ปลุกกองทัพซากศพไปพิชิตดันเจี้ยนร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกราย (สูตร: กิจกรรมที่ทำ + เป้าหมาย)•ตอนที่ 3

ลูซี่ ผู้มากับปากที่ร้ายกาจ

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"เจ้าเด็กโง่ ถ้าข้าขยับแขนขาได้มากกว่านี้อีกนิด เจ้าคงได้รู้สำนึกว่าการชุบชีวิตอดีตมหาจอมเวทด้วยเศษมานาเท่าขี้เลื่อยมันเสียมารยาทขนาดไหน!" เสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่กะโหลกสีเหลืองงาช้างขยับขากรรไกรได้ ดวงตากลวงโบ๋ของมันมีเปลวไฟสีครามดวงเล็กๆ ลุกโชนขึ้นมาแทนที่นัยน์ตาเดิม มันพยายามจะกอดอกเพื่อแสดงความถือดี แต่ติดตรงที่ซี่โครงท่อนบนหลุดรุ่ยจนเกือบจะร่วงลงไปกองกับพื้นหญ้า เรย์ถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองกับวาจาอันเผ็ดร้อนนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เด็กหนุ่มกลับยิ้มกว้างออกมาด้วยความโล่งอก พลางจัดกระดูกส่วนคอของอีกฝ่ายให้เข้าที่เข้าทางอย่างเบามือ "ใจเย็นก่อนสครับคุณลูซี่ อย่างน้อยตอนนี้ท่านก็ได้กลับมาหายใจ... เอ่อ หายใจทางไหนสักทางบนโลกนี้อีกครั้งแล้วนะคร้าบ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์อันดีของเราก็แล้วกัน" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็นกันเองตามนิสัย ลูซี่ หรือโครงกระดูกนักเวทผู้เคยเกรียงไกรในยุคโบราณ พยายามอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ มันหันกะโหลกซ้ายขวาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว—ดันเจี้ยนร้างชั้นใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นและซากโครงกระดูกของอสุรกายระดับต่ำ พื้นหินเย็นเฉียบ และที่สำคัญที่สุดคือตัวมันเองในร่างโครงกระดูกไร้เนื้อหนัง "นี่ข้า... ตกต่ำถึงขนาดต้องมาสิงอยู่ในร่างเศษกระดูกผุๆ ที่แม้แต่หนูยังเมิน แถมยังต้องมาพึ่งพาพลังวิญญาณอันน้อยนิดของเด็กฝึกหัดที่ควบคุมมานาได้เหมือนคนท้องเสียอย่างเจ้าเนี่ยนะ?" ลูซี่เค้นเสียงหัวเราะเยาะหยันในลำคอ เสียงกระดูกกระทบกันดังกรุ๊กรักชวนให้รู้สึกสยิวปนน่ารำคาญ เรย์ไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแต่ทรุดตัวลงนั่งยองๆ เสมอระดับกะโหลกของคู่หูตัวแสบ นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ที่พื้นผิวคางของหัวกะโหลกเพื่อเรียกสติ "อย่าเพิ่งดูถูกกันสครับคุณลูซี่ ถึงมานาของผมจะยังจำกัดจำเขี่ย แต่สกิล 'ฟื้นคืนชีพขั้นต้น' ที่ท่านบ่นนักบ่นหนานี่แหละ ที่ดึงวิญญาณของท่านออกจากห้วงนิทราอันยาวนานนับร้อยปีได้ ถ้าไม่มีผมป่านนี้ท่านคงกลายเป็นปุ๋ยบำรุงรากเห็ดราไปนานแล้วนะ" คำพูดของเรย์ทำให้ประกายไฟสีครามในเบ้าตาของลูซี่หรี่แคบลง มันเงียบไปชั่วขณะ ขบคิดด้วยสมองที่เหลือเพียงกระดูก ความจริงที่ว่ามันฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้โดยสมบูรณ์ทั้งที่ความทรงจำและสติปัญญาอยู่ครบถ้วน ถือเป็นเรื่องที่เกินสามัญสำนึกของเวทมนตร์ยุคปัจจุบันไปไกลโข เวทมนตร์ชุบชีวิตในตำนานสูญหายไปนานแล้ว แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับร่ายมันออกมาได้ด้วยท่าทางเหมือนคนกำลังทอดไข่เจียว "หึ... ปากคോเราะร้ายใช้ได้นี่เจ้ามนุษย์" ลูซี่เปลี่ยนท่าทีเล็กน้อย น้ำเสียงที่เปล่งออกมาผ่านกระดูกก้องกังวานในหัวของเรย์โดยตรง "แต่จงจำไว้ เด็กน้อย ข้าคือลูซี่ ผู้เคยร่ายเวทถล่มอาณาจักรมาแล้วครึ่งค่อน หากเจ้าคิดจะใช้ข้าเป็นแค่เครื่องมือรับใช้โง่ๆ ล่ะก็... ข้าจะแช่งให้วิญญาณของเจ้าแตกสลายก่อนจะได้เห็นทางออกของดันเจี้ยนนี้เสียอีก" "ยินดีต้อนรับสู่ทีมครับ คุณลูซี่" เรย์ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ผิดวิสัยคนทั่วไปที่เพิ่งโดนคำขู่ฆ่า "ผมว่าเราสองคนน่าจะเข้ากันได้ดีนะ ท่านมีความรู้เรื่องเวทมนตร์โบราณ ส่วนผมมีแรงงานและไอเดียสุดบรรเจิด... ว่าแต่ ร่างกายของท่านไหวไหมครับ? เราต้องรีบเคลียร์ชั้นนี้ก่อนที่มอนสเตอร์รอบถัดไปจะรีเซิร์ฟ" ลูซี่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ มันพยายามขยับกระดูกสันหลังจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ก่อนจะลอยตัวขึ้นจากพื้นด้วยพลังจิตหลงเหลือ "นำทางไปสิเจ้าเด็กโง่ อย่าให้ข้าต้องมาคอยกวาดล้างซากเดนพวกนี้แทนเจ้าก็แล้วกัน" การเดินทางสำรวจดันเจี้ยนร้างเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยมีคู่หูสุดประหลาดเดินเคียงข้างกัน เรย์ทำหน้าที่เป็นกองหน้าคอยสังเกตการณ์และใช้ไหวพริบแก้ไขกลไก ขณะที่ลูซี่ทำหน้าที่เป็นคลังข้อมูลเคลื่อนที่และผู้ช่วยวิจารณ์ฝีมือทุกฝีก้าวของเรย์ด้วยความจู้จี้จุกจิก "ซ้ายมือ 45 องศา มีกับดักใยแมงมุมกรดระเหย เจ้าทึ่ม! ถ้าเจ้าเดินไปอีกสองก้าวหัวใจวิญญาณของเจ้าได้ละลายกลายเป็นน้ำซุปแน่!" "โอ้ ขอบคุณมากครับคุณลูซี่ ตาแหลมคมสมเป็นอดีตมหาจอมเวทจริงๆ" เรย์ชะתาฝ่าเท้าทันท่วงที พร้อมกับใช้กิ่งไม้เขี่ยกลไกจนมันทำงานและพ่นกรดสีเขียวใส่กำแพงจนเกิดควันพวยพุ่ง "ไม่ต้องมาประจบสิบทิศ! ข้าแค่ไม่อยากตายรอบสองในร่างกระดูกผุๆ นี้ต่างหากเล่า" ลูซี่เชิดหัวกะโหลกขึ้นอย่างถือดี แม้จะไม่มีเนื้อหนังให้แสดงสีหน้า แต่รังสีความหมั่นไส้แผ่ออกมาจากตัวมันอย่างชัดเจน ทั้งสองคนเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งบรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจของเรย์กลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความเย็นเยือกของเวทมนตร์โบราณที่ทรงพลัง ผนังหินรอบด้านสลักด้วยอักษรรูนโบราณที่เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ ตอบสนองต่อการมาเยือนของสิ่งมีชีวิต "นี่มัน..." ลูซี่หยุดชะงัก เปลวไฟสีครามในเบ้าตาสั่นไหวอย่างรุนแรง ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงแหบพร่า "มีอะไรหรือครับ คุณลูซี่?" เรย์หันกลับมามองด้วยความสงสัย สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากบรรยากาศรอบตัว "ถอย..." ลูซี่ส่งเสียงคำรามในลำคอ "ถอยออกไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้เจ้าโง่!" ยังไม่ทันที่เรย์จะก้าวถอยหลังตามคำเตือน พื้นหินเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว อักษรรูนบนผนังระเบิดแสงเจิดจ้าจนแสบตา เสียงกังวานคล้ายระฆังโบราณดังสะท้อนก้องกังวานมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง และก่อนที่เรย์จะได้ตั้งตัว เงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากกองซากศพโบราณที่กองสุมกันอยู่... *** ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลุกกองทัพซากศพไปพิชิตดันเจี้ยนร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกราย (สูตร: กิจกรรมที่ทำ + เป้าหมาย) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%