หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 9

เกมการแข่งขันทางธุรกิจ

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ของ *Pakin Holding* ไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความร้อนระอุที่แผดเผาระหว่างคนสองคนลงได้เลยแม้แต่น้อย เอกสารโปรเจกต์ร่วมทุนมูลค่าหลายพันล้านบาทถูกกางอยู่ตรงหน้า ทว่าสายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของภาคินกลับไม่ได้Cกวาดมองตัวเลขกำไรขาดทุนแม้แต่นินทเดียว นัยน์ตาคู่นั้นตรึงแน่นอยู่กับร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลออฟไวท์ของลีลาวดี—อดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไร้ค่า ไร้พิษสง และพร้อมจะเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา แต่ในยามนี้ เธอกลับสง่างาม เย็นชา และเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตรายที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะของเขาให้มอดไหม้ "ดูเหมือนว่าเงื่อนไขในข้อที่สาม ทางคุณลีลาวดีจะเสียเปรียบเกินไปนะคะ... หรือว่าทางเราควรปรับสัดส่วนผลประโยชน์ให้สมน้ำสมเนื้อกับความเหนื่อยยากของ 'อดีตคนเคยคุ้น' ดีล่ะคะ?" น้ำเสียงหวานใสแต่คมกริบดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความทรงจำเมื่อครู่ก่อนหน้ายังคงหลอกหลอน ดวงตากลมโตของเด็กชายฝาแฝดคนนั้น... ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งตอกย้ำความโง่เขลาเบาปัญญาของตนเองในอดีตที่เคยผลักไสเพชรแท้เม็ดงามหลุดมือไป หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง "คุณลี... ต้องการอะไรกันแน่" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างอดกลั้น เมื่อบานประตูห้องประชุมปิดสนิทลง และเหลือเพียงเขากับเธอลำพังตามลำพังหลังจากคณะกรรมการคนอื่นทยอยเดินออกไป ลีลาวดีค่อยๆ เก็บเอกสารตรงหน้าเข้าแฟ้มอย่างใจเย็น ท่าทางเชื่องช้าแต่มั่นใจนั้นสะกดสายตาของภาคินให้ก้าวเข้ามาประชิดโดยไม่รู้ตัว ปลายส้นสูงหยุดลงเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางกั้นทางออก ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงโชยเข้าปะทะนาสิก แต่มันไม่ได้ทำให้หญิงสาวหวั่นไหวเหมือนในอดีตอีกต่อไป "ดิฉันไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษค่ะท่านประธานภาคิน... นอกจาก 'ความยุติธรรม' และผลประโยชน์ที่บริษัทของดิฉันควรจะได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นแข็งกร้าวและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน "แต่สายตาของคุณไม่ได้บอกแบบนั้น..." ภาคินก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ ฝ่ามือหนายันลงกับขอบกระจกทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ ความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปีปะทุขึ้นจนยากจะควบคุม "เด็กสองคนนั้น... ลันกับลิล... คือลูกของฉันใช่ไหม ลี... ตอบฉันมา!" ลีลาวดีหัวเราะ in-key เบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวาบ "ลูกของคุณเหรอคะ? น่าขันสิ้นดี... วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านพร้อมกับความอัปยศอดสู คุณเคยคิดบ้างไหมว่าผู้หญิงที่คุณเรียกว่า 'ภรรยาไร้ค่า' คนนี้ กำลังอุ้มท้องสายเลือดของคุณอยู่? ตอนนั้นคุณมัวไปทำอะไรอยู่คะ? ไปกกกอดอยู่กับศจีไม่ใช่หรือไง!" คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจภาคินจนเลือดซิบ เขารู้ดีว่าความผิดบาปในอดีตมันหนาเตอะเกินกว่าจะเอ่ยคำขอร้อง แต่ในวินาทีที่กลิ่นกายหอมละมุนคุ้นเคยลอยวนอยู่ปลายจมูก สัญชาตญาณดิบเถื่อนและความโหยหากลับพุ่งพล่านเหนือเหตุผลใดๆ "ฉันยอมรับผิด... ฉันมันโง่เอง ลี... ลงโทษฉันสิ อยากให้ฉันทำอะไร เพื่อไถ่3บาป... ฉันยอมทุกอย่าง ขอแค่เธอกลับมา..." เสียงของเขาพร่าสั่น เจือความเวทนาจนน่าสมเพช "ต่อให้คุณเอาชีวิตมาแลก... ฉันก็ไม่มีวันกลับไปเป็นผู้หญิงโง่คนเดิมให้คุณย่ำยีเล่นหรอกค่ะ!" สิ้นคำประกาศกร้าว ลีลาวดีพยายามจะผลักแผงอกกว้างออก แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานพญาเสือที่กำลังคลุั่งรักได้ ภาคินไม่รอช้า มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่ต่อว่าเขาด้วยจູບที่ร้อนแรง ดุดัน และเว้าวอนในคราเดียวกัน จุมพิตของเขาในยามนี้ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่ มีเพียงความหิวกระหาย ความเจ็บปวด และความโหยหาที่สะสมมาแรมปี ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากนุ่มนวลอย่างเอาแต่ใจ ลีลาวดีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีแผงอกแกร่งและเบือนหน้าหนี แต่ภาคินกลับใช้มืออีกข้างตรท้ายทอยเธอไว้ บังคับให้รับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้อย่างไม่มีทางเลือก ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า รสชาติของความเสียใจ น้ำตา และความรักที่บิดเบี้ยวผสมปนเปกันไปหมด ลีลาวดีที่พยายามขัดขืนในตอนแรก เริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย สัมผัสคุ้นเคยที่เคยคุ้น ปลุกเร้าไฟสวาปามในอดีตให้ตื่นขึ้นมาอย่างดื้อดึง ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงันของห้องประชุม เรียวขาแข็งแรงแทรกตัวเข้า1หว่างขาของหญิงสาว บดเบียดสัดส่วนแนบชิดจนรับรู้ได้ถึงอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังตื่นตัว ภาคินซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้อเนียนจนเกิดรอยแดงกุหลาบเพื่อตีตราจองความเป็นเจ้าของ มือหนาเลิกชายเสื้อสูทและสอดเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มภายใต้ชุดชั้นในลูกไม้ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อจนลีลาวดีต้องครางแผ่วออกมาในลำคอด้วยความวาบหวามที่เผลอไผล เธอเกลียดตัวเองที่ร่างกายยังคงตอบสนองต่อสัมผัสของเขา... เกลียดที่หัวใจทรยศดวงนี้ยังคงสั่นไหวให้กับอดีตสามีผู้เคยทำร้ายเธอปางตาย ขณะที่บรรยากาศกำลังเดือดดาลถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยกใหญ่! "คุณคินคะ! เอกสารด่วนจาก...อุ๊ย!" เสียงแหลมสูงของศจีที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาหยุดชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มผู้สูงส่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับลีลาวดีอย่างแนบชิดอยู่หลังโต๊ะประชุม! ภาคินผละริมฝีปากออกอย่างหงุดหงิด นัยน์ตาดุดันตวัดมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยประกายไฟแห่งความเกรี้ยวกราด ขณะที่ลีลาวดีรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงแดงก่ำจากรสจูบเมื่อครู่ แต่แววตากลับกลับมาเย็นชาเฉียบขาดในเสี้ยววินาที ศจียืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและอับอาย ปรายตามองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยความริษยา ก่อนที่ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดจะกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วโยนซองเอกสารสีน้ำตาลปึกใหญ่ลงบนโต๊ะตรงหน้า พร้อมกับเสียงหัว-เราะคικคักที่ฟังแล้วชวนขนหัวลุก "แหม... ดูเหมือนฉันจะขัดจังหวะเวลาสวีทของอดีตสามีภรรยาเขานะคะเนี่ย... แต่ก่อนจะรักกันดูใจกันใหม่ ช่วยเปิดซองนี้ดูเสียก่อนเถอะค่ะ... ว่า 'ความลับ' ที่อีผู้หญิงคนนี้ปกปิดคุณไว้ มันน่ารังเกียจขนาดไหน!" ---------------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%