หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 33

คำขอแต่งงานครั้งที่สอง

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายความอับชื้นของยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ในห้องพักฟื้นวีไอพีโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับสายตาคู่คมกริบที่กำลังจ้องมองร่างเพรียวบางของหญิงสาวตรงหน้า—ลีลาวดี "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันค่ะ, คุณภาคิน" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดั่งเศษแก้วที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจคนฟัง บนเตียงสีขาวสะอาด ภาคินในสภาพสวมเฝือกอ่อนที่แขนขวาและมีผ้าพันแผลระโยงระยางจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองวันก่อน กำลังมองอดีตภรรยาด้วยแววตาที่สั่นระริกเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด เขาไม่ใช่ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และไร้หัวใจคนเดิมที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนจมดินอีกต่อไปแล้ว ร่างกายที่เคยสง่างามบัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการไถ่บาป แต่นั่นมันก็สายเกินไป... สายเกินกว่าที่ผู้หญิงที่เคยตายทั้งเป็นอย่างลีลาวดีจะกลับไปแยแส "ผมไม่ได้สั่ง... ลี... ผมแค่ขอร้อง" ภาคินเค้นเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอที่แห้งผาก แววตาของเขาแดงก่ำ มือข้างที่ยังใช้งานได้ดีสั่นเทาขณะเอื้อมไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา ลีลาวดีกอดอก มองการกระทำนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดแทงความหวังอันน้อยนิดของเขาให้แหลกสลายเป็นจุล "คำขอร้องจากคุณ มีค่าเท่ากับเศษกระดาษทิชชúใช้แล้วค่ะคุณคิน จำไม่ได้หรือคะ ว่าคุณเคยโยนทะเบียนสมุดของเราทิ้งลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใยด้วยมือคู่นั้น" เธอยกปลายนิ้วเรียวขึ้นแตะที่อกเสื้อของตนเองอย่างเยือกเย็น "ผู้หญิงคนนี้เคยตายไปแล้ว ในวันที่คุณเลือกศจี... ในวันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระน่ารังเกียจ การที่คุณมานั่งอยู่ตรงนี้ สวมบทบาทเป็นหมาบ้าคลั่งรัก มันน่าสมเพชมากกว่าน่าสงสารนะคะ" คำพูดนั้นราวกับมีดนับพันเล่มกรีดลงบนแผลฉกรรจ์ในอกของภาคิน เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ แต่ความรู้สึกผิดกลับแผดเผาร้อนรุ่มจนหายใจแทบไม่ออก เขาจำได้ดี... จำทุกหยาดน้ำตา ทุกคำตัดพ้อ และทุกร่องรอยความเจ็บปวดที่เขาเป็นคนมอบให้เธอด้วยความโง่เขลาในอดีต แต่ทว่า... เขายอมตายเสียยังดีกว่าจะปล่อยให้เธอก้าวเดินออกจากชีวิตเขาไปอีกครั้ง "ถ้าความผิดของผมมันมากจนตายก็ล้างไม่หมด..." ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง เขายันกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ แม้ความเจ็บปวดจากซี่โครงที่หักจะแล่นริ้วไปทั่วร่างจนใบหน้าคมคายบิดเบี้ยว "ผมก็ยินดีจะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิต ชดใช้ให้คุณ... ลี แต่งงานกับผมอีกครั้งนะครับ" ฉับพลัน ฝาตลับกำมะหยี่สีแดงก็ถูกดีดเปิดออก เผยให้เห็นแหวนเพชรน้ำงามเม็ดโตเปล่งประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟในห้อง มันคือแหวนวงเดิมที่เขาเคยตั้งใจจะมอบให้เธอในวันครบรอบแต่งงานเมื่อสามปีก่อน—วันที่เขาเลือกจะหันหลังให้เธอและไปดินเนอร์กับชู้รัก ลีลาวดีก้มมองแหวนวงนั้น แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ไม่ใช่เพราะความซาบซึ้ง แต่เป็นเพราะความตลกขบขันในโชคชะตา "แหวนวงนี้... ยังมีคราบน้ำตาของฉันติดอยู่เลยนะคะ คุณกล้าดียังไงเอามาสวมให้ฉันอีกครั้ง" "ลี..." ภาคินขยับตัวเข้าหาเธออย่างลืมเจ็บ มือหนาเอื้อมคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้โดยสัญชาตญาณ แรงสัมผัสที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของทั้งคู่กระตุกวูบอย่างรุนแรง "ปล่อยค่ะ!" ลีลาวดีสะบัดข้อมือออกทันทีด้วยความรังเกียจ ทว่าภาคินกลับใช้มืออีกข้างรั้งเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี แรงปะทะทำให้ร่างระหงเซถลาล้มลงไปทาบทับบนเตียงผู้ป่วย ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำด้วยความบ้าคลั่ง "ปล่อยฉันนะ คนบ้า!" เธอดิ้นรนทุบตีลงบนอกแกร่ง ทว่าอ้อมแขนที่โอบกอดเธอกลับเหนี่ยวรั้งราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันปล่อย "ถ้าผมเป็นคนบ้า... ก็เพราะคุณเป็นคนทำให้ผมสติหลุดไปเอง!" ภาคินคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และความเร่าร้อนระอุพุ่งเข้าปะทะผิวแก้มเนียน ความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม สายตาของเขาที่มองเธอบัดนี้ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความปรารถนาอันดิบเถื่อนและความเจ็บปวดเจียนตายที่ผสมปนเปกันจนน่ากลัว "คุณคิดว่าฉันจะใจอ่อนกับผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบคุณงั้นเหรอคะ?" ลีลาวดีเชิดคางขึ้น ท้าทายทั้งที่กายสาวเริ่มสั่นสะท้านกับสัมผัสแนบเนื้อที่คุ้นเคยอย่างน่ารังเกียจ ความอบอุ่นจากร่างของเขา ไอแดดจางๆ ที่ติดตัวเขามา และกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เธอเคยซุกซบยามค่ำคืน กำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่เธอพยายามกด "ผมไม่ได้ขอให้คุณใจอ่อน..." ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่สั่นระริก "ผมจะทำให้คุณจำได้... ว่าร่างกายของคุณเป็นของใคร และหัวใจดวงนี้... ไม่เคยเป็นของใครอื่นนอกจากคุณคนเดียว ลีลาวดี" สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์และการโหยหาที่รุนแรงดั่งพายุคลั่ง ลีลาวดีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อปลายลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความเจ็บปวด ความคิดถึง และความเร่าร้อนหลอมรวมกันจนสมองของเธอขาวโพลน สติที่เคยตั้งกำแพงไว้อย่างแน่นหนากำลังพังทลายลงทีละน้อย สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวแผ่นหลังภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ทำให้ผิวเนื้อของเธอซ่านสยิวจนขนลุกชัน ความคุ้นเคยของสรีระที่เคยผสานเป็นหนึ่งเดียวในอดีตกำลังปลุกเร้าเพลิงสวาทที่มอดไหม้ให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งอย่างไม่มีทางต้านทาน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับรสจูบอันยาวนานที่ลึกซึ้งและวาบหวามจนแทบขาดใจ มือหนาเลื่อนต่ำลงมาสัมผัสส่วนโค้งเว้าของเอวคอดกิ่ว บีบเคล้นหนักหน่วงจนเธอยกขาขึ้นเกี่ยวสะโพกเขาโดยสัญชาตญาณ ความปรารถนาของผู้ใหญ่ที่หิวกระหายการเติมเต็มเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ ความโกรธแค้นในอดีตถูกแผดเผาด้วยความเร่าร้อนบนเตียงคนไข้แคบๆ นี้ จนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือการลงทัณฑ์หรือการโหยหากันแน่ ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งอารมณ์กำลังพุ่งถึงจุดสูงสุด ลีลาวดีก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ สองร่างที่ยืนอยู่ตรงบานประตูห้องพักฟื้นที่เปิดแง้มไว้ น้องลันและน้องลิล—ลูกแฝดวัยสามขวบผู้เป็นดวงใจทั้งดวงของเธอ กำลังยืนถือตุ๊กตาหมีตัวโปรดมองมาที่เตียงด้วยความงุนงง และที่แย่ไปกว่านั้น... ด้านหลังเด็กๆ คือร่างของทนายความส่วนตัวของเธอที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าตกตะลึง เอกสารสิทธิ์การฟ้องร้อง และผลตรวจ DNA ลับที่ระบุความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสอง... กำลังร่วงหล่นจากมือของทนายความลงสู่พื้นห้องท่ามกลางความเงียบงัน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดมาด้วยกันจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%