“อยากลองดีกับฉันดูไหมล่ะ... ที่รัก?”
กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นไวน์แดงชั้นดี ลอยวนอยู่รอบกายหนาที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว ลีลาวดีสะท้านเฮือก ไม่ใช่ด้วยความหวั่นไหว แต่เป็นความสะอิดสะเอียนที่ตีรวนขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ร่างสูงใหญ่ของภาคินในยามนี้ช่างน่าสมเพชเสียจนเธอนึกอยากหัวเราะออกมาดังๆ ประธานหนุ่มผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายที่เคยผลักไสไล่ส่งเธอให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ บัดนี้กลับมายืนทำสายตาเว้าวอนและคุกคามเธออยู่ตรงหน้า เพียงเพราะกลิ่นอายความสำเร็จและความเย้ายวนที่เธอสร้างขึ้นใหม่ด้วยลำแข้งของตัวเอง
“กรุณาถอยออกไปให้พ้นทางด้วยค่ะ ท่านประธานภาคิน” ลีลาวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนเกือบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ดวงตาสีดำสนิทภายใต้ขนตางอนงามไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงประกายความแข็งกร้าวที่ฉาบไว้ราวกับเกราะแก้ว
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงคมกราบกรานมองใบหน้างดงามที่ดูคมคายและเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนมากกว่าอดีตหลายเท่า ผู้หญิงตรงหน้าในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทเข้ารูปขับผิวผ่องราวกับไข่มุกเม็ดงามนี้ ช่างทับซ้อนกับเงาของภรรยาเก่าผู้แสนน่ารำคาญในความทรงจำ แต่กลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว—คนเก่าอ่อนแอและร้องไห้ฟูมฟาย แต่นี่... กลับเย่อหยิ่ง เย็นชา และดึงดูดสายตาเขาจนแทบละสายตาไม่ได้
หัวใจที่เคยด้านชาของภาคินกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกแปลกปลอมบางอย่างกำลังกัดกินขั้วหัวใจ มันไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความกระหายใคร่รู้ และความรู้สึกผิดบาปที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งเธอทำท่าทีรังเกียจเขามากเท่าไหร่ ความต้องการที่จะบดขยี้ความถือดีนั้นให้แหลกคราบคาอกก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น
“ทำไม? แค่ฉันเข้าใกล้เธอแค่นี้ ถึงกับต้องทำท่าทางรังเกียจกันขนาดนั้นเลยหรือไง ลีลาวดี” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซ่า ภาคินยกมือขึ้นหมายจะคว้าเอวบางเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เคยชิน
แต่ทว่า...
“เพี๊ยะ!”
เสียงฝ่ามือกระทบแก้วสากดังสนั่นไปทั่วห้องรับรองส่วนตัว แรงปะทะทำให้ใบหน้าคมคายสะบัดไปตามแรงเหวี่ยง ลีลาวดีถอยหลังก้นจ้ำเบ้าไปสองก้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่าน
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” เธอกลัดกลุ้มเสียงลอดไรฟัน “คุณไม่มีสิทธิ์นั้น... ภาคิน ผู้ชายสารเลวอย่างคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจร่วมอากาศเดียวกับฉันด้วยซ้ำ!”
ภาคินหันกลับมา ชายหนุ่มใช้มือแตะมุมปากที่มีรอยเลือดซึมเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว ตั้งแต่เกิดมา... ไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าตบหน้าเขา กล้าปฏิเสธเขาอย่างหยาม
เกียรติเช่นนี้มาก่อน! ความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีลูกผู้ชายถูกกระตุ้นจนเดือดพล่าน
“เธอærกล้ามากนะ...” ภาคินก้าวเข้าประชิดตัวเธออีกครั้งด้วยความรวดเร็วราวดั่งเสือร้ายตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้แนบกับลำตัวก่อนจะดันร่างบางจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ลีลาวดีเบิกตากว้าง พยายามดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับอดีตสามีที่ตอนนี้สติหลุดลอยเพราะความมืดบอดทางอารมณ์
“ปล่อยฉันนะ! คนทุเรศ!”
“ทุเรศงั้นเหรอ? หึ...” ภาคินหัวเราะในลำคอด้วยความขื่นขมและเย้ยหยัน กลิ่นอายความเป็นชายพุ่งเข้าโอบล้อมร่างเธอจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ในเมื่อเธอยั่วโมโหฉันเอง ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน... ลีลาวดี”
ริมฝีปากหยักลึกประกบทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี แรงบดขยี้ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความโหยหาปะปนกัน รสจูบเร่าร้อนดุดันและเอาแต่ใจถูกส่งมอบให้โดยไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ตั้งตัว ลีลาวดีพยายามเม้มปากแน่นและสะบัดหน้าหนี แต่ภาคินกลับใช้มืออีกข้างบีบกรามมนให้เผยอออก ก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย
ความรู้สึกเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย แต่ลีลาวดีไม่มีวันยอมจำนนให้เขาเห็นความอ่อนแอเด็ดขาด เรียวลิ้นเล็กกัดลงไปที่ริมฝีปากของเขาอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ภาคินครางฮือในลำคอด้วยความเจ็บ แต่แทนที่จะถอย เขากลับยิ่งเพิ่มน้ำหนักการรุกราน รสสัมผัสที่ทั้งป่าเถื่อนและเร่าร้อนแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่สั่นคลอนสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนเว้าโค้งภายใต้ชุดเดรสอย่างถือวิสาสะ ความคุ้นเคยในเรือนร่างของกันและกันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นขึ้นมาอย่างยากจะควบคุม
ทว่า... ในวินาทีที่อารมณ์กำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับสายน้ำเย็นที่สาดซัดลงมากลางกองเพลิง
“คุณคินคะ? ดิฉันเอาเอกสารมาให้เซ็นค่ะ...”
เสียงหวานแหลมของศจี ศัตรูหัวใจและอดีตชู้รักที่เคยสร้างรอยร้าวในชีวิตแต่งงานของเธอดังลอดเข้ามาจากด้านนอก ภาคินชะงักกึก ดวงตาคมคายผละออกจากริมฝีปากบวมเจ่อของลีลาวดีอย่างเสียดาย ชายหนุ่มหอบหายใจหนักหน่วง มองหญิงสาวที่จ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจขยะแขยงขั้นสุด
ลีลาวดีใช้จังหวะนั้นผลักร่างหนาออกเต็มแรงจนเขาเซถอยหลัง หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เช็ดคราบน้ำตาและลิปสติกที่เลอะเปื้อนด้วยหลังมืออย่างไม่แยแส ก่อนจะส่งยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากให้อดีตสามี
“เชิญไปรับแขกคนโปรดของคุณเถอะค่ะ... ระวังอย่าให้หมาที่บ้านมันแว้งกัดเอาอีกรอบก็แล้วกัน”
พูดจบ ลีลาวดีก็เดินสวนผ่านร่างสูงออกไปจากห้องโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอีก ราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน ทิ้งให้ภาคินยืนกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกว้าวุ่นและเจ็บแปลบในอกอย่างหาคำตอบไม่ได้
แต่ทว่า... ในขณะที่ลีลาวดีก้าวเดินผ่านห้องโถงรับรองด้านนอก สายตาของเธอกลับต้องสะดุดเข้ากับร่างเล็กป้อมของเด็กชายฝาแฝดสองคนที่กำลังวิ่งเล่นซ่อนหาโดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่ไม่ไกล และวินาทีนั้นเอง... ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งเป็นสันของเด็กชายคนหนึ่ง ก็หันมาสบตาเข้ากับร่างสูงของภาคินที่เพิ่งเดินตามออกมาจากห้องพอดีเป๊ะ!
ลมหายใจของภาคินสะดุดกึก ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ เมื่อสมองที่หมุนช้าลงเชื่อมโยงภาพเด็กชายหน้าตาถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับเขาอย่างไร้ที่ติ... เข้ากับระยะเวลาที่ลีลาวดีหายตัวไปจากชีวิตเขาพอดีเป๊ะ!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "มิคายามวิกาล" เสมอมานะคะ!
หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย•ตอนที่ 7
เงาของอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าขาดแล้ว เชิญปัดเศษชาตินี้ได้เลย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!