"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาผักเหี่ยวๆ ช้ำๆ มาวางปะปนกับแผงของข้าอีกแม้แต่ต้นเดียว อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเรื่องกฎตลาดเช้านี้ก็แล้วกัน!"
เสียงตวาดแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลซุนดังลั่นแผงค้าหัวมุมถนน คนงานที่กำลังขนลังไม้สะดุ้งโหยงจนเกือบทำเข่งมะเขือเทศหลุดมือ หลินฟางเซียนยืนกอดอกพิงเสาไม้ไผ่ของแผงค้าหมายเลขเจ็ดด้วยรอยยิ้มบางเฉียบ ดวงตาหงส์คู่สวยกราดมองความวุ่นวายเบื้องหน้าอย่างนึกขัน อดีตฮูหยินผู้สูงศักดิ์ที่เคยเอาแต่กรีดกรายพัดหยก ตอนนี้กลับสวมชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่าย ทว่ากลับขับเน้นให้เอวคอดกิ่วและท่าทีสง่างามดูโดดเด่นสะดุดตาจนพ่อค้าแม่ขายละแวกนั้นแอบเหลียวมองไม่วางตา
บนแผงไม้ไผ่ตรงหน้าของนางเวลานี้ วางเรียงรายไปด้วยผักกาดขาวอวบอ้วนที่ห่อใบแน่นหนาจนขาวนวลราวกับหยกเนื้อดี ต้นคะน้าเขียวสดส่งกลิ่นอายความชุ่มชื้นราวกับเพิ่งเด็ดออกจากแปลงเมื่อครู่ และที่สะดุดตาที่สุดคือแตงกวาผิวเรียบตึงสีเขียวเข้มที่มีละอองน้ำค้างเกาะพราวราวกับเพชรเม็ดจิ๋ว ทุกอย่างล้วนเป็นผลผลิตจากน้ำทิพย์ในมิติลับของนางทั้งสิ้น ไม่ต้องเอ่ยถึงรสชาติ แค่รูปลักษณ์ภายนอกก็กินขาดผักทั่วไปในตลาดสดเมืองเฟิงเฉิงไปหลายขุมแล้วค่ะ
"ฟางเซียน... เจ้ามั่นใจนะว่าผักพวกนี้จะขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว? ข้าเห็นสายตาของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมสกุลจูแล้ว เขาเดินผ่านไปผ่านมาหลายรอบแต่ยังไม่กล้าเอ่ยปากทัก คงเพราะเกรงใจเรื่องราคาสูงลิ่วที่เราตั้งไว้ล่ะมั้งคะ"
เฉินหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาของสามีหนุ่มฉายแววกังวลระคนห่วงใย มือหนาที่ผ่านการจับดาบและถือจอบมาอย่างโชกโชนกำลังจัดเรียงหัวผักกาดให้อยู่ในตำแหน่งที่สวยงามที่สุด แม้ภายนอกเขาจะเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ใครๆ ต่างเกรงกลัวยามอยู่ในสนามรบ แต่ยามนี้เขากลับก้มหน้าก้มตาดูแลสินค้าของภรรยาอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นไข่ในหิน
ฟางเซียนเหลือบมองสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี นางยื่นมือเรียวไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค "ท่านพี่วางใจเถอะค่ะ ของดี ย่อมมีราคาของมัน คนฉลาดในเมืองนี้ไม่ได้มีแค่ตระกูลซุนหรอกนะคะ อีกอย่าง... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขายให้พวกพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
สิ้นคำพูดของนาง เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับกลิ่นหอมของชาชั้นดีก็ลอยมาแตะจมูก เถ้าแก่จูแห่งโรงเตี๊ยมอวี้หลัน โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งประจำเมืองเฟิงเฉิง ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแผงค้าของสองสามีภรรชาตระกูลเฉิน ร่างท้วมในชุดผ้าแพรปักลายวิจิตรหรี่ตามองผักตรงหน้าด้วยความประหลาดใจระคนไม่แน่ใจ
"แม่นางเฉิน... ผักเหล่านี้... เจ้าปลูกเองจริงหรือ? เหตุใดจึงดูสดใหม่ราวกับเพิ่งเก็บมาจากดินแดนเซียนเช่นนี้เล่า ผักกาดหัวนี้เนื้อแน่นเสียยิ่งกว่าที่ข้าเคยสั่งมาจากเมืองหลวงเสียอีก!" เถ้าแก่จูเอ่ยด้วยความตื่นเต้น มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะต้องใบผักกาด แต่กลับต้องชะงักเมื่อถูกสายตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่มของเฉินหยางตวัดมองจนต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน
ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวขึ้นมาบังหน้าสามีเล็กน้อย รอยยิ้มการค้าถูกระบายบนใบหน้าอย่างงดงามไร้ที่ติ "เถ้าแก่จูตาถึงยิ่งนักค่ะ ผักเหล่านี้ข้าและสามีทุ่มเทแรงกายแรงใจปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีเจือปน ความกรอบและหวานธรรมชาติของมัน หากนำไปทำเป็นเมนูซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน หรือผัดไฟแดงรับรองว่าแขกบ้านแขกเมืองในโรงเตี๊ยมของท่านจะต้องติดใจจนต้องกลับมาสั่งซ้ำแน่นอนค่ะ"
"ดี! ดีมาก! ข้าขอเหมาผักกาดขาวและคะน้าทั้งหมดนี่ครึ่งหนึ่ง! ว่าแต่ราคา..."
"ราคาตามที่ข้าเคยส่งข่าวบอกกล่าวไปค่ะ เถ้าแก่จูไม่ขาดทุนแน่นอน แถมยังได้หน้าตาเพราะมีแต่วัตถุดิบชั้นเลิศเสิร์ฟแขกวีไอพีอีกด้วย" ฟางเซียนตอบรับอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้ต่อรอง
การซื้อขายดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ เสียงเหรียญเงินกระทบกันในถุงดังกรุ๊งกริ๊งเรียกสายตาอิจฉาริษยาจากบรรดาแม่ค้าแผงข้างเคียง โดยเฉพาะสะใภ้ใหญ่ตระกูลซุนที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลืนกินผักเน่าในมือของตนเอง ยอดขายล็อตแรกทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในเวลาเพียงไม่ถึงเค่อ (15 นาที) เงินกำไรก้อนโตที่ได้มา มากพอจะทำให้ครอบครัวของพวกนางหลุดพ้นจากความยากจนและตั้งตัวได้สบายๆ ในชั่วข้ามคืน
เฉินหยางมองถุงเงินในมือสลับกับใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจของภรรยา หัวใจของนายทหารผู้แข็งกระด้างพองโตจนแทบระเบิด ความรู้สึกเทิดทูนบูชาฉายชัดอยู่ในดวงตาคมเข้ม เขารู้ดีว่าภรรยาของตนไม่ใช่แค่สตรีชาวไร่ธรรมดา นางมีความเฉียบแหลมและเล่ห์เหลี่ยมแพรพราวที่พร้อมจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ทุกเมื่อหากนางต้องการ
"ฟางเซียน เจ้าเก่งกาจเกินไปแล้ว..." เฉินหยางกระซิบแผ่วเบายามที่พวกเขาช่วยกันเก็บแผงหลังการขายสิ้นสุดลง
"นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นค่ะ ท่านพี่..." ฟางเซียนยิ้มรับ นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสดใส ยามนี้พวกเขามีเงินทุน มีสินค้า และมีเรี่ยวแรงพอที่จะตบหน้าพวกที่เคยเหยียบย่ำได้แล้ว แต่ทว่า... ก่อนที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะจะจางหายไปจากริมฝีปาก สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปรดของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากตรอกมืดด้านข้าง
บุรุษผู้นั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบครึ่งซีกถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง แต่ดวงตาคมกริบที่ลอดผ่านเงาหมวกออกมากลับจดจ้องมาที่ฟางเซียนราวกับรู้จักนางมานานแสนนาน พร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กในมือที่ถูกส่งต่อมายังเด็กรับใช้ ทิ้งข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า— *"ระวังตัวให้ดี ฮูหยินน้อยตระกูลเฉิน คนเบื้องบนเริ่มรู้เรื่องมิติลับของเจ้าแล้ว"*
ลมหนาวพัดกรรโชกวูบหนึ่งจนร่างบางสะท้านเฮือก รอยยิ้มเมื่อครู่แข็งค้างอยู่บนใบหน้าทันที!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของดัชเชสโพดำมาโดยตลอดนะคะ!
แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร•ตอนที่ 8
ตลาดนัดเช้าที่แสนคึกคัก
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!