัวลงโอบกอดร่างของน้องลันเข้าแนบอกแน่น มือเรียวสั่นเทาปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าแก! ออกไปจากชีวิตของพวกเราซะ!"
ภาคินก้าวเท้าเข้าไปหาทีละก้าวอย่างคนหมดเรี่ยวแรง เข่าทั้งสองข้างแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคือผู้โง่เขลาเบาปัญญาที่สุด ที่ผลไสไล่ส่งเพชรเม็ดงามออกไปจากชีวิต พร้อมกับทำลายสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองด้วยความหยนิ่งผยอง
"ลี..." เสียงของเขาขาดห้วงเต็มไปด้วยความเวทนาและสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "นั่น... ลูกของเราใช่ไหม ลี... ลูกของเราใช่ไหม..."
ดวงตาของภาคินเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้น ภาพอดีตที่เขาเคยตวาดไล่, คำพูดดูถูกเหยียดหยาม, และความเย็นชาไร้หัวใจที่เขาเคยกระทำต่อเธอย้อนกลับมาทุบตีหัวใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้แล้ว... ว่าการสูญเสียที่แท้จริงมันมีรสชาติขมขื่นเพียงใด
ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี แววตาคู่สวยที่เคยอ่อนแอและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับแข็งกร้าว เย็นชา และฉาบด้วยประกายแห่งการเอาคืนอย่างสาสม รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว เป็นรอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจภาคินให้แหลกสลายเป็นจุลโดยไม่ต้องใช้คมมีดใดๆ
"เพิ่งรู้ตัวงั้นเหรอคะคุณภาคิน?" ลีลาวดีเค้นเสียงหัวเราะเย็นเยียบออกมา "สายไปแล้วล่ะค่ะ... เด็กคนนี้ไม่มีพ่ออย่างคุณ และต่อให้คุณจะคุกเข่าอ้อนวอนร้องขอความเมตตาแค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันยอมให้คุณมาพรากความสุขไปจากเราได้อีกเป็นอันขาด!"
บรรยากาศในร้านเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านและความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก ภาคินทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าอดีตภรรยาและลูกน้อยอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือหนาสั่นเทาเอื้อมออกไปหมายจะแตะปลายนิ้วของเด็กชาย แต่กลับถูกลีลาวดีปัดออกอย่างไร้เยื่อใย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ความโกลาหลจะปะทุขึ้นไปมากกว่านี้ เสียงกระดิ่งลมที่ประตูหน้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงอีกร่างหนึ่งในชุดเดรสหรูหราที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"พี่คินคะ! คุณอยู่นี่เอง น้องตามหา... เอ๊ะ!" ศจีชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่ลีลาวดี เด็กแฝดชายหญิง และภาคินที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะถอดสีลงจนซีดเผือดเมื่อกวาดตาไปเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของเด็กชายตัวน้อยที่ถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เดียวกัน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"มิคายามวิกาล"
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 11
เด็กชายหน้าเหมือน
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!