"ถ้าสะใภ้รองอย่างเจ้ายังกล้าเอาข้าวสารก้นถังไปแจกพวกขอทานข้างถนนอีกแม้แต่กำมือเดียว ข้าจะประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าเจ้ามันเป็นหญิงแพศยาไร้ยางอาย ที่กล้าขโมยแม้กระทั่งข้าวในยุ้งฉางของตระกูลเฉิน!"
เสียงตวาดแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่จูแผดลั่นเรือนครัวจนผนังดินเหนียวแทบสั่นสะเทือน นางยืนเท้าสะเอว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีรีถลึงมองหญิงสาวร่างระหงที่กำลังง่วนอยู่กับการล้างหัวไชเท้ามูลค่าต่ำต้อยในอ่างไม้เก่าๆ
หลินฟางเซียนไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางหัวไชเท้าอวบอ้วนลงอย่างใจเย็น ใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือเรียวเนียนที่แม้จะผ่านงานหนักมาบ้างแต่ก็ยังคงความงดงาม ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับพี่สะใภ้ผู้ทำตัวราวกับเจ้าของชีวิตคนทั้งบ้านด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
ย้อนกลับไปเมื่อชาติก่อน ในร่างของนางร้ายผู้โง่เขลาและหลงใหลในอำนาจจอมปลอม นางเคยยอมก้มหัวให้คนตระกูลนี้โขกสับจนชีวิตพังพินาศ แต่เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง พร้อมกับ "มิติลับ" ที่อัดแน่นไปด้วยเมล็ดพันธุ์วิเศษและน้ำทิพย์สวรรค์ มีหรือที่หลินฟางเซียนคนนี้จะยอมก้มหัวให้ใครกดขี่อีกแม้แต่ก้าวเดียว!
"พี่สะใภ้ใหญ่พูดจาให้เกียรติปากตัวเองหน่อยนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานและเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงัก "ข้าวสารพวกนั้นเป็นส่วนแบ่งที่สามีข้า—เฉินหยาง ส่งหยาดเหงื่อแรงงานแลกมาจากกองทหารชายแดน ไม่ใช่ข้าวในยุ้งฉางส่วนกลางที่ท่านแม่เก็บไว้ซื้อเครื่องประดับให้ลูกสาวคนโปรดเสียหน่อย ท่านเอาสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้ข้าจะจัดการอย่างไรกับทรัพย์สินของสามีข้าเอง?"
"เจ้า... นังตัวดี! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ!" สะใภ้ใหญ่จูหน้าดำคร่ำเครียด พลางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสักฉาดให้หายแค้น
ทว่า ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสแก้วนวลของฟางเซียน ประตูเรือนครัวไม้ไผ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาอันคุ้นเคย กลิ่นอายความหนาวเย็นของลมยามเย็นและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะจมูก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเกณฑ์เก่าคร่ำคร่าว ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางกั้นระหว่างภรรยาและพี่สะใภ้ไว้อย่างพอดิบพอดี
"พี่สะใภ้ใหญ่กำลังทำอะไรหรือครับ?"
เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบจนน่ากลัวของเฉินหยางดังขึ้น บรรยากาศภายในห้องครัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น สะใภ้ใหญ่จูที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชนของน้องเขยคนนี้ แม้เฉินหยางจะไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในบ้าน แต่ยามที่เขาจริงจังและแผ่รังสีอำมหิตออกมา แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านยังต้องเกรงใจ
"อ๊ะ... ะ... หยางตี้ (น้องรองเฉิน) กลับมาแล้วหรือ" สะใภ้ใหญ่ปรับสีหน้าแทบไม่ทัน นางฝืนยิ้มแห้งแล้ง พลางหัวเราะกลบเกลื่อน "พี่สาวแค่... แค่หยอกล้อกับฟางเซียนเล่นเท่านั้นเอง น้องรองอย่าได้ถือสาเลยนะ พอดีข้าเห็นว่าน้องสะใภ้ขยันขันแข็ง เกรงว่าจะเหนื่อยเกินไปก็เท่านั้น"
"ภรรยาผมเหนื่อยหรือไม่ ผมย่อมรู้ดีครับ" เฉินหยางตอบกลับสั้นๆ แต่เฉียบขาดจนสะใภ้ใหญ่หน้าชา "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญพี่สะใภ้กลับเรือนใหญ่ไปเถอะครับ ใกล้ค่ำแล้ว ทางนี้ผมกับภรรยาต้องเตรียมอาหารเย็น"
เมื่อถูกไล่อย่างไม่ไว้หน้า สะใภ้ใหญ่จึงทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อด้วยความแค้นเคือง พึมพำด่าทอเบาๆ ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากเรือนของน้องรอง
ฟางเซียนมองแผ่นหลังนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะในใจ ก่อนจะหันกลับมามองสามีที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาในอดีตกลับรู้สึกไหววูบอย่างประหลาด เมื่อเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและหยาดเหงื่อ
เฉินหยางถอนหายใจยาว วางสัมภาระลงบนพื้น ก่อนจะยื่นมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบและถือจอบมาข้างหลัง แล้วพลิกฝ่ามือออกเผยให้เห็น "กระต่ายป่า" ตัวอ้วนพีขนสีเทาเงินสะท้อนแสงไฟ ดิ้นกระุกกระقิ๊กอยู่ในมือของเขา
"ข้าเจอเจ้าตัวนี้ระหว่างทางเดินกลับจากเวรยามชายป่า มันวิ่งมาติดกับดักไม้ที่ข้าดักไว้พอดี เนื้อน่าจะแน่นและมันกำลังดี" เฉินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรักใคร่และทะนุถนอม ราวกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้าคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก "เจ้า... อยากกินเมนูอะไรเป็นพิเศษไหม? เดี๋ยวพี่จัดการเอง"
ฟางเซียนจ้องมองกระต่ายป่าในมือสามี ก่อนจะเหลือบมองใบหน้าของชายหนุ่มที่ก้มลงมองนางด้วยแววตาเว้าวอนอยากเอาใจ นางอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู สามีผู้เกรียงไกรในคราบทหารชายแดนผู้นี้ ยามอยู่ต่อหน้านางทีไรก็มักจะกลายเป็นลูกสุนัขตัวโตที่คอยเอาอกเอาใจทุกอย่างเสมอ
"กระต่ายป่าอ้วนพีขนาดนี้ จะเอาไปต้มจืดธรรมดาคงเสียของแย่เลยค่ะ" ฟางเซียนยิ้มพราย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยจิตวิญญาณนักปรุงอาหารและนักการค้า "คืนนี้ ข้าจะทำ 'กระต่ายผัดพริกแห้งหมาล่า' สูตรลับเฉพาะตัวที่ใส่สมุนไพรจากมิติลับของเรา รับรองว่ากลิ่นหอมจะฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนคนตระกูลเฉินเรือนใหญ่ต้องกลืนน้ำลายจนคอแห้งผากแน่นอนค่ะ!"
เฉินหยางหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของนางอย่างเบามือ "ตามใจเจ้าทุกอย่างอยู่แล้ว... ว่าแต่ สมุนไพรลับที่ว่าของเจ้าน่ะ หน้าตาเป็นอย่างไรหรือ? พาพี่เข้าไปดูในมิติลับหน่อยสิ ช่วงนี้แปลงผักของเจ้าโตไวผิดปกติจนพี่แปลกใจแล้วนะ"
ฟางเซียนชะงักไปนิด รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อคำพูดของสามีแตะเข้ากับความลับที่นางยังไม่เคยอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด นางซ่อนมิติลับนี้มาตลอด หรือว่า... เขาจะเริ่มสงสัยอะไรบางอย่างแล้ว?
ทว่า ในวินาทีที่ฟางเซียนกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำแก้ตัว เฉินหยางกลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาด้วยแววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
"หรือว่า... ในมิติลับนั้น นอกจากแปลงผักและเมล็ดพันธุ์แล้ว ยังมีความลับอะไรที่ภรรยาตัวน้อยยังไม่ได้บอกสามีคนนี้อีก... หืม?"
— *ดัชเชสโพดำ*
แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร•ตอนที่ 2
สามีที่ไม่ได้เจอกันนาน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!