"หากพวกท่านยังกล้าก้าวล่วงเข้ามาในเขตเรือนพักของข้าอีกเพียงก้าวเดียว อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่เตือน!"
น้ำเสียงเฉียบขาดราวกับคมกระบี่ของหลินฟางเซียนดังแหวกลมหนาวในยามวิกาล ดวงตากลมโตหงส์คู่นั้นกวาดมองร่างของสะใภ้รองและแม่สามีตัวแสบที่กำลังทำลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างแปลงผักหลังเรือนด้วยความเย้ยหยัน ในมือเรียวบางของนางถือจอบเหล็กกล้าที่เพิ่งลับจนคมกริบ แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดุดันของอดีตนนางร้ายผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
หลี่ซื่อ แม่สามีใจร้ายผู้ชอบสูบเลือดเนื้อคนอื่นสะดุ้งโหย่งนางถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นที่แผนการขโมยต้นกล้าผักป่าของนางถูกจับได้คาหนังคาเขา แต่เพราะเกรงกลัวรัศมีอันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากร่างระหงของหลินฟางเซียนในยามนี้ นางจึงทำได้เพียงกัดฟันกรอดแล้วพ่นคำหยาบคายออกมา
"นังสะใภ้ไร้ค่า! กล้าดียังไงมาไล่ข้าผู้เป็นแม่สามี! แกมันก็แค่ตัวกาลกิณีที่สามีเอาเงินเบี้ยหวัดทหารมาซื้อไว้ หากไม่มีตระกูลเฉินคอยคุ้มหัว แกคงอดตายข้างถนนไปนานแล้ว!" หลี่ซื่อแผדเสียงแหลมสูงหมายจะใช้ความอาวุโสกดขี่เช่นเคย
ทว่าหลินฟางเซียนกลับหัวנסเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันนั้นช่างบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างมั่นคง จนอีกฝ่ายต้องถอยกรูด
"เงินเบี้ยหวัดของสามีข้า? น่าขันสิ้นดี ท่านแม่สามี... ตั้งแต่ข้าก้าวเข้าตระกูลนี้มา มีวันไหนบ้างที่ท่านไม่เอาเงินของเฉินหยางไปปรนเปรอพี่ใหญ่ผู้พี่ชายเจ้าสำราญของท่าน? ตระกูลเฉินเลี้ยงดูข้าหรือข้าต่างหากที่ต้องคอยหลังขดหลังแข็งหาเลี้ยงปากท้องคนพวกนั้น!" นางปรายตามองไปยังสะใภ้รองที่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม "กลับไปซะ! และจำใส่กะโหลกไว้ หากกล้ามาเหยียบเรือนนี้ยามวิกาลอีก คราวนี้ข้าไม่ได้ใช้แค่จอบไล่แน่!"
สิ้นเสียงประกาศกร้าว หลี่ซื่อและสะใภ้รองก็ลนลานวิ่งหนีหายไปในความมืดราวกับสุนัขจนตรอก
หลินฟางเซียนผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองแปลงผักน้อยๆ ที่เพิ่งลงเมล็ดไปเมื่อยามเย็น แม้พวกมันจะเป็นพืชผักพื้นบ้านที่โตช้าตามธรรมชาติ แต่นางมีตัวช่วยที่คนพวกนั้นไม่มีทางจินตนาการถึง
"มิติลับ..." นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เพียงแค่ตั้งจิตอธิษฐาน ร่างระหงก็วูบหายไปจากเรือนพักอันมืดมิด ทัศนียภาพรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของดินและไอหมอกจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ เบื้องหน้าของนางคือโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ขนาดใหญ่ที่มีชั้นวางขนาดยักษ์เรียงรายจนสุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์หายาก ทั้งพืชสมุนไพรล้ำค่า ธัญพืชโบราณ และผักผลไม้ทิพย์ที่สูญสูญไปจากแผ่นดินนี้
ตรงกลางมิติลับมีบ่อน้ำทิพย์สวรรค์ที่ผิวน้ำสะท้อนประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว น้ำในบ่อนี้แหละคือหัวใจสำคัญ
หลินฟางเซียนไม่รอช้า นางเดินตรงไปยังชั้นวางแล้วหยิบเมล็ดพันธุ์ "โสมหิมะพันปี" และ "คะน้าหยกสวรรค์" ออกมาอย่างละหนึ่งกำมือ จากนั้นตักน้ำทิพย์จากบ่อใส่ถังไม้แล้วเดินกลับออกมายังโลกภายนอก
ยามนี้ดึกสงัด เงียบสงบยิ่งนัก มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของแม่ทัพเฉินหยาง สามีหนุ่มผู้เหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหารที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงไม้ไผ่ หลินฟางเซียนเหลือบมองสามีแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความซื่อสัตย์และแววตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เทิดทูนที่เขามักจะมีให้นางเสมอ แม้ในสายตาคนอื่นเขาจะเป็นแม่ทัพไร้พ่ายผู้โหดเหี้ยม แต่สำหรับนางแล้ว เฉินหยางก็เป็นเพียงหนุ่มบ้านไร่ตัวโตที่ขยันขันแข็งและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ภรรยามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นางจัดการนำเมล็ดพันธุ์ที่แช่น้ำทิพย์ข้ามคืนมาหยอดลงในดินแปลงเล็กหลังเรือนที่เพิ่งไล่พวกแม่สามีไปเมื่อครู่ จากนั้นใช้ขันตักน้ำทิพย์ที่เจือจางแล้วรดลงบนดินอย่างเบามือ
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น... ทำให้แม้แต่นางผู้ผ่านโลกมามากยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
ดินร่วนซุยส่งเสียงฟู่เบาๆ ราวกับมีชีวิต เมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยู่ใต้ดินแตกหน่อผุดขึ้นมาเหนือดินทันทีด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ใบสีเขียวสดแผ่ขยาย ก้านใบอวบออ่นส่งกลิ่นหอมหวานชื่นใจกระจายไปทั่วบริเวณ เพียงชั่วระยะเวลาจิบชาเดียว ต้นคะน้าหยกสวรรค์ที่ปกติใช้เวลาปลูกนับเดือน กลับเติบโตเต็มที่ ใบใหญ่หนาเขียวขจีราวกับหยกแท้ ลำต้นอวบอิ่มน้ำจนน่ากิน ส่วนโสมหิมะพันปีก็ส่งประกายแสงเรืองรองอ่อนๆ บ่งบอกถึงพลังปราณบริสุทธิ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน
"นี่มัน... พลังของการเร่งการเจริญเติบโตที่ไร้ขีดจำกัดจริงๆ!" หลินฟางเซียนอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นระรัวด้วยความยินดี หากนางนำผักและสมุนไพรเหล่านี้ออกไปขายในตลาดเมืองหลวง รับรองว่าตระกูลเฉินจะต้องสั่นสะเทือน และเงินทองจะไหลมาเทมาจนนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน
นางย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะใบคะน้าหยกสวรรค์ที่เพิ่งโตสดๆ ร้อนๆ ความกรอบและชุ่มฉ่ำสะท้อนผ่านสัมผัส จนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเมนูเด็ดสำหรับมื้อเช้าวันพรุ่งนี้ — 'คะน้าหยกสวรรค์ผัดหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' กลิ่นหอมของเนื้อหมูเคี่ยวกับเครื่องเทศจนเปื่อยนุ่ม ผัดเคล้ากับความกรอบหวานของคะน้าทิพย์ คงจะส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนเพื่อนบ้านต้องกลืนน้ำลายเป็นแถบแน่ๆ
ทว่า ในขณะที่นางกำลังวางแผนอนาคตอันรุ่งโรจน์และความร่ำรวยที่จะเกิดขึ้น สายลมยามวิกาลก็พัดวูบผ่านหน้าต่างเรือนเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ประตูรั้วบ้านอย่างเงียบเชียบ ผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไป
เฉินหยางที่ควรจะนอนหลับสนิทบนเตียง กลับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความตื่นตัวในยามศึกสงคราม มือหนาเอื้อมไปคว้ากระบี่ประจำกายทันทีโดยไม่ส่งเสียงดังแม้แต่น้อย
"ฟางเซียน... อยู่ข้างหลังพี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบอย่างหนักแน่น ขณะที่เขาขยับร่างกำยำมาบังภรรยาไว้มิดชิดเมื่อเงาร่างสีดำประหลาดหลายร่างกำลังปีนกำแพงรั้วเข้ามาในเขตบ้านของพวกเขาอย่างอุกหาญ!
— "ดัชเชสโพดำ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ —
แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร•ตอนที่ 3
มิติลับและเมล็ดพันธุ์มหัศจรรย์
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!