“หากพวกเจ้ายังกล้าใช้สายตาต่ำทรามเช่นนั้นมองภรรยาของข้าอีกแม้แต่คราเดียว ข้าเกรงว่ามือคู่นี้อาจเผลอทำเรื่องน่าเสียดาย... เช่นการช่วยพวกเจ้าล้างตาด้วยคมดาบให้สะอาดหมดจดเสียกระมัง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึกดังขึ้น ท่าศาลาริมตลาดสดที่ผู้คนกำลังพลุกพล่านกลับเงียบกริบลงในชั่วพริบตา บรรยากาศรอบกายของเฉินหยางในยามนี้ไม่ได้มีกลิ่นอายของชาวนาผู้ก้มหน้าก้มตาไถดินทำกินอย่างที่ใครต่อใครคุ้นตาอีกต่อไป หากแต่เป็นกลิ่นอายของแม่ทัพสนามรบผู้ผ่านการคร่าชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววับวาวด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังจัดเรียงหัวไชเท้ารสเลิศจากมิติลับในตะกร้าสาน นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ก้าวมายืนบังร่างของนางไว้มิดชิดอย่างทันท่วงที หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะมั่นคงด้วยความระแวดระวัง กลับไหววูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด สายตาที่เขามองปกป้องนางเมื่อครู่ ไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง แต่มันคือความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อปกป้องสตรีเบื้องหลัง
กลุ่มนักเลงอันธพาลประจำตลาดที่เมื่อครู่ยังส่งเสียงแซวโลมเลียและใช้สายตาแทะโลมรูปร่างอรชรของนางด้วยความคะนอง ถึงกับหน้าถอดสี ขาแข็งก้าวไม่ออกเมื่อเผชิญหน้ากับรัศมีอำนาจกดดันที่แผ่ออกมาจากชายร่างสูงใหญ่ผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างขมับ
“คะ... แค่ล้อเล่นกันนิดหน่อย เหตุใดต้องจริงจังถึงเพียงนี้ด้วยเล่า ท่านแม่ทัพเฉิน!” หนึ่งในสมุนนักเลงเอ่ยเสียงสั่น พยายามกลบเกลื่อนความหวาดกลัวด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ขณะถอยหลังกรูดไปสามก้าว
“การล้อเล่นของพวกเจ้า สมควรใช้กับสراยบ้านอื่น ไม่ใช่ภรรยาของเฉินหยางคนนี้” เขาไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมันเต็มตาด้วยซ้ำ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนพวกมันต้องผถวาหนี “ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเสีย ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจไม่ใช้ดาบ แต่ใช้กำปั้นแทน”
สิ้นคำขู่ที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร กลุ่มอันธพาลก็ไม่รอช้า ต่างพากันวิ่งหนีหายเข้าไปในฝูงชนราวกับสุนัขจนตรอก ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ของชาวบ้านบางคนที่สะใจกับการสั่งสอนคนพาลในครั้งนี้
ฟางเซียนแอบอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก นางยื่นมือเรียวขาวไปดึงชายเสื้อคลุมเนื้อหยาบของสามีเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้เขาต้องไปมีเรื่องราวใหญ่โตกับคนชั้นต่ำพวกนั้นให้น่ารำคาญใจ
“ท่านพี่... ทำเกินไปแล้วกระมังเจ้าคะ เดี๋ยวพวกเขาก็พากันไปฟ้องร้องนายอำเภอหรอก” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาหงส์ระยิบระยับด้วยความขบขันแกระแกมเอ็นดู
เฉินหยางหันกลับมามองภรรยา ใบหน้าคมคายที่เมื่อครู่ดุดันราวกับมัจจุราช กลับอ่อนโยนลงในเสี้ยววินาที ดวงตาสนิทสีนิลทอประกายห่วงใยจนแทบจะละลาย เขากวาดสายตามองสำรวจเนื้อตัวนางอย่างละเอียดด้วยความร้อนรน “เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ฟางเอ๋อ? พวกมันกล้าดียังไงมามองเจ้าด้วยสายตาไร้มารยาทเช่นนั้น หากข้ามาถึงช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว ข้าคง...”
“ข้าไม่เป็นอะไรสักหน่อยเจ้าค่ะ ท่านก็รู้ว่าฝีมือการต่อกรกับพวกอันธพาลระดับนี้ ข้าจัดการเองได้สบายๆ ไม่จำเป็นต้องรบกวนท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรเลยสักนิด” นางเอ่ยแซوพลางยื่นมือไปหยิบผ้าขนหนูสะอาดซับเหงื่อที่ซึมตามไรผมให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ การกระทำที่สนิทสนมและใส่ใจนี้ ทำให้ใบคมสันของเฉินหยางขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้พวกเขาจะแต่งงานกันมาสักระยะแล้ว แต่ความใกล้ชิดที่อ่อนโยนเช่นนี้ก็ยังคงทำให้หัวใจของนายทหารผู้ไม่ประสีประสาเรื่องรักใคร่เต้นระรัวทุกครั้ง
“ข้าเป็นสามีของเจ้า หน้าที่ปกป้องเจ้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด... ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในบ้านหรือนอกบ้าน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบและถือจอบไถนา เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของนางออกให้อย่างทะนุถนอม “อีกอย่าง... สินค้าของวันนี้ขายหมดเกลี้ยงแล้วไม่ใช่หรือเหตุใดเจ้ายังมายืนรับลมตรงนี้อีก อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว กลับบ้านกันเถอะ ข้าเตรียมแปลงผักแปลงใหม่หลังบ้านรอให้เจ้าไปจัดการอยู่พอดี”
ฟางเซียนพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ วันนี้ผักกาดหอมและหัวไชเท้าวิเศษที่นางแอบดึงออกมาจากมิติลับ ขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงชั่วยาม เม็ดเงินที่ได้มามากพอจะซื้อผ้าเนื้อดีและวัตถุดิบทำอาหารชั้นเลิศมาบำรุงครอบครัวได้สบายๆ แถมยังทำให้พวกแม่สามีจอมเคี่ยวที่เคยมาดูถูกเหียดหยามนางต้องอ้าปากค้างด้วยความอิจฉาตาร้อน
สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันไปตามถนนดินแดงมุ่งหน้ากลับเรือนหลังน้อย ท่ามกลางแสงตะวันยามเย็นที่สาดส่องลงมาทาบทับเงาร่างของทั้งสองให้ซ้อนทับกันอย่างอบอุ่น ความสุขเรียบง่ายที่นางไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับในชีวิตนี้ กำลังผลิบานขึ้นทีละน้อย ราวกับเมล็ดพันธุ์แห่งความรักที่ถูกรดด้วยน้ำทิพย์จากมิติลับ
ทว่า... ความสงบสุขมักเป็นสิ่งที่มีราคาแพง และมักจะอยู่ได้ไม่นานนัก
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงหน้าประตูรั้วไม้ไผ่ของบ้านพัก เฉินหยางก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อพบว่ามีร่างของหญิงวัยกลางคนผู้คุ้นเคยกำลังยืนเท้าสะเอวรออยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาตี่เล็กกวาดมองข้าวของในตะกร้าที่เหลือเพียงความว่างเปล่าด้วยแววตาโลภมาก
“นั่นพวกเจ้าสองคนหายหัวไปไหนกันมาทั้งวัน! รู้ไหมว่าข้ามายืนรอนานจนขาจะแข็งอยู่แล้ว!” เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉินดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ นางก้าวเข้ามาขวางหน้าประตูทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านได้เอ่ยปากทักทาย
ฟางเซียนหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบฉายประกายเยียบเย็นขึ้นมาวูบหนึ่ง นางตระหนักได้ทันทีว่าความสงบสุขในวันนี้เป็นเพียงแค่การพักรบชั่วคราวเท่านั้น
เฉินหยางก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยาอีกครั้ง รังสีอำนาจแผ่ออกมาจากร่างหนาจนป้าสะใภ้ถึงกับชะงัก ถอยหลังกรูดไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดหวั่น แต่นางยังคงเชิดหน้าขึ้นด้วยความกระหายอยาก “สะใภ้รอง... ข้าได้ยินมาว่าวันนี้พวกเจ้าขายผักในตลาดได้เงินมาไม่น้อยเลยไม่ใช่หรือ? ในฐานะที่พวกเจ้าเป็นน้องเล็กของตระกูล และข้าก็อุตส่าห์เมตตามาเยี่ยมเยียน สมควรที่จะต้องแบ่งเงินครึ่งหนึ่งมาให้ข้าเพื่อไปใช้จ่ายในเรือนใหญ่ได้แล้ว!”
ความโลภและความหน้าไม่อายของคนตระกูลนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ นางเตรียมจะก้าวออกไปจัดการกับแม่เฒ่าหน้าเลือดผู้นี้ด้วยวาจาเชือดเฉือนให้หงายเงิบ แต่ทว่า... ก่อนที่นางจะได้ขยับตัว เฉินหยางสามีผู้เงียบขรึมและมักจะอดทนอดกลั้นต่อญาติพี่น้องมาโดยตลอด กลับเอ่ยประโยคที่ทำให้นางถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง
“ท่านป้าสะใภ้...” น้ำเสียงของเฉินหยางราบเรียบเย็นเยียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับทรงพลังจนน่าขนลุก “ถ้าท่านยังไม่ถอยออกไปจากหน้าประตูบ้านของข้าภายในสามลมหายใจนี้...”
เขายกมือขึ้นปลดปมเชือกที่คาดเอว ซึ่งเหน็บมีดสั้นเล่มโตเอาไว้ ชายหนุ่มชำเลืองมองนางด้วยหางตาที่คมกริบดั่งคมมีด
“ข้าเกรงว่า... เลือดหัวของตระกูลเฉินคงจะได้ไหลนองบนพื้นดินตรงนี้ เพื่อเป็นเครื่องเซ่นไหว้ต้อนรับผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญเสียแล้วกระมัง!”
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงราวกับป่าช้า ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านร่างของป้าสะใภ้จนนางตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะเอ่ยด่าทอแต่กลับติดอยู่ที่ลำคอ
ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งสูงถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากตรอกมืดด้านข้าง พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่พุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบเรือนพักของพวกเขาเอาไว้ทั้งหมดในพริบตา!
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของดัชเชสโพดำมาโดยตลอดนะคะ!
แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร•ตอนที่ 9
เฉินหยางผู้ซื่อตรง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!