แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร•ตอนที่ 6

คนขี้อิจฉาในหมู่บ้าน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
“ถ้าแปลงผักของบ้านเจ้ามันงอกงามขึ้นมาได้จริงๆ ล่ะก็ ฉันเอาหัวสุนัขปักลงดินได้เลย!” เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลจ้าว—จางซื่อ ดังแหวขึ้นมากลางลานบ้านอย่างไม่ไว้หน้า ท่าทางของนางในยามนี้คือการกอดอก เชิดหน้า และกวาดสายตามองแปลงผักกาดขาวหลังบ้านของหลินฟางเซียนด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ปิดไม่มิด รอบตัวนางยังมีเหล่าหญิงชาวบ้านที่ว่างงานมารวมตัวกันมุงดูราวกับรอดูละครสัตว์เรื่องใหญ่ หลายคนส่งเสียงหัวเราะคิกคักผสมโรง เพราะในสายตาของคนแถบนี้ พื้นดินรกร้างตรงนี้ต่อให้ใส่ปุ๋ยดีแค่ไหน ก็แทบไม่มีทางปลูกอะไรให้รอดพ้นจากดินเค็มและแมลงรบกวนไปได้ หลินฟางเซียนไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที นางยังคงก무้มตัวใช้ช้อนไม้พรวนดินรอบต้นกล้าผักกาดขาวที่เพิ่งย้ายลงแปลงเมื่อวานอย่างใจเย็น สัมผัสของดินร่วนซุยชื้นๆ ในมิติลับยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว เมล็ดพันธุ์เกรดพรีเมียมที่ผ่านการรดด้วยน้ำทิพย์สวรรค์เริ่มส่งสัญญาณชีวิตตั้งแต่วามืด แผ่นดินบริเวณนี้จึงไม่ใช่ดินเค็มธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นทองคำสีดำที่พร้อมจะออกดอกออกผลในชั่วข้ามคืน “หัวของพี่สะใภ้รองมีค่าเกินกว่าจะเอามาปักดินเล่นหรอกค่ะ” ฟางเซียนค่อยๆ ยืดตัวขึ้น ปัดเศษดินตามชายเสื้อออกอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มบนใบหน้าของนางงดงามแต่ทว่าเย็นเยียบจนจางซื่อชะงักไปวูบหนึ่ง “อีกอย่าง... คำพูดพล่อยๆ แบบนั้น หากทำไม่ได้จริง ระวังมันจะกลายเป็นหอกย้อนกลับมาทิ่มแทงคอหอยตัวเองเอานะคะ” “อุ๊ย! ปากคอเราะร้ายนักนะนังสะใภ้บ้านเฉิน!” จางซื่อหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ นางพุ่งเข้ามาใกล้รั้วไม้ไผ่ กลิ่นตัวและกลิ่นแป้งราคาถูกโชยปะทะจมูก “สามีเจ้าไปเป็นทหารชายแดนจนป่านนี้ไม่รู้ตายหองอยู่ที่ไหนแล้ว เจ้ายังจะมีหน้ามาทำตัวอวดดี ปลูกผักกิเอกิอาไรรอบบ้าน คิดว่าจะรวยทางลัดขึ้นมาหรือไง? ผักเน่าๆ พวกนี้ ต่อให้รดน้ำจนตายมันก็เป็นได้แค่ขยะเปียก!” บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที หญิงชาวบ้านบางคนเริ่มหลบตา เพราะรู้ดีว่าสามีของฟางเซียนคือเฉินหยาง นายทหารร่างยักษ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและฝีมือการรบ แม้เขาจะเงียบขรึมและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ถ้าใครกล้าแตะต้องภรรยาของเขา มีหวังได้เห็นเลือดตกยางออกแน่ แต่จางซื่อผู้โง่เขลากลับไม่สนนางสนใจเพียงความอิจฉาริษยาที่สุมอก ตั้งแต่นางเห็นฟางเซียนนำหัวไชเท้ารสชาติเยี่ยมยอดและผักใบเขียวสดกรอบไปขายให้พ่อค้าเร่เมื่อสองวันก่อน จนได้เงินมาห่อใหญ่ นางก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดแต่จะมาหาเรื่องกลั่นแกล้งทำลายแปลงผักนี้ให้พินาศ “ขยะเปียกอย่างที่ท่านว่า... อาจจะราคาแพงกว่าข้าวของในบ้านพี่สะใภ้รองทั้งหลังรวมกันเสียอีกนะคะ” ฟางเซียนก้าวเท้าเข้าไปใกล้รั้ว ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับพญาเหยี่ยว “อยากพิสูจน์ไหมล่ะคะ? ว่าอีกสามวันข้างหน้า ผักแปลงนี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร” “สามวัน? Ha! อย่าว่าแต่สามวันเลย ต่อให้สามสิบวัน ผักของเจ้าก็มีแต่จะเหี่ยวเฉาตายคาดิน!” จางซื่อแค่นเสียงหัวเราะลั่น ก่อนจะเหลือบไปเห็นถังไม้ใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างโอ่งน้ำ ซึ่งฟางเซียนเพิ่งตักน้ำผสมน้ำทิพย์เตรียมไว้รดแปลงผัก นางนึกสนุกและอยากทำลายข้าวของขึ้นมาทันที “อุ๊ยตาย! ฉันซุ่มซ่ามจริงๆ” *เพล้ง!* จางซื่อแกล้งทำทีเป็นเซถลาไปชนถังน้ำจนคว่ำคว่ำ น้ำใสสะอาดไหลทะลักนองพื้นดินอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรทิพย์กระจายตัวขึ้นมาแตะจมูกชั่วขณะ นางยิ้มเยาะด้วยความสะใจ “อุ๊ย ขอโทษทีนะจ๊ะ พอดีมือไม้อ่อนไปหน่อย น้ำสกปรกพวกนี้คงไม่เสียดายหรอกมั้ง?” เหล่าคนมุงส่งเสียงฮือฮา บ้างก็สมน้ำหน้า บ้างก็แอบถอนหายใจแทนฟางเซียน ทว่า... หลินฟางเซียนกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนของความตกใจหรือโกรเกรี้ยวนางระเบิดอารมณ์ออกมา ใบหน้าหวานยังคงประดับรอยยิ้มบางเบา ดวงตาสีดำสนิทมองซากน้ำที่นองพื้นด้วยแววตาสมเพชเวทนา “น้ำบำรุงราคาแพงตักจากบ่อลึกสามจั้ง... น่าเสียดายแทนพี่สะใภ้รองจริงๆ ค่ะ” ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความขุ่นเคือง “เพราะน้ำถังนั้น... ข้าตั้งใจจะเอาไว้รดแปลงผักด้านหน้า แต่ในเมื่อมันไหลมารวมกันตรงรากของแปลงผักแปลงนี้พอดี... ข้าก็คงต้องขอบคุณความ ‘ซุ่มซ่าม’ ของท่านด้วยนะคะ” จางซื่อขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกๆ กับรอยยิ้มนั้น “เจ้าหมายความว่า—” “ยังไม่ต้องรีบกลับหรอกค่ะพี่สะใภ้รอง” เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากทางประตูรั้วหน้าบ้าน ขัดจังหวะการสนทนาขึ้นเสียก่อน ร่างสูงใหญ่ของเฉินหยางก้าวเข้ามาในลานบ้าน ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและกลิ่นอายของความเป็นนักรบ มือหนากร้านถือจอบเหล็กเล่มใหม่ที่เพิ่งไปลับคมมาหมาดๆ แววตาคมกริบดุจพญาเสือดาวกวาดมองจางซื่อและเหล่าชาวบ้านทีละคนจนทุกคนต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว เฉินหยางเดินตรงดิ่งมาหาภรรยา ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกคลุมไหล่ให้ฟางเซียนอย่างทะนุถนอม ราวกับนางเป็นไข่ในหินที่ต้องระวังไม่ให้ลมพัดผ่าน ก่อนจะหันไปสบตากับจางซื่อที่หน้าซีดเผือด “ภรรยาข้าบอกว่า... อยากให้ท่านอยู่ดูความมหัศจรรย์” เฉินหยางเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนจางซื่อเข่าแทบทรุด “ในเมื่อท่านลงทุนมาถึงนี่แล้ว ก็รอดูให้จบสิครับ ว่าผักที่ท่านบอกว่าเป็นขยะเปียก... มันจะกลายเป็นทองคำแท้คาตาของท่านได้อย่างไร” จางซื่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรู้สึกหนสันหลังวาบราวกับมีใบมีดคมกริบมาจ่ออยู่ที่ต้นคอ ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการปะทะคารมและบรรยากาศตึงเครียดรอบแปลงผักนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบก็ดังสนั่นมาจากทางถนนหมู่บ้าน ก่อนที่เงาร่างขององครักษ์ในชุดเกราะหลวงจะพุ่งตรงมาหยุดหน้าบ้านของพวกเขา พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำให้ทุกคนต้องหน้าถอดสี “ท่านแม่ทัพเฉิน! เกิดเรื่องใหญ่ที่ค่ายทหารชายแดนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนที่สุดจากเมืองหลวง... ส่งตรงถึงท่านแล้ว!” ฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากของนางลึกล้ำขึ้นทันที ดูท่า... ปุ๋ยชั้นดีสำหรับแปลงผักแปลงใหม่—และกระดานหมากรุกการเมืองชุดใหญ่—กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วล่ะค่ะ -------------------------------------------------- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดัชเชสโพดำ" ด้วยดีเสมอมานะคะ!*
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%