ปลุกกองทัพซากศพไปพิชิตดันเจี้ยนร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกราย (สูตร: กิจกรรมที่ทำ + เป้าหมาย)•ตอนที่ 2

สกิลชุบชีวิตมอนสเตอร์กาก

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
กลิ่นคาวของโคลนตมและซากพืชเน่าเปื่อยในดันเจี้ยนร้างชั้นใต้ดินแห่งนี้ ช่างไม่ใช่บรรยากาศที่น่ารื่นรมย์สำหรับการเริ่มต้นอาชีพใหม่เอาเสียเลยครับ "ถ้าท่านยังยืนทำหน้าเคลิบเคลิ้มเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นอีกสักสามวินาที ข้าเกรงว่าซากก้อนเมือกตรงหน้าคงจะระเหิดกลายเป็นไอระเหยพิษไปเสียก่อนที่ท่านจะได้ทดลองใช้สกิลด้วยซ้ำนะเจ้าโง่" เสียงแหบแห้งที่เจือด้วยกระแสความหงุดหงิดดังขึ้นมาจากกองกระดูกสีขาวหม่นที่พิงอยู่กับผนังชื้นแฉะ ลูซี่—อดีตจอมเวทผู้เคยเกรียงไกรในยุคโบราณและปัจจุบันอยู่ในสภาพกะโหลกศีรษะร้าวราน ขยับขากรรไกรขึ้นลงด้วยความรำคาญ ดวงตาสีฟ้าจางๆ ที่เคยลุกโชนด้วยมานาในเบ้าตากลวงโบ๋กะพริบถี่ๆ เชิงเร่งเร้า เรย์กะพริบตาปริบๆ ดึงสติกลับมาจากความคิดฟุ้งซ่าน เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวเข้ม เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือซากก้อนกลมๆ สีม่วงคล้ำที่แบนราบและส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวราวกับถังขยะหมักหมม นั่นคือ "สไลม์เน่า" (Putrid Slime) มอนสเตอร์ระดับล่างสุดที่แม้แต่เด็กฝึกหัดกิลด์ระดับ F ยังเมินหน้าหนีเพราะมันไม่มีทั้งไอเทมดรอปที่มีค่าและค่าประสบการณ์ที่คุ้มค่าแก่การเสียแรง "อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับคุณลูซี่ การทำพิธีกรรมเนโครแมนซีครั้งแรกในชีวิต มันก็ต้องมีพิธีรีตรองสร้างบรรยากาศกันบ้างสิครับ" เรย์แย้มยิ้มบางๆ ส่งให้โครงกระดูกปากจัด เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมองโลกในแง่ดีจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของอดีตจอมเวท "บรรยากาศบ้านป้าท่านสิ! นี่มันคือการใช้พลังงานวิญญาณฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาติ หยิบไม้เท้าของท่านขึ้นมาแล้วท่องบทสคริปต์ที่ข้าเคี่ยวเข็ญให้ท่องมาทั้งคืนซะ ก่อนที่มานาในร่างกะティกะต๊อกของท่านจะหมดหลอด!" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ มือเรียวยาวกระชับไม้เท้าไม้โอ๊กเก่าๆ ที่สลักลวดลายรูนโบราณ ซึ่งเป็นมรดกชิ้นเดียวที่อาจารย์ผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้ ตามหลักตำราเวทมนตร์ทั่วไป สกิล "ชุบชีวิต" (Resurrection) หรือในสายมืดที่เรียกว่า "เนโครมานซี่" (Necromancy) จะต้องใช้ศพที่มีความสมบูรณ์สูง มีแก่นมานาหลงเหลือ หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นโครงกระดูกที่มีความอาฆาตพยาบาทหนาแน่น แต่วิชาที่เรย์กำลังจะใช้ในตอนนี้ หาใช่เวทมนตร์กระแสหลักไม่... มันคือ "ศาสตร์แห่งความไร้ค่าที่ถูกบิดเบือน" สกิลเฉพาะตัวที่ระบบมอบให้เขาโดยบังเอิญ—*[คืนชีพเศษซาก (Scrap Revitalization)]* เด็กหนุ่มหลับตาลง ส่งจิตสัมผัสผ่านปลายไม้เท้าพุ่งตรงไปยังซากสไลม์เน่าเปื่อยที่กองอยู่บนพื้น มานาสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกไหลรินออกจากปลายนิ้ว ซึมซาบเข้าสู่เนื้อเยื่อเหลวที่กำลังย่อยสลาย *บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลง อุณหภูมิในห้องโถงใต้ดินลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ* "เริ่มแล้ว..." ลูซี่พึมพำเบาๆ น้ำเสียงของนางมีความตื่นระทึกเจืออยู่ลึกๆ แม้ปากจะบอกว่ามันคือเรื่องไร้สาระ แต่นางก็อยากเห็นเช่นกันว่าเด็กหนุ่มผู้มีค่าสถานะต่ำเตี้ยเรี่ยดินผู้นี้ จะพลิกแพลง "เศษขยะ" ให้กลายเป็นอะไรได้ เรย์ลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนประกายแสงสีม่วงเรืองรอง เขาเอ่ยคาถาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่มั่นคง "ในนามแห่งเนโครแมนเซอร์ผู้หลงทาง เจ้าผู้ไร้ค่าในสายตาโลกหล้า จงลืมตาขึ้นมาและรับใช้ข้า... จงตื่นขึ้น, สไลม์น้อย!" *บรึ้ม!* เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีม่วงพวยพุ่งกลบพื้นที่รัศมีสามเมตร กลิ่นเหม็นเปรี้ยวเดิมทีถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของมานาที่เข้มข้นขึ้น กลิ่นอายความตายผสมผสานกับกลิ่นดินชื้น ลูซี่ชะเง้อมองผ่านม่านควันด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อกลุ่มควันจางลง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้แม้แต่อดีตจอมเวทผู้ผ่านโลกมานับร้อยปียังต้องอ้าปากค้าง สไลม์เน่าตัวเดิม... ไม่สิ ตอนนี้มันไม่ใช่ก้อนเมือกเหลวๆ สีม่วงคล้ำที่น่ารังเกียจอีกต่อไปแล้ว ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ผิวสัมผัสภายนอกใสราวกระจกคริสตัล แต่มีเส้นสายพลังงานสีดำทมิฬไหลเวียนอยู่ภายในเนื้อเจลลี่ใสแจ๋ว ที่สำคัญที่สุดคือ ตรงส่วนหน้าของมันปรากฏดวงตาสีแดงฉานกลมโตสองดวงกำลังกะพริบปริบๆ มองมาที่เรย์ด้วยความงงงวย *แปะ... แปะ... แปะ...* เจ้าก้อนสไลม์ใสเด้งดึ๋งไปมาเบาๆ ก่อนจะพุ่งเข้ามาหาเรย์ด้วยความเร็วสูงราวกับลูกบอลยาง มันกระโดดขึ้นชนเข้ากับหน้าอกของเด็กหนุ่มอย่างจังจนเรย์เซถอยหลังไปสองก้าว แต่แทนที่จะเป็นความเสียหายหรือสารพิษกัดกร่อน เรย์กลับรู้สึกเพียงแค่ความเย็นสบายและสัมผัสนุ่มนิ่มราวกับหมอนหนุนชั้นดี "อ... อะไรง่ะ?" เรย์อุทานออกมาด้วยความตกใจ ปนความเอ็นดู "นายท่าน...?" เสียงเล็กแหลมราวดอกไม้บานดังขึ้นในหัวของเรย์โดยตรง มันไม่ใช่เสียงพูดทางกายภาพ แต่เป็น "การสื่อสารทางจิตวิญญาณ" ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ชุบชีวิตกับซากศพที่ถูกคืนชีพ "เฮ้ย! มันพูดได้ด้วยเรอะ!" ลูซี่โพล่งขึ้นด้วยความตกตะลึง กะโหลกของนางแทบจะหลุดออกจากกองกระดูก "สไลม์ระดับกากที่มีสติปัญญาเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้! ต่อให้เป็นเวทมนตร์ระดับสูง ข้าก็ไม่เคยเห็นสไลม์ตัวไหนมีวิญญาณอิสระหลังความตายมาก่อน!" เรย์เองก็อึ้งไปชั่วขณะ เขาก้มมองก้อนสไลม์ใสที่ตอนนี้กำลังใช้หนวดเจลลี่ขนาดเล็กถูไถกับรองเท้าบูทของเขาอย่างออดอเซาะ ราวกับลูกสุนัขที่เพิ่งเจอเจ้าของ มันแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างเต็มเปี่ยม ไร้ซึ่งจิตสังหารหรือความดุร้ายตามสัญชาตญาณดั้งเดิมของมอนสเตอร์ เด็กหนุ่มค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสผิวเจลลี่เย็นเฉียบนั้นเบาๆ เจ้าสไลม์ส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความเคลิบเคลิ้ม มันกระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนไหล่ซ้ายของเรย์อย่างนิ่มนวล น้ำหนักของมันเบาหวิวราวกับไม่มีอยู่จริง แต่วินาทีนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนสีฟ้าใสก็เด้งขึ้นตรงหน้าของเรย์ --- *[ระบบแจ้งเตือน]* - ท่านได้ทำการคืนชีพ **"สไลม์เน่า"** สำเร็จ - เกิดการกลายพันธุ์ระดับตำนาน! สไลม์เน่าแปรสภาพเป็น **"สไลม์วิญญาณทมิฬ (Soul-Bound Slime)"** [ระดับ : ยูนิค] - คุณสมบัติพิเศษ: สามารถดูดซับพิษและคำสาปแทนผู้เป็นนายได้ 100%, เพิ่มอัตราการฟื้นฟูมานาให้เรย์ 50% - ได้รับสกิลติดตัวใหม่: **[เสียงประสานแห่งความมืด]** --- เรย์อ่านข้อความตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ เขาหันไปมองลูซี่ที่กำลังอ้าปากค้างมองหน้าจอระบบสลับกับก้อนสไลม์บนไหล่ของเขาด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก "เห็นไหมครับคุณลูซี่ ผมบอกแล้วว่าของทุกอย่างบนโลกนี้ ถ้าเรามองมันในมุมที่ต่างออกไป..." เรย์หัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี พรางยกนิ้วขึ้นเกาหัวเจ้าสไลม์น้อยที่ส่งเสียงร้องตอบรับอย่างมีความสุข "...มันก็มีคุณค่าในแบบของมันเสมอแหละครับ" "เจ้า... เจ้าเด็กบ้า..." ลูซี่พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย นางทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงอย่างหมดแรง "นี่เจ้าเพิ่งจะสร้างสัตว์อสูรระดับยูนิคขึ้นมาจากกองขยะเนี่ยนะ? ดวงของเจ้ามันทำด้วยอะไรกันแน่..." บรรยากาศในถ้ำใต้ดินที่เคยอับทึบและน่ากลัว บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นประหลาดจากมิตรภาพต่างเผ่าพันธุ์ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น เรย์รู้สึกได้ถึงพลังมานาที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องผ่านทางเจ้าสไลม์บนไหล่ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลมลายหายไปจนหมดสิ้น ทว่า... ความสุขสงบมักอยู่ได้ไม่นาน ในขณะที่เรย์กำลังจะเอמהปากพูดคุยกับลูซี่ต่อ จู่ๆ แสงสว่างสีแดงฉานจากคบเพลิงเวทมนตร์ที่ติดอยู่ตามผนังทางเดินลึกเข้าไปในดันเจี้ยน ก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ และดับลงพร้อมกันทีละดวง ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูง *ครืนนน...* พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ตามด้วยเสียงคำรามต่ำทุศลที่ดังสะท้อนมาจากความมืดมิดเบื้องลึก เสียงนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่กดดันจนเรย์รู้สึกหายใจไม่ออก เจ้าสไลม์บนไหล่ของเรย์หยุดนิ่งทันที หนวดเจลลี่ของมันชูชันขึ้นด้วยความตื่นตัว ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้า "นั่นมัน... เสียงอะไรกันครับ?" เรย์หน้าถอดสีเล็กน้อย กระชับไม้เท้าในมือแน่นขึ้น ลูซี่ที่ดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยโครงกระดูกลั่นกรอบ นางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ (แม้จะไม่มีปอด) ดวงตากลวงโบ๋เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน "แย่แล้ว..." ลูซี่ส่งเสียงคำรามลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด "ไอ้เด็กโง่... กลิ่นอายเมื่อครู่... มันไม่ใช่บอสชั้นล่างธรรมดา..." กริ๊ก... เสียงฝ่าเท้าโลหะหนักหน่วงกระทบพื้นหินดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ณ ปลายทางเดินมืดมิดนั้น ดวงตาสีแดงคู่มหึมาคู่หนึ่งค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วโถงถ้ำ— --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของเรย์และผองเพื่อน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลุกกองทัพซากศพไปพิชิตดันเจี้ยนร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกราย (สูตร: กิจกรรมที่ทำ + เป้าหมาย) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%