เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 14

ดีกันแบบกวนๆ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"คุณอธิป... ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้นะคะว่าไหม?" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ ธันวาที่เคยยืนตัวแข็งทื่อเหมือนรูปปั้นหินอ่อน ค่อยๆ 𠄘ไหล่ลงช้าๆ ก่อนจะก้าวขาเข้าไปยืนขวางหน้าบอบบางของรินรดาไว้ครึ่งตัวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องบางอย่างพุ่งพล่านจนเจ้าตัวอาจจะยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ ชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บพิเศษปักป้ายแบรนด์ดังหัวเราะหึๆ ในลำคอ ดวงตาคมปลาวาฬกวาดมองเอกสารบนโต๊ะที่กระจัดกระจายจากการปะทะคารมก่อนหน้านี้ ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ใบหน้าเรียบเนียนของรินรดา "บังเอิญเหรอครับคุณธันวา? สำหรับคนทำธุรกิจ ไม่มีคำว่าบังเอิญหรอครับ มีแต่คำว่า 'จังหวะเวลา' ที่เหมาะสมต่างหาก... สวัสดีครับคุณรินรดา ไม่เจอกันนานเลยนะ ตั้งแต่โปรเจกต์สตรีมมิ่งปีก่อนโน้น จำได้ว่าตอนนั้นคุณสนุกมากเลยนี่นาที่ทำให้แบรนด์ของเราเสียหายไปหลายหลัก" รินรดาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความทรงจำสีเทาเกี่ยวกับอดีตอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดสองปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างเลือดเย็น มือเล็กที่กำแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อยแต่เธอก็พยายามเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่สวยตวัดมองชายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะเริ่มเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นก็ตาม "เรื่องมันผ่านมาแล้วนะคะคุณอธิป และเอกสารชิ้นนั้นก็พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของทางเราไปหมดแล้ว การที่คุณก้าวเข้ามาในพื้นที่ของเราตอนนี้ มันไม่ได้เรียกว่าจังหวะเวลาหรอกค่ะ... มันเรียกว่า 'มารยาททางสังคมที่บกพร่อง' ต่างหาก" ธันวาเหลือบมองคนข้างๆ แวบหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของนักรีวิวสายดุ ดวงตาที่เคยดุดันกลับฉายแววอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าไหล่บางนั้นกำลังไหวริกด้วยความโกรธ "ได้ยินชัดเจนแล้วนะครับคุณอธิป เชิญออกไปจากห้องของผมก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาช่วย 'ต้อนรับ' ให้สมฐานะแขกไม่ได้รับเชิญ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนอธิปถึงกับหุบยิ้ม "ระวังปากไว้หน่อยเถอะธันวา... โปรเจกต์ LYNX ที่พวกคุณกำลังพยายามกอบกู้ มันกำลังจะกลายเป็นสุสานของพวกคุณทั้งคู่ เร็วๆ นี้แหละ" อธิปทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ ปัง! ประตูห้องประชุมปิดสนิทลง รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สำนักงานทันที ขาเรียวหมดแรงดื้อๆ เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอ บรรยากาศเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ "ไหวไหมครับคุณอินฟลูเอนเซอร์สายสตรอง?" เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับกระป๋องกาแฟเย็นจัดที่ถูกนำมาแนบเข้ากับแก้มเนียน รินรดาสสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองค้อนคนตัวโตที่ย่อตัวลงมานั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับเธอ มือหนายื่นกระป๋องกาแฟใส่มือเธอแบบบังคับกลายๆ "ใครอนุญาตให้คุณมาเรียกฉันแบบนี้คะ แล้วก็นะ... กาแฟเนี่ย เอามาทำไม ฉันไม่ได้อยากกินสักหน่อย!" เธอบ่นอุบอิบ เช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าออกลวกๆ แม้ปากจะต่อต้านแต่ก็ยอมรับกระป๋องกาแฟความเย็นเฉียบนั้นมาถือไว้ ปลายหนาวของกระป๋องช่วยดึงสติเธอกลับมาได้ดีทีเดียว "ก็เห็นนั่งหน้าหงิกเป็นตูดเป็ด กลัวว่าจะช็อกตายคาห้องประชุมซะก่อน... คนอะไร อวดเก่งไม่เข้าเรื่อง เมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนจะกินหัวอธิปอยู่เลย ทำไมตอนนี้ทำหน้าเหมือนลูกหมาโดนทิ้งล่ะครับ" ธันวาพูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยื่นมือหนามาขยี้ผมเธอยุ่งเหยิงโดยไม่รออนุญาต "นี่! ผมฉันเสียทรงหมดแล้วนะคะคุณธันวา! แฟนคลับเห็นฉันหัวฟูแบบนี้หมดความศรัทธาพอดี!" รินรดาปัดมือเขาออกอย่างงอนๆ แต่แก้มใสกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเครียดเมื่อครู่ กลับเต้นผิดจังหวะเพราะสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาแทน "ความศรัทธาอะไรกัน... หน้าตาตอนตื่นนอนของคุณพังกว่านี้ผมก็เห็นมาแล้ว" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดจากเหตุการณ์เมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น "อีตาบ้า! ไปแอบดูฉันตอนนอนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ โรคจิตหรือไง!" "เปล่าสักหน่อย คุณละเมอเดินมาเคาะห้องผมเองต่างหาก... จำไม่ได้รึไงตอนที่คุณเมาไวน์แล้วบอกว่า..." ธันวาแกล้งเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดข้างแก้ม รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เธอรีบยกมือขึ้นดันอกแกร่งไว้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วบดอ่อนๆ ทำให้สมองเธอรวนไปหมด "มะ... บอกว่าอะไรคะ ถอยไปเลยนะ!" "บอกว่า..." ธันวาอมยิ้มพราย ดวงตาพราวระยับ "บอกว่า... 'คุณธันวาขา ใจร้ายจัง แต่ก็น่ารักดีนะ' ฮ่าๆๆ หน้าแดงใหญ่แล้ว รินรดา" "ฉันไม่ได้พูดนะ! คุณแต่งเรื่องชัดๆ!" รินรดาแหวลั่นหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินจัด เธอยกกระป๋องกาแฟในมือขึ้นหมายจะเคาะหัวคนขี้แกล้งสักที แต่ธันวากลับไว 𠄘คว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน มือหนารวบมือเธอทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ในเสี้ยววินาทีนั้น บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมของชายหนุ่ม "ริน..." เสียงธันวาแผ่วเบาลง รอยยิ้มจางลงเหลือเพียงความจริงจังที่ทำเอารินรดาหัวใจกระตุก "เรื่องอธิป... ไม่ต้องกังวล ผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้หรอก" คำพูดธรรมดาแต่กลับมีพลังมหาศาลทะลวงผ่านกำแพงในใจของรินรดา ความโดดเดี่ยวที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสดใสมาตลอดถูกพังทลายลงด้วยคำว่า 'ผมอยู่ตรงนี้' ของผู้ชายปากเสียคนนี้ รินรดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาอีกรอบ "พูดอะไรเนี่ย... เลี่ยนเป็นบ้าเลยค่ะ" เธอพึมพำเบี่ยงหน้าหนีซ่อนความเขิน แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ "เลี่ยนแต่ก็ใจเต้นแรงล่ะสิ" ธันวายังไม่วายหยอดทิ้งท้ายก่อนจะยอมปล่อยมือเธอ ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความแปลกใจ เป็นโน้ตแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตลับที่เธอใช้เขียนไดอารีส่วนตัว—แอปพลิเคชันที่เธอตั้งค่าไว้ว่า *'ล็อกรหัสผ่านขั้นสูงสุด และไม่มีทางเชื่อมต่อกับใครเด็ดขาด'* แต่บนหน้าจอปัจจุบัน กลับปรากฏข้อความใหม่เด้งขึ้นมาหัดหรา พร้อมชื่อผู้ส่งที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงฉับพลัน *[ข้อความใหม่จาก: Unknown (IP Address: สำนักงานใหญ่ LYNX)]* *"ยินดีด้วยครับที่คุณรินรดาเขียนไดอารีได้สนุกดี... แต่ระวังหน่อยนะครับ ความลับของ 'อุบัติเหตุ' เมื่อสองปีก่อน ถ้าเอามาเขียนเป็นตอนจบ คงจะขายดีน่าดูเลยนะ :)]"* รินรดาหน้าซีดเผือก โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นพรมเสียงดังทึบ ธันวาที่สังเกตเห็นความผิดปกติรีบก้าวเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ทันก่อนที่เธอจะทรุดฮวบลงไป "ริน! เป็นอะไรไป ใครส่งอะไรมา!" ธันวาหน้าเครียดขรึมลงในพริบตา เขาก้มลงหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาอ่านข้อความบนหน้าจอ... และวินาทีที่สายตาคมกริบกวาดมองข้อความบรรทัดสุดท้าย ดวงตาสีนิลก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เพราะมันไม่ใช่แค่ข้อความขู่ธรรมดา แต่เป็น 'รหัสผ่าน' ลับเฉพาะตัวที่เขาและเธอ... เคยใช้ร่วมกันเมื่อสองปีก่อนเท่านั้น! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%