คุณหมอผู้เย็นชาคืนชีพสู่ฟาร์มรักในยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนใหม่

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ถ้าพวกท่านยังคิดว่าข้าวในหม้อนี้เป็นของที่บ้านตระกูลหลี่มีสิทธิ์จะตักแบ่งให้ใครก็ได้ตามอำเภอใจ... ก็เชิญยกหม้อออกไปจากบ้านหลังนี้เสียตั้งแต่วันนี้เลยครับ" เสียงของเหวินเฉิงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและเฉียบคมราوهاมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปรานี ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงคับแคบในทันที ชามกระเบื้องบิ่นในมือของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยื่นออกไปหมายจะตักข้าวต้มก้นหม้อ ชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยคาดคิดว่า "เหวินเฉิง" ผู้อ่อนแอ ขี้ขลาด และมักจะก้มหน้ายอมรับความอยุติธรรมมาตลอดสามปีนับตั้งแต่แต่งเข้าบ้านหลังนี้ จะกล้าเอ่ยวาจาสามหาม ท้าทายผู้อาวุโสด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นถึงเพียงนี้ "เจ้า... เจ้าพูดว่าอะไรนะ เหวินเฉิง!" ป้าสะใภ้ใหญ่ตบโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงดังสนั่นจนชามกระเบื้องสั่นสะเทือน หน้าผากเหี่ยวย่นยับย่นด้วยความโกรธเกรี้ยว นางชี้หน้าลูกสะใภ้คนรองพลางพ่นคำด่าทอ "นี่เจ้ากล้าไล่ฉันผู้เป็นป้าสะใภ้หรือ! แต่งเข้ามาก็ตัวเปล่าเล่าเปลือย อาศัยกินข้าวในบ้านตระกูลหลี่ ขุดมันเทศของบ้านเราประทังชีวิต ตอนนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ ถึงกล้ามาทำกิริยาต่ำทรามเช่นนี้!" ในอดีต ร่างเดิมคงจะตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาคลอเบ้า และรีบก้มหน้าขอโทษขอโพยเพื่อรักษาความสงบสุขจอมปลอมไปแล้ว แต่นี่ไม่ใช่เหวินเฉิงคนเก่า... ภัทร ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ผ่านการยื้อชีวิตคนไข้มานับไม่ถ้วนบนเตียงผ่าตัด มองป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองก้อนเนื้อร้ายที่ต้องถูกตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิตของร่าง ภัทรวางตะเกียบไม้ไผ่ลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ เสียงไม้กระทบผิวโต๊ะดัง *ก๊อก* เบาๆ แต่มันกลับดึงดูดสายตาของทุกคนในห้องให้หันมามองเป็นตาเดียว "ตัวเปล่าเล่าเปลือยอย่างนั้นหรือครับ?" ภัทรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมแม้แต่น้อย "ถ้าท่านมีความทรงจำที่ดีพอ น่าจะจำได้ว่าสินเดิมที่ผมนำติดตัวมาในวันแต่งงาน คือเงินสดห้าสิบหยวน และผ้าแพรชั้นดีอีกสามพับ ซึ่งเงินจำนวนนั้น ถูกป้าสะใภ้หยิบยืมไป 'ซื้อยาให้ลูกชาย' เมื่อปีที่แล้ว และไม่เคยมีวาระไหนที่คืนกลับมาเลยสักครั้ง ส่วนข้าวสารและธัญพืชในไหใบนี้ เป็นส่วนแบ่งแรงงานที่ผมและหลี่จวินช่วยกันทำนาขั้นบันไดหยาดเหงื่อแลกมา ไม่ใช่ทานจากเศษทานของใครครับ" คำพูดที่รarวบยอดข้อเท็จจริงอย่างแม่นยำและไร้ช่องโหว่ ทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด สลับกับแดงก่ำด้วยความอับอาย นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เพราะไม่คิดว่าคนเงียบๆ อย่างเหวินเฉิงจะจำรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ได้แม่นยำ "เจ้า... เจ้าเด็กเนรคุณ!" ป้าสะใภ้ใหญ่หวังจะพุ่งเข้ามาสั่งสอนด้วยกำลัง ทว่า— ก่อนที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะทันได้แตะชายเสื้อของเหวินเฉิง ร่างสูงใหญ่ของหลี่จวินที่นั่งเงียบมาตลอดก็ขยับตัว ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามของอดีตทหารผ่านศึกออกมาโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์จ้องเหยื่อกวาดมองป้าสะใภ้ใหญ่เพียงครั้งเดียว ก็ทำให้หญิงสูงวัยสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดธรณีประตู หลี่จวินไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ ออกมาสักคำ แต่การก้าวเข้ามาขวางคั่นระหว่างภัทรกับญาติผู้ใหญ่จอมสูบผู้นั้น พร้อมกับวางมือหนาลงบนไหล่บางของภัทรอย่างแผ่วเบaแต่หนักแน่น ก็เพียงพอที่จะประกาศจุดยืนของเขาอย่างชัดเจน "ภรรยาผมพูดถูกแล้วครับ" หลี่จวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเย็นชาจนน่ากลัว "อาหารในบ้านหลังนี้แบ่งสันปันส่วนตามแรงงานที่ลงไป หากท่านยังต้องการมาเอาเปรียบภรรยาผมอีก... คงต้องถามความสมัครใจของกำปั้นผมดูก่อน" ป้าสะใภ้ใหญ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรู้ดีว่าหลี่จวินคนนี้พูดจริงทำจริง สมัยที่เขาอยู่ในกองทัพเคยผ่านศึกหนักมาอย่างไร ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้กิตติศัพท์ดี แม้เขาจะเงียบขรึมและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ถ้าแตะต้องคนที่เขารัก... ชายหนุ่มผู้นี้พร้อมจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ทันที "ดี... ดีมาก! พวกเจ้าสาม ภรรยาผัวเมียรังแกคนแก่ ร่วมหัวกันอกตัญญู ระวังตัวไว้เถอะ สักวันพวกเจ้าจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่!" นางกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากบ้านด้วยความอับอายขายหน้า เสียงปิดประตูบ้านกระแทกดังสนั่นตามหลัง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่ค่อยๆ คืนกลับมา ภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในอกรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นอย่างประหลาด การได้สะสางบัญชีความอดทนที่ถูกสะสมไว้ในร่างนี้ให้ 0 ความรู้สึกขุ่นมัวพลอยจางหายไป ความกดดันที่เคยพันธนาการหัวใจถูกปลดเปลื้องลงทีละเปลาะ นี่คือกฎเหล็กข้อแรกของการมีชีวิตใหม่... เขาจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไป ชายหนุ่มหันกลับมามองสามีข้างกาย แววตาที่มองอีกฝ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม มีทั้งความประหลาดใจและความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หลี่จวินมักจะนิ่งเฉยเมื่อเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น ปล่อยให้เหวินเฉิงเผชิญหน้ากับคำดูถูกและกลั่นแกล้งตามลำพัง เหตุใดในเวลานี้... ชายผู้นี้ถึงยืนหยัดปกป้องเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขเล่า? "คุณ..." ภัทรเอ่ยขึ้นเสียงเบา หลี่จวินหันมาสบตาภรรยา แววตาคมปลาบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด นิ้วหยาบกร้านจากการจับอาวุธและทำนา เอื้อมไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรேดแก้มเนียนของภัทรอย่างเบามือ "ทำไมเหรอครับ? ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่าที่คุณมองผมแบบนั้น" หลี่จวินถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "เปล่าครับ..." ภัทรส่ายหน้าเล็กน้อย หลบสายตาร้อนแรงคู่นั้นวูบหนึ่ง "แค่แปลกใจ... นึกว่าคุณจะรำคาญเสียอีกที่ผมลุกขึ้นมามีปากมีเสียงกับญาติผู้ใหญ่" หลี่จวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและอบอุ่น ราวกับไอแดดในยามสายที่ช่วยละลายน้ำแข็งในใจของศัลยแพทย์ผู้เย็นชา "ผมแต่งงานกับคุณมาเพื่อดูแลคุณ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเอาเปรียบ" หลี่จวินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง "หลังจากนี้... อยากทำอะไร ทำตามใจคุณเถอะครับ มีผมอยู่ข้างหลังทั้งคน ไม่มีใครกล้าทำอะไรคุณได้หรอก" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าทรงพลังยิ่งกว่าคำสัญญาใดๆ ในโลก ภัทรนิ่งงัดไปชั่วขณะ หัวใจที่ปิดตายมานานหลายปีคล้ายถูกก้อนความอบอุ่นบางอย่างเข้ามาโอบกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว เขากระพริบตาปริบๆ เพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะซ่อนความรู้สึกไหววุ่นในอกไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยตามความเคยชินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ "ถ้าอย่างนั้น..." ภัทรเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนอาการประหม่าในอก ดวงตาคู่สวยประกายระยับขึ้นด้วยความตั้งใจใหม่ "ในเมื่อเราประกาศอิสรภาพแล้ว อาหารเช้าวันนี้คงต้องพึ่งฝีมือผมบ้างล่ะครับ ข้าวต้มธรรมดามันน่าเบื่อเกินไป... คุณอยากลองชิม 'โจ๊กหมูสับเห็ดหอมป่า' สูตรพิเศษของผมไหมครับ?" ว่าแล้ว ภัทรก็ไม่รอคำตอบ ร่างเพรียวหันไปหยิบถุงแป้งและวัตถุดิบที่เหลืออยู่ในตู้ไม้ออกมาเตรียมการทันที ในมิติฟาร์มลับที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณของเขายังมีเมล็ดพันธุ์และสมุนไพรหายากอีกเพียบ การยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและการสร้างฐานะในยุคเจ็ดสิบนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น กลิ่นหอมกรุ่นของเห็ดหอมป่าคั่วกับกระเทียมเจียวเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดเล็ก ก่อนจะลอยฟุ้งออกไปทางหน้าต่างกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมา ทว่า ขณะที่ภัทรีกำลังงละมุนอยู่กับการเคี่ยวโจ๊กในหม้อดินเผา เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ... *ปัง ปัง ปัง!* ตามด้วยเสียงร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งมาตะโกนเรียกหน้าบ้านของพวกเขา "หลี่จวิน! เหวินเฉิง!แย่แล้ว! รีบออกมาดูเร็วเข้า ลูกชายบ้านตระกูลจ้าวเกิดอาการชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก หายใจไม่ออก ท่าทางเหมือนจะตายกลางลานหมู่บ้านแล้ว! หมออนាមัยประจำตำบลก็ไม่อยู่ ใครก็ได้ช่วยด้วย!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับคุณหมอภัทรและหลี่จวินนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชาคืนชีพสู่ฟาร์มรักในยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%