รอยเปื้อนสีน้ำมันสีครามบนปลายนิ้วเรียวของลีลาวดี เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเธอนั่งจมอยู่หน้าผืนผ้าใบมานานหลายชั่วโมงโดยไม่ยอมขยับไปไหน ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ กลิ่นอายของสีอะคริลิกและเฟรมผ้าใบคือพื้นที่ปลอดภัยเดียวที่อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งอย่างภาคินไม่มีทางก้าวล่วงเข้ามาได้ง่ายๆ... หากแต่ในความเป็นจริง นาทีนี้ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนื้อดีที่ถอดเสื้อนอกออกและพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นจนถึงข้อศอก กลับกำลังยืนนิ่งอยู่หน้ากองกล่องพัสดุและอุปกรณ์ศิลปะที่กระจัดกระจาย เขาไม่ได้ส่งเสียงรบกวนเธอแม้แต่น้อย มีเพียงรอยเหงื่อบางๆ ที่ขมับและคราบฝุ่นจากการลงมือจัดระเบียบห้องทำงานให้เธอด้วยตัวเองตลอดทั้งบ่าย
"คุณไม่ต้องมาทำแบบนี้หรอกค่ะ"
น้ำเสียงของลีลาวดีราบเรียบ เย็นชา และเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน เธอยังคงถือพู่กันค้างไว้โดยไม่หันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
ภาคินชะงักมือที่กำลังจัดเรียงหลอดสี เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ลมหายใจอุ่นร้อนถอนออกมาเบาๆ อย่างคนพยายามอดกลั้นความเหนื่อยล้าและอดทนต่อท่าทีผลักไสที่เธอแสดงออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชายหนุ่มผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใครคนนี้ ยอมลดตัวลงมาทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่ภาคินคนเดิมผู้เย่อหยิ่งและใจร้ายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว เขาขับรถมารับส่งลูกแฝดด้วยตัวเอง ยอมยืนรอท่ามกลางสายตาแปลก 3 ของผู้คนเพื่อซื้อขนมร้านโปรดที่เธอชอบ และกระทั่งวันนี้... วันที่เขาแอบมาช่วยจัดสตูดิโอวาดภาพให้เธอ เพื่อให้เธอมีพื้นที่สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างสะดวกสบายที่สุด
"ผมแค่อยากให้คุณทำงานได้อย่างสบายใจขึ้น... ลี" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยอ่อนอย่างปิดไม่มิด "ผมรู้ว่าคำพูดร้อยพันคำของผมมันไม่มีค่าพอที่จะลบล้างความเจ็บปวดที่คุณเคยเจอ แต่ให้โอกาสผมได้กระทำ... ให้ผมได้พิสูจน์ด้วยการกระทำของผมเถอะนะครับ"
ลีลาวดีหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอก้าวเท้าช้าๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววแตกสลายในอดีต บัดนี้กลับคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งที่พร้อมจะกรีดแทงหัวใจของคนที่ยืนสำนึกผิดอยู่ตรงหน้า
"การกระทำเหรอคะ? คุณภาคิน..." เธอย่างสามขุมเข้าไปใกล้ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นสีน้ำมันลอยแตะจมูกชายหนุ่ม "คุณคิดว่าการมาจัดห้องให้ฉัน หรือการทำตัวเป็นพ่อที่ดีในตอนนี้ มันจะทดแทนน้ำตาหยดเลือดที่ฉันเคยหลั่งตอนที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านได้จริงๆ งั้นเหรอคะ? มันง่ายเกินไปหน่อยไหมคะสำหรับคนที่เคยเหยียบย่ามหัวใจฉันจนไม่เหลือชิ้นดี"
ทุกถ้อยคำคมกริบราวกับเข็มนับพันเล่มที่ปักลงบนอกของภาคิน เขานิ่งงั้น ดวงตาคมเข้มไหวระริกด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหลบสายตาคมคลาของเธอ เขายอมรับทุกความเกลียดชังและทุกถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นด้วยความเต็มใจ เพราะเขารู้ดีว่าตัวเขาเองคือผู้สร้างนรกคู่นั้นขึ้นมาด้วยมือคู่เดิมนี้
"ผมรู้... ผมรู้ดีว่ามันไม่คุ้มกันเลยกับสิ่งที่คุณต้องเจอ" ภาคินก้าวเข้าไปประชิดเธออย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายหายไปต่อหน้าต่อตา สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเว้าวอนและความรักที่อัดแน่นจนล้นปรี่ "แต่ถ้าความผิดบาปในอดีตมันต้องชดใช้ด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจที่เหลืออยู่ทั้งหมดของผม... ผมก็ยินดี ลี... ผมขาดคุณกับลูกไม่ได้จริงๆ"
หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความแข็งกระด้างที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบังเริ่มสั่นคลอนอย่างน่ากลัว ภาพความพยายามของเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่อ่อนลง รอยยิ้มเหนื่อยล้าที่มอบให้ลูกแฝด หรือแม้แต่ท่าทางเงอะงะเวลาที่พยายามเอาอกเอาใจเธอ... ทุกอย่างมันแทรกซึมเข้ามาในกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างไว้ทีละน้อยจนเกิดรอยร้าว
เธอปากแข็ง... เธอยังคงปากแข็งเพราะกลัวว่าความใจอ่อนของตัวเองจะนำพาความเจ็บปวดครั้งเก่ากลับมาซ้ำรอยเดิม ลีลาวดีเบือนหน้าหนีจากแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนนั้น เพื่อหลบซ่อนความหวั่นไหวที่ฉายชัดอยู่ในดวงตา
"อย่ามาทำเป็นพูดคำว่ารักในตอนนี้เลยค่ะ มันน่าสมเพช..." เสียงของเธอยังคงแข็งกระด้าง แม้ว่าลมหายใจจะเริ่มติดขัด
"ถ้ามันน่าสมเพชนัก... คุณจะลงโทษผมยังไงก็ได้ ลี"
ภาคินไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วแต่ทว่านุ่มนวลพอที่จะไม่ทำให้เธอตกใจจนเกินไป ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาประชิดริมฝีปากอิ่มที่ยังคงเม้มแน่นด้วยความดื้อรั้น
"คุณ... ปล่อยนะ!"
คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาประกบลงมาทาบทับอย่างแนบแน่น รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความป่าเถื่อนหรือเย่อหยิ่งเหมือนในอดีต หากแต่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด ความสำนึกผิด และความรักที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน ภาคินบดFเบียดริมฝีปากลงมาอย่างเอาแต่ใจแต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลละมุนละไม เขาล่อลวง เรียกร้อง และชักจูงให้สติอันน้อยนิดของเธอหลุดลอยไปทีละนิด
ลีลาวดีพยายามจะทุบอกกว้างเพื่อผลักไส แต่เรียวแรงที่เคยมีกลับมลายหายสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาประคองท้ายทอยเธอไว้ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกันทำให้สติของเธอพร่าเลือน ริมฝีปากที่เคยดื้อรั้นเผยอรับสัมผัสวาบหวามที่เขาพยายามมอบให้อย่างเต็มใจ รสชาติของความโหยหาและความเจ็บปวดที่ผสมผสานกันในจูบนี้ ทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อไว้พังทลายลงในพริบตา
อารมณ์ปรารถนาอันลึกซึ้งและเร่าร้อนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน ภาคินผละริมฝีปากออกนิดเพื่อมองสบตาเธอก่อนจะพรมจูบซับน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ตรงหางตาของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็น ถูกเทoutมอบให้ผู้หญิงคนนี้แต่เพียงผู้เดียว ลีลาวดีหลับตาลงรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยหัวใจที่ยอมจำนน เธอพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ต่อความพยายามและความจริงใจที่หลอมละลายหัวใจด้านชาของเธอจนหมดสิ้น
ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนกำลังแผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งนั้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างเล็กๆ ของน้องลันที่ผลักประตูเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
"คุณแม่ขา! คุณแม่... เอ๊ะ? คุณพ่อทำอะไรคุณแม่อยู่เหรอคะ?"
ภาคินชะงักค้าง เขาผละออกจากริมฝีปากของภรรยาอย่างเสียดาย ลีลาวดีหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย เธอรีบผลักอกเขาออกแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลิบลับ ขณะที่ภาคินหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้ลูกสาวตัวน้อยที่ยืนเอียงคอสงสัย
ทว่า ในจังหวะที่ภาคินกำลังจะหันกลับมาเคลียร์กับลีลาวดี สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของเธอ... มันคือเอกสารทางการแพทย์ที่มีชื่อของเขาและผลการตรวจบางอย่างที่ถูกปิดผนึกไว้ครึ่งๆ กลางๆ แต่ตัวอักษรบางบรรทัดกลับสะดุดตาเขาเข้าอย่างจังจนลมหายใจสะดุดกึก!
---
**[คำขอบคุณจากผู้เขียน]:**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นแรงไปกับตัวละครในบทนี้นะคะ — **มิคายามวิกาล**
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 26
หัวใจที่เริ่มสั่นไหว
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!