หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 27

ค่ำคืนใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
“ถ้าคุณคิดว่าการคุกเข่าอ้อนวอนของอดีตสามีผู้สูงส่งจะทำให้ฉันใจอ่อนเหมือนในนิยายน้ำเน่าล่ะก็... คุณคิดผิดแล้วค่ะ ภาคิน” ลีลาวดีเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักริมทะเลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอเค็มของน้ำทะเลและกลิ่นจันทร์หอมจางๆ เธอพิงหลังกับระเบียงกระจก แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ร่างระหงในชุดนอนผ้าไหมสีงาช้างที่พริ้วไหวตามแรงลม ดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมไปด้วยความรัก บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่กรีดลึกไปถึงขั้วหัวใจของชายตรงหน้า ภาคินไม่ตอบ เขาทำเพียงก้าวเข้ามาใกล้ ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากกายแกร่ง มือหนาสั่นเทานิดๆ เมื่อเอื้อมไปแตะที่ปลายคางของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอโอกาสให้ตัวเอง... แต่ผมมาเพื่อขอโทษ สำหรับทุกอย่างที่ผมเคยพรากไปจากชีวิตคุณ ลีลาวดี” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่า มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่งที่เคยมี แต่เป็นความเวทนาต่อหัวใจของตัวเองที่เพิ่งตระหนักได้ว่าได้ทำลายสมบัติล้ำค่าที่สุดไปอย่างไร้ชิ้นดี เขาก้มลงประทับจุมพิตที่หลังมือเธออย่างเชื่องช้า สัมผัสที่ร้อนผ่าวของริมฝีปากชายหนุ่มทำให้อดีตภรรยาใจสั่นสะท้าน เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่ภาคินกลับรั้งร่างบางเข้าหาอกแกร่งอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น ในวินาทีนั้น กำแพงน้ำแข็งที่ลีลาวดีสร้างขึ้นกลับเริ่มปริร้าว “อย่าทำแบบนี้... คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องฉันเหมือนเดิมแล้ว” เธอกลั้นใจพูด แต่ลมหายใจที่หอบถี่กลับทรยศต่อความตั้งใจ “สิทธิ์ของสามีผมไม่มีเหลือแล้ว... แต่สิทธิ์ของชายคนหนึ่งที่รักคุณสุดหัวใจ... พอจะอนุญาตให้ผมพิสูจน์มันในคืนนี้ได้ไหม?” ภาคินไม่ได้รอคำตอบ เขาช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขนแล้วพาไปวางลงบนเตียงกว้าง แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นแววตาที่เว้าวอนของชายผู้เคยอยู่สูงส่งดั่งพระเจ้า บัดนี้เขากลับก้มกราบลงที่หน้าท้องแบนราบของเธอ สัมผัสถึงความเปราะบางและทิฐิที่ละทิ้งไปจนหมดสิ้น บทรักในค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่การหักหาญ แต่มันคือการร่ายรำของความรู้สึกที่ตกค้างมานานนับปี ลีลาวดีรู้สึกได้ถึงปลายลิ้นอุ่นร้อนที่ลากไล้ไปตามซอกคอและเนินอก มือหนาสอดประสานเข้ากับเส้นผมของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกำลังจะเป็นฟองอากาศที่ลอยหายไป ความร้อนแรงจากสัมผัสของภาคินเปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่แผดเผาความเจ็บปวดในอดีตให้มอดไหม้ เขากดจูบเน้นย้ำที่กลีบปากอย่างเรียกร้อง ก่อนจะค่อยๆ สอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าสู่ความอ่อนนุ่มที่คับแน่นและเปียกชื้น เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นท่วงทำนองแห่งความโหยหา ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น ภาคินปรนเปรอเธอด้วยความสำนึกผิดที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง ลีลาวดีจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่งด้วยความซ่านสยิว ความเจ็บปวดที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่ชวนให้ล่องลอยไปกับกระแสคลื่นแห่งความปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด “ลี... ผมขอโทษ... ผมรักคุณ” คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางห้วงอารมณ์ไม่ได้เป็นเพียงคำหวานหู แต่มันคือคำสัญญาจากลูกผู้ชายที่ยอมสยบแทบเท้าเธออย่างถวายหัว เมื่อพายุอารมณ์สงบลง ทั้งสองต่างนอนเคียงข้างกันในความเงียบสงัด ภาคินกอดเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะหายไปจากโลกใบนี้อีกครั้ง ทว่าในขณะที่ลีลาวดีกำลังจะคล้อยหลับด้วยความเหนื่อยอ่อน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ภาคินลืมวางทิ้งไว้บนหัวเตียง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่เขานำมาเพื่อตรวจสอบ 'ความลับ' ที่เขาเฝ้าสงสัยมาตลอด มือบางเอื้อมไปหยิบซองนั้นด้วยใจที่เต้นรัว ทันทีที่เปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือ 'ผลตรวจ DNA' ของเด็กแฝดชายหญิงคู่หนึ่ง ที่ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่คือ 'ลูกๆ' ของเธอ ภาคินที่เหมือนจะละเมอขึ้นมาขยับตัวเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง เสียงทุ้มกระซิบข้างหูอย่างเลื่อนลอยว่า “ลี... ผมรู้แล้ว... ว่าทำไมเด็กพวกนั้นถึงมีดวงตาเหมือนผม... เราไปหาลูกกันนะ” ดวงตาของลีลาวดีเบิกโพลง ความลับที่เธอพยายามปกปิดถูกกระชากออกมาจนหมดสิ้น และในวินาทีที่เธอคิดจะลุกหนี ประตูห้องนอนก็ถูกผลักออกอย่างแรงจากคนที่ไม่คาดฝัน... ศจี ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับโทรศัพท์ในมือที่กำลังบันทึกภาพทุกอย่างไว้! “เซอร์ไพรส์ไหมคะ คุณอดีตภรรยา... คืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายที่คุณจะได้มีความสุขสมใจนะคะ!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและหัวใจที่งดงามของลีลาวดีไปกับมิคายามวิกาลนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%