เศษดินแห้งกรังใต้เล็บสะท้อนความจริงอันโหดร้ายของยุคสมัยนี้ได้ดีกว่าคำบ่นรำพันใดๆ เหวินเฉิง หรือในอีกภภูมิหนึ่งคือแพทย์หนุ่มผู้เคยถือมีดผ่าตัดช่วยชีวิตคนนับพัน ขยับสันมือปาดเหงื่อกาฬที่ไหลยزينกรอบหน้าคมคาย แววตาคู่คมกวาดมองแปลงผักกาดขาวที่เหี่ยวเฉาและเต็มไปด้วยวัชพืชริมเชิงเขา นี่คือมรดกชิ้นสุดท้ายที่ตระกูลเหวินจงใจโยนให้เขาและเจ้าของร่างเดิมรับภาระ เพื่อบีบให้ยอมจำนนและคุกเข่าอ้อนวอนขอเศษข้าว
น่าเสียดาย... คนอย่างเหวินเฉิงไม่เคยรู้จักคำว่าจำนน
ความรู้ทางการแพทย์และทักษะการวินิจฉัยที่ติดตัวมาในจิตวิญญาณ ทำให้เขามองเห็น "สัญญาณชีพ" ของผืนดินผืนนี้ทะลุปรุโปร่ง ดินขาดแร่ธาตุ ความชื้นต่ำ และจุลินทรีย์ในดินถูกทำลายจากการใช้ปุ๋ยเคมีราคาถูกสะสมเป็นเวลานาน หากเป็นชาวบ้านทั่วไปคงได้แต่นั่งถอนหายใจรอวันอดตาย แต่สำหรับศัลยแพทย์ผู้เคยพลิกฟื้นอวัยวะที่เสียหายหนักให้กลับมาใช้งานได้ การฟื้นฟูไร่รกร้างแห่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความแม่นยำสูง
"ถ้ายังดึงดันขุดดินด้วยมือเปล่าแบบนั้น อีกสามวันมือของนายคงพองจนจับช้อนไม่ได้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเจือความแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจากทางด้านหลัง ตัดผ่านความเงียบของทุ่งโล่ง
เหวินเฉิงชะงักมือที่กำลังถือจอบ เขาไม่ได้สะดุ้งตกใจ เพราะสัญชาตญาณนักรบและประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของแพทย์ระบุตำแหน่งของผู้มาเยือนได้ตั้งแต่ฝ่าเท้าอีกฝ่ายสัมผัสพื้นหญ้าห่างออกไปสามเมตรแล้ว ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ หมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์
ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้ยืนอยู่ตรงข้าม สูงโปร่งและมีโครงสร้างร่างกายที่บ่งบอกถึงการผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ไหล่กว้างหนา แผงอกขยายภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวซีดที่สวมทับ เสื้อผ้าผ่านการซ่อมแซมอย่างประณีตด้วยฝีเข็มของผู้ชาย ทว่าสิ่งสะดุดตาที่สุดคือใบหน้าคมคายที่ดูราวกับสลักจากหินผา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้แสดงความเหยียดหยามหรือรังเกียจอย่างที่เหวินเฉิงพบเจอมาตลอดหลายสัปดาห์จากคนในหมู่บ้าน ตรงกันข้าม มันกลับมีความนิ่งสงบ ลุ่มลึก และแฝงประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"คุณเป็นใคร?" เหวินเฉิงเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แต่เต็มไปด้วยการระแวดระวังตามสัญชาตญาณของคนที่เพิ่งผ่านการหักหลังครั้งใหญ่ในชีวิต
"ฉันชื่อ หลี่จวิน" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ ไม่มีการแนะนำตัวยืดยาว ไม่มีการกล่าวทักทายตามมารยาทจอมปลอม เขากวาดสายตามองแปลงผักที่ถูกขุดไปแล้วครึ่งหนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองมือเรียวขาวที่เริ่มมีรอยแดงช้ำของเหวินเฉิง "หัวหน้าหมู่บ้านบอกว่ามีคนโง่คนหนึ่งรับโอนไร่ร้างท้ายหมู่บ้านมาฟรีๆ แต่ดูท่าทางแล้ว... นายคงไม่ได้โง่อย่างที่เขาเล่าลือ"
คำพูดตรงไปตรงมาจนเกือบจะหยาบคายนั้น ทำให้มุมปากของเหวินเฉิงกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งไม่ถึงดวงตา
"คนโง่กับคนฉลาดในสายตาของชาวบ้าน บางทีก็ถูกนิยามด้วยความโลภของพวกเขาเอง คุณหลี่... มายืนดูความล้มเหลวของผม หรือตั้งใจจะมาเหยียบย้ำซ้ำเติมกันแน่?" เหวินเฉิงก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด สร้างระยะห่างที่พร้อมจะปะทะหากอีกฝ่ายมีท่าทีคุกคาม
หลี่จวินไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเข้าไปประชิดยิ่งกว่าเดิม กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายที่ผ่านงานหนักและกลิ่นไอแดดโชยแตะจมูก เจือด้วยกลิ่นจางๆ ของยาสมานแผลโบราณ สายตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าของเหวินเฉิงตั้งแต่ปลายคางจรดนัยน์ตาคู่สวยอย่างไม่เกรงใจ
"ถ้าฉันจะมาเหยียบย้ำ นายคงไม่ได้ยืนถือจอบมองหน้าฉันแบบนี้หรอก" หลี่จวินเอ่ยเสียงเรียบ สายตานิ่งสนิท "ฉันแค่ผ่านมาเห็น... และบังเอิญคิดว่า วิธีขุดดินของนายมันผิดหลักการ"
เหวินเฉิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความสนใจถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที "หืม? ผิดหลักการยังไง?"
หลี่จวินไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปแย่งด้ามจอบจากมือของเหวินเฉิงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เสื้อกล้ามสีขาวที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขายืนตั้งท่าอย่างมั่นคง ปลายจอบปักลงไปในดินด้วยมุมองศาที่แตกต่างจากเหวินเฉิงอย่างสิ้นเชิง
*ฉวบ!*
เสียงเหล็กกระทบดินดังขึ้นครั้งเดียว ทว่ารอยขุดกลับลึกและกว้างกว่าที่เหวินเฉิงทำมาตลอดทั้งเช้าถึงสามเท่า แรงเหวี่ยงจากช่วงแขนและแกนลำตัวของหลี่จวินทรงพลังและมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ แรงเสียดทานลดลงครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องออกแรงเบ่งให้กล้ามเนื้อฉีกขาด
เหวินเฉิงยืนกอดอก มองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความเย็นชาในดวงตาเจือความแปลกใจ ในฐานะศัลยแพทย์ เขาย่อมเข้าใจเรื่อง "กลศาสตร์ชีวภาพ" (Biomechanics) เป็นอย่างดี การเคลื่อนไหวของหลี่จวินเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่การออกแรงตามสัญชาตญาณของชาวนาทั่วไป แต่มันคือทักษะการใช้ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝน ประเมิน และคำนวณมุมและแรงมาอย่างโชกโชน... คนคนนี้ไม่ใช่แค่ชาวบ้านธรรมดา
"ดินตรงนี้มีความเป็นกรดสูงเกินไป" หลี่จวินพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ขณะที่ยังคงขุดดินต่อไปอย่างต่อเนื่อง "ถ้าฝืนปลูกผักกาดขาวตอนนี้ รากจะเน่าตายภายในสัปดาห์เดียว นายต้องเอาขี้เถ้าแกลบผสมกับปูนขาวมาปรับค่า pH ก่อน แล้วค่อยพลิกหน้าดินลึกสิบคืบเพื่อฆ่าไข่แมลง"
คำพูดของหลี่จวินทำให้เหวินเฉิงนิ่งงันไปชั่วขณะ ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่แม้แต่ตำราเกษตรกรรมสมัยใหม่ในยุคนี้ก็ยังหาอ่านได้ยาก ยิ่งเป็นคนในชนบทห่างไกล ยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีความรู้เรื่องค่า pH และจุลชีววิทยาในดินระดับนี้
ชายหนุ่มหรี่ตามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง ความระแวดระวังในใจไม่ได้ลดลง แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความสงสัยใคร่รู้
"คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?" เหวินเฉิงถามเสียงพร่า
หลี่จวินหยุดมือ เขาปักจอบลงกับพื้น หันกลับมามองหน้าเหวินเฉิง นัยน์ตาคมกริบนั้นฉายแวววาววับระคนขบขันจางๆ แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าครึ่งซีกของเขา ยิ่งขับเน้นให้มิติความหล่อเหลาดิบเถื่อนนั้นโดดเด่นสะดุดตา
"อ่านมาจากหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ห่อปลาเค็มในตลาดอำเภอน่ะ" หลี่จวินตอบหน้าตาย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระติกน้ำไม้ไผ่เก่าๆ ยื่นให้เหวินเฉิง "ดื่มน้ำซะ หน้าซีดเป็นกระดาษทิชชูโดนฝนแบบนั้น เดี๋ยวลมจับไป ฉันไม่มีแรงอุ้มนายกลับกระท่อมหรอกนะ"
เหวินเฉิงรับกระติกน้ำมาถือไว้โดยอัตโนมัติ นิ้วเรียวสัมผัสโดนปลายนิ้วด้านหนาของอีกฝ่าย ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัสเข้ามาจนต้องชักมือกลับเล็กน้อย ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดปนประหลาดใจ—นี่เขากำลังถูกผู้ชายบ้านนอกคนนี้ปั่นหัวอยู่หรืออย่างไร?
ทว่า ก่อนที่เหวินเฉิงจะได้ทันอ้าปากตอกกลับด้วยคำพูดจิกกัดคมคาย เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนโهاโฮกดังมาจากทางปากทางเข้าไร่ ขัดจังหวะพวกเขาทั้งสองคนเสียก่อน
"เหวินเฉิง! แย่แล้ว! พวกป้าสะใภ้กับคนจากตระกูลเหวินบุกมาที่บ้านพักนายอีกแล้ว! พวกเขาบอกว่านายแอบซ่อนสมบัติของตระกูลไว้ จะพากันพังประตูเข้าไปค้นแล้วนะ!"
เสียงตะโกนนั้นทำให้เหวินเฉิงนิ่งค้างไป รัศมีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างระหงทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ ตระกูลเหวิน... พวกปลิงพวกนี้ยังไม่เข็ดสินะ คิดจะมาปล้นชิงกันกลางวันแสกๆ อีกรอบหรือไง!
หลี่จวินที่ยืนอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับกัน มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเหวินเฉิงด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนขนลุก
"อยากให้ฉันช่วยหิ้วปีกพวกมันโยนออกไปนอกรั้ว... หรือจะปล่อยให้คุณหมอคนเก่งจัดการเชือดนิ่มๆ ด้วยมีดผ่าตัดในมือดีล่ะครับ?"
ดวงตาของเหวินเฉิงหรี่ลงแคบเมื่อสบเข้ากับประกายตาดุดั่งพญาสัตว์ป่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบของหลี่จวิน หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดกลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับคุณหมอภัทรและหลี่จวินนะครับ
คุณหมอผู้เย็นชาคืนชีพสู่ฟาร์มรักในยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 3
พบคนแปลกหน้า
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชาคืนชีพสู่ฟาร์มรักในยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
