กลิ่นอับของฟางแห้งและกลิ่นสาบดินชื้นแฉะเตะเข้าจมูกทันทีที่สติสัมปชัญญะอันเลือนรางเริ่มกลับคืนมาร่างกายของหลินฟางเซียนในยามนี้รู้สึกราวกับถูกรถม้าวิ่งทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระดูกทุกท่อนเหมือนจะหลุดออกจากกันโดยเฉพาะศีรษะด้านขวาที่ปวดแปลบราวกับมีคนเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ
"นังตัวดี ฟื้นขึ้นมาก็เป็นภาระให้คนอื่นต้องคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวอีก! ถ้าไม่ใช่เพราะใต้เส้าออกปากไว้ตอนส่งตัว เจ้าคงนอนตายเน่าอยู่ข้างทางไปนานแล้ว!"
เสียงแหลมสูงบาดหูของสตรีวัยกลางคนดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับเสียงถังน้ำกระแทกพื้นอย่างแรงจนน้ำกระเซ็นเปรอะปลายรองเท้าผ้าเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยโคลน ฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ สมองที่เคยประมวลผลข้อมูลทางธุรกิจและแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติมานับไม่ถ้วนกำลังรีบูตอย่างรวดเร็ว เธอจำได้แม่นยำว่าคืนก่อนเธอยังนั่งตรวจบัญชีโครงการพัฒนาเกษตรกรรมอัจฉริยะในห้องทำงานติดแอร์เย็นฉ่ำ เหตุไฉนตอนนี้จึงมานอนตัวงออยู่บนกองฟางแข็งๆ ในกระท่อมหลังคาสังกะสีผสมไม่ไผ่สานที่ลมโชกเข้ามาจนหนาวสะท้านเช่นนี้เล่า?
ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก...
หลินฟางเซียน... บุตรีอนุภรรยาจากตระกูลหลินผู้ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจจนเสียคน นางร้ายผู้มีใบหน้างดงามหยาดเยิ้มแต่จิตใจคับแคบและริษยา ทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงคู่หมั้นของน้องสาวต่างแม่ จนกระทั่งสร้างความอับอายขายหน้าให้แก่ตระกูล ในที่สุดฮ่องเต้จึงมีราชโองการเนรเทศนางมายังดินแดนชายแดนทุรกันดารแห่งนี้ พร้อมกับสมรสพระราชทานให้กับ "เฉินหยาง" นายทหารชั้นผู้น้อยผู้มีข่าวลือว่าทั้งโหดเหี้ยม ไร้หัวใจ และมีใบหน้าอัปลักษณ์น่ากลัวจนต้องสวมหน้ากากเหล็กตลอดเวลา!
*ให้ตายเถอะ... นี่ฉันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายน้ำเน่าที่เพิ่งอ่านจบไปก่อนตายอย่างนั้นหรือ?แถมยังเข้าร่างของนางร้ายสะใภ้ตกอับที่กำลังจะอดตายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ด้วย!*
ฟางเซียนลอบแค่นยิ้มในใจอย่างเย้ยหยัน โลกเดิมเธอกว่าจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนำเข้าพืชผลเกษตรรายใหญ่ได้ ต้องผ่านการแข่งขันและเล่ห์เหลี่ยมแพรพราวมานับไม่ถ้วน นางร้ายในนิยายที่เอาแต่กรีดร้องโวยวายจนต้องจุดจบอนาถเช่นนี้ ช่างน่าสมเพชสิ้นดี แต่ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสมีชีวิตใหม่อีกครั้ง... ใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะมาบีบบังคับนางได้อีก!
"มองหน้าอะไรของเจ้า! นังสะใภ้ไร้ประโยชน์ ลุกขึ้นไปตักน้ำผ่าฟืนเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของเฉินหยางแล้วจะนอนสบาย ทางการตัดเบี้ยหวัดของบ้านนี้ไปหมดแล้ว ถ้าไม่อยากอดตายพรุ่งนี้เช้า ก็ไสหัวออกไปทำงานซะ!"
ป้าสะใภ้ใหญ่หลิว ผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้ของสามี ยืนเท้าสะเอวจ้องมองด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ นางตั้งใจมาดูอาการของสะใภ้ใหม่ตามคำสั่งของแม่สามีจอมปลอม แต่ในใจกลับหวังให้นางนี่ตายๆ ไปเสีย เพื่อที่พวกนางจะได้ฮุบเสบียงก้นถุงที่ทางการมอบให้ติดตัวมา
ฟางเซียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นช้าๆ นางไม่รีบร้อนโต้ตอบ ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองไปรอบกายด้วยสายตาวิเคราะห์ สภาพกระท่อมหลังนี้ทรุดโทรมจนแทบไม่เรียกว่าบ้าน ฝาผนังไม้ไผ่สานมีรอยโหว่จนลมหนาวพัดผ่านเข้ามาได้ทุกทิศทาง มีเพียงเตียงไม้เก่าๆ หนึ่งหลังและกองฟางที่นางเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมา
ทว่า... ในวินาทีที่นางกวาดสายตาสำรวจรอบตัวนั้นเอง เสียงกริ่งใสราวน้ำค้างกระทบใบไม้ก็ดังขึ้นในห้วงความคิด
[ติ๊ง! ต้อนรับท่านเข้าสู่ระบบ "มิติลับการเกษตรขั้นเทพ" ระบบพร้อมใช้งานแล้ว...]
หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ แต่นางควบคุมสีหน้าได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ ภายในห้วงจิตสำนึกของนางเวลานี้ ปรากฏภาพพื้นที่ราบกว้างใหญ่ไพศาลราวกับไร่นาส่วนตัว มีดินร่วนซุยอุดมสมบูรณ์ที่พร้อมสำหรับการเพาะปลูก มีโรงเก็บเมล็ดพันธุ์พืชหายากจากทั่วทุกมุมโลก และที่สำคัญที่สุด... บ่อน้ำทิพย์สวรรค์ที่ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ช่วยฟื้นฟูร่างกายที่บอบช้ำให้กลับมาแข็งแกร่งเป็นปลิดทิ้งในชั่วพริบตา!
*หึ... มีมิติลับวิเศษแบบนี้ ต่อให้ถูกเนรเทศมากลางทะเลทราย นางก็สามารถสร้างอาณาจักรอาหารและร่ำรวยจนซื้อเมืองได้สบายๆ!*
"มองหน้าข้าแบบนี้ หมายความว่าอย่างไร? อยากจะหาเรื่องรึ?!" ป้าสะใภ้หลิวเห็นสายตาที่นิ่งสงบผิดปรกติของฟางเซียนก็รู้สึกหงุดหงิดใจ นางยื่นมืออวบอ้วนหมายจะเข้าไปผลักไหล่บางให้ล้มลงไปกองกับพื้นอีกรอบ
ทว่า... ไวกว่าความคิด มือเรียวบางที่ดูบอบบางราวกับคุณหนูในหอห้อง กลับคว้าจับข้อมือของป้าสะใภ้หลิวไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่ส่งออกมาไม่ได้มากนัก แต่กลับมีมุมองศาที่กดจุดชีพจรบนข้อมือพอดี จนป้าสะใภ้ถึงกับหน้าถอดสี ร้องกรี๊ดออกมาด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ยๆๆ! นังบ้า! ปล่อยนะ! เจ้ารes รึไงถึงกล้าทำร้ายผู้อาวุโส!"
ฟางเซียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเฉียบคมดุดันจนป้าสะใภ้หลิวถึงกับผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ผู้อาวุโสหรือคะ?" ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นจนคนฟังขนลุกซู่ "ท่านเข้ามาในเขตบ้านของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งเสียงเอะอะโวยวายตบะแตกในยามวิกาล แถมยังคิดจะทำร้ายภรรยาของใต้เส้าเฉินผู้เป็นเจ้าของบ้าน... หากเรื่องนี้รู้ถึงหูทางการว่าท่านกำลังหยามเกียรติทหารชายแดนผู้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดิน ท่านคิดว่า... ตระกูลของท่านจะเหลือหัวติดบ่าสักกี่คนกันคะ?"
"เจ้า... เจ้ากล้าขู่ข้าเรอะ!" ป้าสะใภ้หลิวหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว นางไม่เคยเจอสะใภ้คนไหนที่เพิ่งถูกเนรเทศมาแล้วมีท่าทีเย่อหยิ่งน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
"ข้าไม่ได้ขู่ค่ะ แต่ข้ากำลังเตือนด้วยความหวังดี" ฟางเซียนสะบัดข้อมือนั้นออกอย่างไร้เยื่อใย ราวกับรังเกียจที่จะแตะต้องตัวอีกฝ่ายนานเกินไป "ตอนนี้ดึกมากแล้ว และพรุ่งนี้สามีของข้าจะต้องกลับมาจากค่ายทหารเพื่อมาทานอาหารเช้า ข้าไม่มีเวลามาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ เชิญท่าน... ไสหัวออกไปจากบ้านของข้าได้แล้วค่ะ!"
"น... นังสารเลว! เจ้ากล้าไล่ข้าหรอกเรอะ! คอยดูเถอะ ข้าจะฟ้องแม่สามีของเจ้า ให้มาจัดการตบสั่งสอนเจ้าให้เข็ดหลาบ!" ป้าสะใภ้หลิวตะโกนด่าทอด้วยความแค้นเคือง พรางถอยกรูดออกไปจากประตูกระท่อมอย่างลนลาน ก่อนจะวิ่งหนีหายไปในความมืดราวกับเห็นผี
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ฟางเซียนถอนหายใจยาวเหยียด นางทรุดตัวลงนั่งบนเตียงไม้แล้วเรียกหน้าต่างระบบมิติลับออกมาตรวจสอบทันที พื้นที่ดินในมิติว่างเปล่า มีเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาว หัวไชทาบ และข้าวสาลีป่ากองอยู่มุมหนึ่ง พร้อมกับถังไม้สำหรับตักน้ำทิพย์
*ดีล่ะ ในเมื่อตระกูลสามีและคนพวกนั้นหวังจะอดอยากให้นางตาย เพื่อจะฮุบเสบียงและพื้นที่ทำกิน... นางนี่แหละจะใช้มิติลับนี้เพาะปลูกพืชผลคุณภาพเยี่ยม ออกมาตบหน้าพวกมันทีละคนให้คว่ำไปเลย!*
ฟางเซียนหลับตาลงเตรียมจะเข้าไปสำรวจในมิติลับเพื่อจัดการเตรียมแปลงเกษตรชุดแรก ทว่า... ฉับพลันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูกระท่อม
ฝีเท้านั้นหยุดลงที่หน้าประตูก่อนที่บานประตูไม้เก่าๆ จะถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา
กลิ่นอายบุรุษเพศที่เจือจางด้วยกลิ่นอายคาวเลือดสนามรบและกลิ่นดินปืนลอยอบอวลเข้ามาในห้องแคบๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารเก่าคร่ำคร่าและเสื้อผ้าคลุมกันหนาวสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยโหว่ของหลังคาสาดส่องลงมากระทบเข้ากับใบหน้าครึ่งซีกที่เปิดเผยออกมาจากหมวกคลุม...
ใบหน้านั้นคมคายได้รูป ทว่ามีรอยแผลเป็นลากยาวจากโหนกแก้มซ้ายลงมาถึงกรามหนา แม้จะดูน่าเกรงขามและดุดัน แต่ดวงตาคมกลาบสีดำสนิทคู่นั้นกลับฉายแววความเหนื่อยล้าและความลังเลใจอย่างชัดเจน เมื่อเขากวาดสายตามาเห็นร่างบางของภรรยาที่เขารู้ดีว่านางเกียดชังและรังเกียจเขามากแค่ไหนจากการแต่งงานคลุมถุงชนครั้งนี้
เฉินหยางขบกรามแน่น มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบและถือจอบกำหมัดเข้าหากันเบาๆ เขากลัวเหลือเกินว่าภรรยาคนงามผู้นี้จะอาละวาดกรีดร้องใส่เขาเหมือนเช่นวันแรกที่มาถึง
"เจ้า... ฟื้นแล้วหรือ?" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถามขึ้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าเสียงของตนจะทำให้นางตกใจ
ฟางเซียนลืมตาขึ้น นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น "สามีจอมโหด" ร่างสูงใหญ่ตรงหน้า แต่วินาทีที่สบตากันนั้น หัวใจของนางกลับกระตุกวูบอย่างแรง ไม่ใช่เพราะความน่ากลัว แต่เป็นเพราะประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบขรึมคู่นั้น...
และก่อนที่ฟางเซียนจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เฉินหยางก็ยื่นห่อผ้าใบเล็กที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมาวางไว้บนโต๊ะไม้ผุกร่อนอย่างเก้ๆ กังๆ
กลิ่นหอมกรุ่นของ "มันเทศเผาถ่านร้อนๆ" ผสมกับกลิ่นหอมหวานของน้ำซุปกระดูกหมูอ่อนๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อมโกโรโกโสหลังน้อยทันที!
ติดตามตอนต่อไปได้ในวันพรุ่งนี้ค่ะ!
— *ดัชเชสโพดำ*
แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมโกโรโกโส
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพลิกชะตาร้ายของยัยตัวประกอบสายปลูกผักกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักแปลงเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!