กลิ่นอายยาฆ่าเชื้อและไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องพักฟื้นวีไอพีโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ช่างน่าอึดอัดเสียจนคนเฝ้าไข้อย่างลีลาวดีแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
ดวงตาคู่คมที่เคยฉาบไว้ด้วยความเย็นชาและไร้เยื่อใย บัดนี้กำลังปิดสนิทอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด ริมฝีปากที่เคยใช้เอ่ยวาจาเชือดเฉือนหัวใจเธออย่างไร้ความปรานีในอดีต แห้งผากและซีดเซียว ร่างสูงใหญ่ที่เคยดูองอาจและทรงอำนาจ บัดนี้กลับดูเปราะบางเหลือเกินยามเมื่อมีสายน้ำเกร็งและอุปกรณ์การแพทย์ระโยงระยางเต็มแขนแกร่ง
ลีลาวดีถอนหายใจออกมาเบาๆ เปลือกตาคู่สวยไหวระริกยามทอดมองใบหน้าคมคายที่ยังมีร่องรอยความเจ็บป่วย แม้สมองจะพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าผู้ชายคนนี้ไม่สมควรได้รับความเห็นอกเห็นใจจากเธอเลยแม้แต่น้อย—หลังจากสิ่งที่เขาเคยทำลายชีวิตเธอจนย่อยยับ—แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับปฏิเสธที่จะละสายตาไปไหน
ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เธอคอยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตามกรอบหน้าและลำคอแกร่งให้เขาอย่างไร้รังเกียจ มือเรียวบางคอยปรับระดับความเร็วของน้ำเกลือ และคอยระวังไม่ให้ผ้าห่มตกลงมาจากอกกว้าง ความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนเร้นและสร้างกำแพงหนาเตอะเพื่อปกป้องตัวเอง บัดนี้มันกลับรั่วไหลออกมาทางแววตาและสัมผัสอ่อนโยนที่เธอมีต่อเขาอย่างปิดไม่มิด
"ทำไมถึงโง่ขนาดนี้... ภาคิน"
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากบางเบา เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างบนเตียงเริ่มขยับตัวอย่างอึดอัด เปลือกตาหนากะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสกับแสงไฟสลัว ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจะค่อยๆ ลืมขึ้นมาประสานกับสายตาของเธอพอดิบพอดี
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ดังสม่ำเสมอเป็นแบ็คกราวด์ ภาคินมองหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียง เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้หลวมๆ ใบหน้าสวยหวานที่ไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มแต่กลับตราตรึงใจเขายิ่งกว่าสิ่งใด แววตาของเธอไม่มีร่องรอยของการเยาะเย้ยถากถาง มีเพียงความห่วงใยระคนเหนื่อยล้าที่ฉายชัดจนเขาใจกระตุกวูบ
"ลี..." เสียงแหบพร่าหลุดออกจากลำคอของชายหนุ่ม เขาพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ความเจ็บแปลบที่แผลผ่าตัดบริเวณท้องทำให้ต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
ลีลาวดีรีบขยับเข้าไปใกล้โดยสัญชาตญาณ มือเรียวเอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งเพื่อห้ามปรามทันที "อย่าขยับค่ะ... แผลยังไม่แห้งสนิท คุณเพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่มานะ"
น้ำเสียงนั้นแม้จะพยายามราบเรียบและติดจะห่างเหิน แต่มันกลับเจือไปด้วยความกังวลที่ภาคินสัมผัสได้ชัดเจน หัวใจที่ด้านชาและว่างเปล่ามาเนิ่นนานของประธานหนุ่มกระชากวูบอย่างรุนแรง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มือหนาที่ไร้เรี่ยวแรงตัดสินใจเอื้อมขึ้นไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนแขนของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง
"เธอ... อยู่เฝ้าผมทั้งคืนเลยเหรอ" ภาคินเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่าง
ลีลาวดีชะงัก เธอมองมือหนาที่กุมมือเธอไว้แน่น ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อจนใจสั่นไหว หญิงสาวรีบดึงมือตัวเองกลับอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น
"อย่าเข้าใจผิดนะคะ ฉันแค่... ไม่อยากให้คุณเป็นอะไรไปในโรงพยาบาลนี้ เพราะถ้าคุณตายขึ้นมาเรื่องมันคงวุ่นวายและอาจจะส่งผลถึงลูกๆ ของฉันได้ ฉันทำเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและลูกเท่านั้นค่ะ"
คำแก้ตัวที่แสนเย็นชาและไร้เยื่อใยนั้นไม่ได้ทำให้ภาคินรู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับเจ็บแปลبيที่กลางอกราวกับมีใครเอามีดมาคว้าน รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นบนริมฝีปากซีดเซียว เขารู้ดีว่าตัวเองสมควรได้รับคำพูดที่เจ็บปวดเหล่านี้ สมควรได้รับการปฏิบัติต่างๆ นานาจากผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี
"ต่อให้เธอจะโกหก... แต่สายตาของเธอมันฟ้องนะลี" ภาคินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นและบาดลึก "เธอเป็นห่วงผม... ขอบคุณนะ"
ลีลาวดีเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต ภาพวันที่เธอยืนร้องไห้สะอื้นแทบขาดใจโดยไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความเห็นใจจากผู้ชายคนนี้ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก เธอกำมือเข้าหากันแน่นเพื่อเรียกสติและความเข้มแข็งกลับคืนมา
"คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้กับฉันค่ะ ภาคิน เราหย่ากันแล้ว สถานะของเราตอนนี้คือคนแปลกหน้าที่มีลูกร่วมกันเท่านั้น กรุณาจำใส่ใจเอาไว้ด้วยนะคะ"
น้ำเสียงที่เฉียบคมและแววตาที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวถูกส่งกลับไปราวกับลูกศรน้ำแข็ง ทว่าภาคินกลับไม่ยอมแพ้ เขาขยับตัวเข้าหาเธออีกครั้งด้วยความยากลำบาก ใบหน้าคมคายฉายแววเว้าวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อนในชีวิต
"ผมรู้... ผมรู้ว่าผมมันเลวทรามแค่ไหนในอดีต ลี... ผมทำร้ายผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตตัวเองด้วยมือของผมเอง แต่ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหม? ให้โอกาสผมได้ดูแลเธอกับลูกในฐานะพ่อและสามีที่ถูกต้อง... สักครั้ง"
บรรยากาศในห้องพักฟื้นเงียบสงบลงอีกครั้ง ความตึงเครียดและแรงดึงดูดทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนน่ากลัว ลีลาวดีจ้องมองใบหน้าของอดีสามีผู้เย่อหยิ่งที่บัดนี้ยอมคุกเข่าทางความรู้สึกต่อหน้าเธอ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปี
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอ C คำปฏิเสธใดๆ ออกไปเพื่อตัดรอนความหวังของเขา ประตูห้องพักฟื้นวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของพยาบาลสาวที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือเอกสารบางอย่างในมือ
"คุณลีลาวดีคะ! คือ... ผลตรวจ DNA พิเศษที่คุณหมอสั่งทำเพิ่มเติมด่วนที่สุด... ออกมาแล้วค่ะ!"
ลีลาวดีสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองพยาบาลสาวสลับกับภาคินที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยอย่างไม่เข้าใจในสถานการณ์ตรงหน้า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดมาด้วยกันจนถึงบทนี้นะคะ
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 32
ห้องพักฟื้นที่อบอุ่น
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!