"หากพวกมันกล้าส่งนักฆ่ามาเหยียบชายแดนเพื่อปิดปากข้าในคืนนี้... พรุ่งนี้เช้า ข้าก็จะจ้างชาวบ้านทั้งหมู่บ้านมาแผ้วถางป่าทำแปลงเกษตรให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยค่ะ!"
น้ำเสียงใสแต่เด็ดเดี่ยวของหลินฟางเซียนดังขึ้นท่ามกลางความมืดในห้องนอน ร่างเพรียวระหงในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อดีขยับกายลุกขึ้นนั่งบนเตียง ดวงตาสวยคู่คมยังคงประกายแสงระยิบระยับด้วยความกรุ่นโกรธ ปมมรดกและเงาหัวที่ถูกหมายหัวจากเมืองหลวงยังไม่ทันจางหาย ร่องรอยของมือสังหารที่ถูกส่งมาเมื่อดึกวาดความตึงเครียดไว้บนขอบหน้าต่าง แต่สำหรับนาง... สตรีผู้ผ่านจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง ความหวาดกลัวไม่ใช่ทางออก การ "บล็อกทางทำมาหากิน" และ "สร้างฐานอำนาจรากหญ้า" ต่างหากคืออาวุธที่คมกริบที่สุดในเกมการเมืองนี้
ข้างกายของนาง แม่ทัพเฉินหยางผู้มีร่างสูงใหญ่กำยำราวกับภูผา ขยับตัวตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณนักรบ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ภรรยาตัวน้อย มือหยาบกร้านจากการจับดาบและไถนาเอื้อมมาโอบไหล่มบางไว้ทันที สัมผัสอบอุ่นและมั่นคงนั้นทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นของฟางเซียนสงบลงครึ่งหนึ่ง
"เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างร้อนรน สายตาดุดันกวาดสำรวจร่างนางทั่วตัวราวกับจะตรวจหาบาดแผล
"ข้าไม่เป็นไรค่ะพี่หยาง... แค่กำลังคิดว่า ไร้สาระสิ้นดีที่พวกสุนัขรับใช้จากเมืองหลวงคิดจะมาเด็ดหัวข้าในบ้านของตัวเอง พวกมันคงคิดว่าข้าเป็นคุณหนูในหอคอยที่รอวันถูกเชือดสินะคะ" มุมปากอิ่มยกยดรอยยิ้มเยาะหยัน "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรกนัก ข้าก็จะใช้แปลงผักและกองเงินนี่แหละค่ะ ฟาดหน้าพวกมันทีละคน!"
เฉินหยางมองภรรยาด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความรัก ความเทิดทูน และความทึ่งระคนกัน บุรุษผู้เคยนำทัพนับหมื่นรบพุ่งในแนวหน้า กลับยอมสยบแทบเท้าสตรีตัวเล็กๆ คนนี้อย่างไร้เงื่อนไข สำหรับเขาแล้ว หลินฟางเซียนหาใช่ภรรยาที่ต้องคอยปกป้องไว้ข้างหลัง แต่นางคือแม่ทัพผู้กุมยุทธศาสตร์ในยามสงคราม—สงครามการค้าและการเอาชีวิตรอดที่ดุเดือดไม่แพ้ในสนามรบ
"เจ้าอยากทำสิ่งใด พี่จะสนับสนุนเจ้าให้ถึงที่สุด ดินแดนรกร้างแถบนี้ หากเจ้าต้องการแผ้วถางให้กลายเป็นไร่หมื่น mu ข้าจะนำกำลังพลและจอบเสียมมาให้เจ้าเอง" เฉินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
รอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นบนใบหน้าหวานล้ำ หลินฟางเซียนเอื้อมมือไปจับมือหนาของสามีไว้ "ดีค่ะ! เช้าวันนี้แหละ เราจะประกาศจ้างแรงงานชาวบ้านในหมู่บ้านทั้งหมด ใครอยากได้งาน ใครอยากได้เงินค่าจ้างงามๆ และเมล็ดพันธุ์พืชคุณภาพสูง มาลงชื่อที่หน้าเรือนเราได้เลยค่ะ!"
เมื่อแสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดส่องลงบนพื้นดิน ไม่ใช่เสียงระฆังสงคราม แต่เป็นเสียงตีเกราะเคาะไม้ไผ่เรียกประชุมชาวบ้านที่ดังสนั่นไปทั่วหมู่บ้านชายขอบ หลินฟางเซียนยืนเด่นอยู่หน้าลานบ้าน เบื้องหลังคือนางแอ่นกระดาษและโต๊ะไม้ตัวยาว บนโต๊ะวางถุงเงินเหรียญทองแดงและเศษเงินตำลึงเงินกองโตจนสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ดึงดูดสายตาของชาวบ้านนับร้อยคนที่พากันมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นยากจนข้นแค้น บางคนมีที่ดินแห้งแล้งจนแทบเพาะปลูกอะไรไม่ได้ การปรากฏตัวของฮูหยินตระกูลเฉินพร้อมถุงเงินสดๆ จึงเหมือนสายฝนที่ตกลงมากลางทะเลทราย
"ทุกท่านค่ะ!" เสียงหวานใสแต่กังวานก้องกังสดาลดึงความสนใจของทุกคนให้เงียบกริบ หลินฟางเซียนกวาดสายตามองชาวบ้านรอบตัวด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่ทรงพลัง "ข้า หลินฟางเซียน มีความประสงค์จะขยายพื้นที่เพาะปลูกแปลงเกษตรครั้งใหญ่ ใครก็ตามที่มีแรงงาน ข้าขอจ้างท่านมาช่วยถางป่า ขุดคูน้ำ และปลูกสมุนไพรกับผักสวนครัว ค่าแรงต่อวันสูงกว่าท้องตลาดถึงสามเท่า! และที่สำคัญ... ข้ามีเมล็ดพันธุ์วิเศษที่จะทำให้พืชผลของพวกท่านเติบโตเร็วกว่าปกติถึงสามเท่าตัว!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที ชาวบ้านต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ค่าแรงสามเท่า! แถมยังมีเมล็ดพันธุ์วิเศษที่ว่านั่นอีก สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ นี่คือโอกาสเปลี่ยนชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว
หญิงชราคนหนึ่งในชุดผ้าเก่าขาดวิ่นเดินกะโผลกะเผละออกมาด้านหน้า ยกมือสั่นเทาขึ้นประสานคารวะ "ฮูหยิน... พวกเราแก่เฒ่าและยากจน มีเรี่ยวแรงไม่มากนัก ท่าน... ท่านจะจ้างพวกเราจริงๆ หรือเจ้าคะ?"
ฟางเซียนไม่ลังเล นางก้าวลงจากแท่นไม้ เดินเข้าไปประคองหญิงชราผู้นั้นด้วยความนุ่มนวล แววตาฉายประกายความเห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจ "ยายเฒ่าคะ คนเราเกิดมาไม่มีใครต่ำต้อย งานถางป่าหนักหนາอาจจะไม่เหมาะกับท่าน แต่ข้ามีงานคัดแยกเมล็ดพันธุ์และดูแลแปลงเพาะกล้าในร่มที่เหมาะสมกับแรงของท่านแน่นอนค่ะ ทุกคนที่มีแรง ย่อมมีสิทธิ์ทำกินในผืนแผ่นดินนี้ ไม่มีใครถูกทอดทิ้งทั้งสิ้นค่ะ!"
คำพูดนั้นสะท้อนเข้าไปในหัวใจของชาวบ้านจนหลายคนถึงกับน้ำตาซึม ความจงรักภักดีและความศรัทธาต่อ "แม่ทัพหญิง" คนใหม่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวน้ำป่าไหลหลาก ทุกคนต่างแย่งกันเข้ามาลงชื่อจนกระดาษยาวเหยียดเต็มไปด้วยลายมือและรอยนิ้วมือเปื้อนหมึก
ในขณะที่บรรยากาศการจ้างงานกำลังดำเนินไปอย่างคึกคักและเปี่ยมด้วยความหวังที่บ้านพักของตระกูลเฉิน มิติพิเศษในห้วงจิตของฟางเซียนก็สั่นไหวเบาๆ น้ำทิพย์ในบ่อน้ำวิเศษส่งกลิ่นหอมหวานชื่นใจ เมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมและโสมพันปีในโรงเก็บเปล่งแสงเรืองรอง เป็นสัญญาณเตือนว่าพลังงานแห่งการเติบโตกำลังเชื่อมโยงกับผืนดินภายนอกแล้ว
ทว่า... ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของชาวบ้านที่กำลังรับจอบและเสียมแจกจ่ายจากมือของเฉินหยาง รถหรูหราติดตราสัญลักษณ์ตระกูลขุนนางใหญ่จากเมืองหลวงคันหนึ่ง ก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านอย่างอุกอาจ!
ม่านผ้าไหมสีเข้มถูกเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวแต่เย่อหยิ่งของ "คุณชายรองหลิน" พี่ชายต่างมารดาผู้จงเกลียดจงชังนาง เข้ามาพร้อมกับกลุ่มองครักษ์ติดอาวุธครบมือ ดวงตาคมกวาดมองภาพความครึกครื้นของการทำไร่ไถนาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะยิ้มเยาะออกมาเสียงดัง
"น้องหญิงรอง... เจ้าช่างมีอารมณ์สุนทรีย์เสียจริงนะ ถึงได้ผันตัวมาเป็นอีแจ๋วชาวไร่คลุกดินคลุกโคลนอยู่กับพวกชั้นต่ำพวกนี้ น่าเสียดายนัก... ที่ดินผืนนี้ และเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดที่เจ้ากำลังจะปลูก กำลังจะถูกยึดเป็นทรัพย์สินของทางการในอีกไม่กี่ลมหายใจข้างหน้านี้แล้ว!"
บรรยากาศรอบลานบ้านเย็นเยียบลงทันที ชาวบ้านต่างถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดจากเมืองหลวง เฉินหยางก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยา มือหนากำด้ามดาบข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รัง杀氣 (จิตสังหาร) แผ่ซ่านออกมาจนม้าศึกของฝั่งตรงข้ามถึงกับสะดุ้งถอยหลัง
ทว่า หลินฟางเซียนกลับไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากด้านหลังสามี ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม ขณะที่มือเรียวสวยหยิบ "ตะกร้าสานไม้ไผ่ใบเล็ก" ที่บรรจุอาหารว่างจานเด็ดขึ้นมาเปิดฝาออก
กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "เกี๊ยวทอดกรอบไส้หมูเห็ดหอมราดซอสเปรี้ยวหวานสูตรลับจากมิติพิเศษ" พวยพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำมันงาผสมผสานกับความเปรี้ยวหวานกลมกล่อมเตะจมูกทุกคนจนแม้แต่พวกองครักษ์ยังต้องแอบกลืนน้ำลาย
ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาสيาดคมกริบมองตรงไปยังพี่ชายตัวแสบราวกับมองมดปลวก
"พี่รองคะ... ก่อนที่ท่านจะพูดเรื่องยึดทรัพย์ ท่านช่วยชิม 'ของว่างต้อนรับแขก' ที่ข้าเพิ่งทำเสร็จร้อนๆ นี่เสียก่อนดีกว่าค่ะ... เผื่อว่ามันจะเป็นมื้อสุดท้ายในชีวิตของท่าน!"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของฟางเซียนและท่านแม่ทัพด้วยหัวใจเสมอนะคะ!
แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร•ตอนที่ 11
ขยายพื้นที่เพาะปลูก
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!