หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 31

รอยแผลเพื่อปกป้องครอบครัว

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
เสียงของเหล็กกล้าที่กระทบกันอย่างรุนแรงในความมืด พร้อมกับเสียงคำรามต่ำอย่างเจ็บปวดดังสนั่นขึ้นที่มุมอับของตรอกซอยข้างคฤหาสน์ ลีลาวดีสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นร่างสูงโปรดของภาคินถูกรุมล้อมด้วยชายฉกรรจ์สามคนในมือถืออาวุธครบมือ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนยามค่ำคืน ภาพตรงหน้าบีบเค้นหัวใจของเธอให้บีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าสิ่งที่ทำให้สติของเธอขาดผึ่งไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นภาพที่ภาคินใช้ร่างกายกำยำของตนเองเข้าปกป้องร่างเล็กๆ ของน้องลันที่กำลังกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวอย่างสุดขีด "คุณคิน!" เสียงหวานอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดหลายเดือนพรั่งพรูออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของลีลาวดีเคลื่อนไหวไปเองเร็วกว่าความคิด เธอพุ่งเข้ามาขวางระหว่างคมมีดที่กำลังจะพุ่งเข้าหาภาคินเป็นครั้งที่สอง พร้อมกับคว้าท่อนไม้ใกล้ตัวฟาดเข้าที่ศีรษะของคนร้ายคนหนึ่งอย่างสุดแรงเกิดด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา ดวงตาคมกริบของภาคินที่อาบไปด้วยคราบเลือดและเหงื่อเงยขึ้นมองเธอ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง เย็นชา หรือไร้หัวใจเหมือนในอดีตที่เธอเคยเกลียดชังอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความห่วงใยระคนเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ภายในนั้น เขากำลังใช้มือข้างหนึ่งที่ชุ่มไปด้วยเลือดโอบกอดปกป้องน้องลันไว้แนบอก แน่นเสียจนเด็กน้อยฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาและสะؤือกสะอื้นด้วยความหวาดผวา "ลี... หนีไป... พา... พาลันหนีไป..." เสียงทุ้มที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาบัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือ ลมหายใจของภาคินติดขัด ร่างกายของเขาโอนเอนแทบจะทรงตัวไม่อยู่จากบาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้างและแผ่นหลัง แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยมือจากเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าชีวิตของน้องลันคือนิรันดร์กาลที่สำคัญกว่าลมหายใจของตนเอง ความชุลมุนจบลงเมื่อตำรวจที่ลีลาวดีแอบกดโทรศัพท์แจ้งไว้ก่อนหน้านี้มาถึง เสียงไซренаกะพริบแสงสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาในตรอกแคบ กลุ่มคนร้ายรีบแตกฮือและหลบหนีไปในความมืด เหลือเพียงร่างของภาคินที่ทรุดฮวบลงกับพื้นเปียกชื้น โดยมีลีลาวดีพุ่งเข้าไปประคองร่างนั้นไว้ทันท่วงที "คุณคิน! ตั้งสติไว้นะคะ... อย่าเพิ่งหลับตา!" มือเรียวบางที่สั่นเทาพยายามกดแผลที่หลังของเขาเพื่อห้ามเลือด แต่วินาทีนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นว่าแผลฉีกขาดนั้นลึกและน่ากลัวเพียงใด เลือดสีแดงฉานไหลทะลักเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเนื้อแพงของเขาจนชุ่มโชก ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ลีลาวดีไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสละ จะยอมเอาชีวิตเข้ามาแลกเพื่อปกป้องลูกชายที่เขาเพิ่งรู้ว่าเป็นสายเลือดของตัวเองได้ถึงเพียงนี้ น้องลันสะอื้นฮักซบหน้าลงที่ตักของมารดา มือเล็กๆ ป้อมๆ เอื้อมไปแตะใบหน้าของภาคินที่มีรอยฟกช้ำและคราบเลือดเปื้อนอยู่ "คุณป๋า... เลือดออกเยอะมาก... เจ็บไหมฮะ..." ภาคินกัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวด ปลายตาที่พร่ามัวมองไปยังเด็กชายตัวน้อย เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปลูบศีรษะของน้องลันอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการย้ำเตือนสัมผัสนี้ให้ฝังลึกอยู่ในวิญญาณ ริมฝีปากที่ซีดเผือดแย้มยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด "ป๋า... ไม่เป็นไรครับคนเก่ง... ขอแค่... ลูกปลอดภัย... ป๋าแลกด้วยอะไรก็ยอม..." คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจของลีลาวดี น้ำตารินไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความแค้น ความขมขื่น และความเย็นชาที่เธอเคยใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดพังทลายลงในวินาทีนี้ เธอเห็นความสำนึกบาป เห็นความรักอันบริสุทธิ์ที่ผู้ชายคนนี้มีต่อลูก และเห็นการไถ่บาปด้วยชีวิตของเขาเอง ภายในห้องพักผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเงียบงันและความตึงเครียดที่เจือความอบอุ่นอย่างประหลาด ภาคินนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด ร่างกายเต็มไปด้วยผ้าพันแผลและสายน้ำเกลือระโยงระยาง แต่นัยน์ตากลับไม่ได้ละไปจากโซฟาตัวยาวที่น้องลันและน้องลิลกำลังนอนหลับใหลซบกันอยู่ โดยมีลีลาวดีคอยห่มผ้าให้อย่างทะนุถนอม เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น ลีลาวดีเดินถือถ้วยน้ำอุ่นเข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วย แววตาที่มองเขามีความซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย แม้จะมีความโกรธหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความซาบซึ้งใจกลับมีน้ำหนักมากกว่า "คุณควรพักผ่อนนะคะ อย่าเพิ่งขยับตัวเลย แผลยังไม่แห้งสนิท" เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความสุภาพ แม้จะมีความห่างเหินเจืออยู่ ภาคินฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่ดูน่าสมเพชตัวเองเหลือเกินในสายตาของเขา "ขอบคุณนะ... ลี ที่เธอไม่ทิ้งฉันไปไหนในตอนนั้น" ลีลาวดีชะงักมือที่กำลังจัดหมอนให้เขาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนและสำนึกผิด "ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณหรอกค่ะ... ฉันทำเพื่อลูกต่างหาก" "ฉันรู้..." ภาคินเสียงแผ่วลง ยอมรับความจริงด้วยความเจ็บปวด "ฉันรู้ว่าฉันมันเลวแค่ไหน... ฉันทำร้ายผู้หญิงที่รักฉันที่สุด ทำลายครอบครัวที่เราควรจะมีด้วยกัน แต่ลี... ได้โปรด ให้โอกาสฉันได้แก้ไขมันอีกสักครั้งเถอะนะ" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ลีลาวดีเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า เธอไม่อ่านใจเขาไม่ออก และไม่กล้าพอที่จะเปิดใจรับความเจ็บปวดครั้งเก่าเข้ามาอีก ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูก็แวบดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของพยาบาลสาวที่เดินถือซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด "คุณลีลาวดีคะ... ผลตรวจพันธุกรรม (DNA) ของคุณภาคินและเด็กแฝดทั้งสองคน... ทางห้องปฏิบัติการออกผลมาเรียบร้อยแล้วค่ะ" ภาคินเบิกตากว้างขึ้นทันทีด้วยความระทึกใจ ขณะที่ลีลาวดีหันขวับกลับมามองซองเอกสารในมือพยาบาลด้วยหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองเพล นิ้วเรียวของพยาบาลค่อยๆ ดึงกระดาษแผ่นสุดท้ายออกมาจากซอง ก่อนจะยื่นให้ลีลาวดีพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ "ผลปรากฏว่า... อัตราความเข้ากันได้ทางพันธุกรรม เป็นพ่อลูกกันอย่างสมบูรณ์แบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ" บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่งลงในฉับพลัน ลีลาวดีช็อกค้าง มือที่ถือกระดาษสั่นเทาจนแทบ ทรงตัวไม่อยู่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ยืนแอบมองผ่านกระจกใสบานเล็กตรงประตู—ศจี อดีตชู้รักผู้เคยสร้างรอยร้าว กำลังจ้องมองเข้ามาด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้ขนหัวลุก ก่อนที่ศจีจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู และส่งข้อความปริศนาเข้ามายังเครื่องของลีลาวดีทันที! *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดมาด้วยกันจนถึงบทนี้นะคะ*
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%