หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบในความมืดสลัวของห้องนั่งเล่น สะท้อนเงาใบหน้าตื่นตระหนกของรินรดาได้ชัดเจนยิ่งกว่ากระจกบานไหนๆ ในโลกค่ะ
"รหัสนี้... นายได้มาจากไหน ธันวา"
น้ำเสียงของรินรดาสั่นเทาอย่างปิดไม่มิด มือบางที่ยื่นออกไปหมายจะแย่งสมาร์ตโฟนคืนกลับสั่นระริกจนน่าใจหาย เธอไม่เคยคิดเลยว่า ชุดตัวเลขสี่หลักที่เคยถูกสร้างขึ้นด้วยความคะนองและความเชื่อใจขั้นสุดยอดเมื่อสองปีก่อน จะย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจในคืนที่เธอคิดว่าเธอกำลังปลอดภัยที่สุดในโลกที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ
ธันวาไม่ตอบคำถามทันที ดวงตาสีนิลคู่คมที่ปกติมักจะมองโลกผ่านเลนส์กล้องราคาแพงด้วยความเยือกเย็นและจับผิด บัดนี้กลับไหววูบอย่างรุนแรง สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของคนฟอร์มจัด แต่กรามแกร่งกลับขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นเสียจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด บรรยากาศรอบตัวของพ่อหนุ่มนักรีวิวไอทีสายดุคนนี้ดิ่งลงเหวในพริบตา ความกวนประสาทที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดและชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง
"มันไม่ใช่แค่รหัสผ่านธรรมดานะริน..." เสียงทุ้มต่ำของธันวาหลุดลอดออกมาจากไรฟัน ราวกับเขาต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีในการบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น "มันคือรหัสตู้เซฟในห้องทำงานเก่าของฉัน... ห้องที่ไม่มีใครเคยเข้าไปได้นอกจากคนที่ฉัน... ไว้ใจที่สุด"
รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ความทรงจำเมื่อสองปีก่อนย้อนกลับมาทำร้ายหัวใจอีกครั้ง วันนั้น... วันที่โลกของเธอพังทลายลงพร้อมกับคำโกหกคำโต วันที่เธอวิ่งหนีความจริงออกมาโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง และเป็นวันที่เธอสร้าง 'กำแพง' สูงลิ่วขึ้นมาล้อมรอบหัวใจตัวเองไว้ เช่นเดียวกับที่ธันวาทำ
"แล้วนายคิดว่าฉันเป็นคนเอาไปเหรอ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยดน้ำใสๆ คลอหน่วยที่หน่วยตาคู่สวย แต่เธอพยายามกะพริบไลืมันกลับเข้าไปอย่างดื้อรั้น "ถ้าฉันเป็นคนเอาไปจริง ฉันจะทำหน้าโง่ๆ ตกใจใส่หน้านายทำไมล่ะธันวา! นายคิดด้วยสมองส่วนไหนของนักรีวิวไอทีพันล้านวิวฮะ!"
"แล้วถ้าไม่ใช่เธอ... แล้วจะเป็นใคร!" ธันวาเผลอตะคอกออกมาเสียงดังลั่นห้อง เขาไม่ได้ตั้งใจจะดุเธอ แต่วินาทีนี้ความหวาดระแวงที่ฝังรากลึกในใจเขามานานนับปีมันกำลังประทุขึ้น "รหัสนี้มีแค่เราสองคน คนหนึ่งคือฉัน... อีกคนก็คือเธอ! หรือเธอจะบอกว่ามีผีที่ไหนมากดรหัสปลดล็อกตู้เซฟฉันเล่นแก้เซ็งรึไง!"
"ฉันไม่รู้!" รินรดาระเบิดเสียงสะอื้นออกมาในที่สุด หลังจากที่เธอต้องปั้นหน้าสดใสใส่คนทั้งโลกมาตลอดทั้งวัน กำแพงพลังบวกที่เธอสร้างไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาออกลวกๆ อย่างน่าสงสาร "นายคิดว่าฉันอยากมีความทรงจำเฮงซวยนี่นักรึไง! นายคิดว่าฉันมีความสุขเหรอที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้! ถ้าฉันเลือกได้... ฉันไม่อยากรู้จักนายตั้งแต่วันแรกด้วยซ้ำ!"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดกรีด
ธันวานิ่งงันไปทันที ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูลงมาอาบแก้มเนียนของหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มสดใสเป็นอาวุธประจำตัว ความโกรธเกรี้ยวที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ ที่แล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว
เขาไม่เคย... เห็นรินรดาในมุมนี้เลย
ผู้หญิงที่ชอบเถียงเขาฉอดๆ ผู้หญิงที่ชอบทำหน้ามุ่ยใส่เวลาโดนเขารีวิวตักเตือนเรื่องการใช้ชีวิต ผู้หญิงที่พยายามทำตัวร่าเริงเพื่อกลบเกลื่อนความเปราะบางภายใน บัดนี้กำลังยืนสะอื้นตัวโยนอยู่ตรงหน้าเขา... และต้นเหตุของน้ำตาก็มาจากความหวาดระแวงโง่ๆ ของเขาเอง
ธันวาเม้มปากแน่น ความทระนงตนทั้งหมดถูกโยนทิ้งไป เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างบางที่กำลังสั่นเทาอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ
"ริน..." เสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีคราบของนักรีวิวสายดุหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพยายามหาทางซ่อมแซมความเสียหายที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้นมา
"อย่าเข้ามานะ..." รินรดาก้าวถอยหลังหนี แต่สะโพกกลับชนเข้ากับพนักโซฟาจนไปต่อไม่ได้ เธอเบือนหน้าหนีไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอในยามนี้ "นายก็คิดเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ ธันวา นายคิดว่าฉันเป็นแค่ยัยตัวป่วนที่เข้ามาสร้างความรำคาญใจให้นาย นายไม่เคยเชื่อใจฉันเลยตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ!"
"ใครบอกว่าฉันไม่เชื่อใจ!" ธันวาโพล่งออกมาด้วยความลืมตัว ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ รวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้เบาๆ ไม่ให้เธอหนีไปไหนได้อีก ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำจากการร้องไห้ "ถ้าฉันไม่เชื่อใจเธอ... ฉันคงไม่ยอมให้เธอเข้ามานั่งกินขนมปังกวนๆ ในห้องนี้หรอกริน! ถ้าฉันไม่แคร์... ฉันคงไม่หัวเสียจนสติหลุดแบบนี้หรอก!"
รินรดาชะงัก ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่คุ้นเคย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดและแววตาที่จริงจังจนน่ากลัวของคนตรงข้ามต่างหาก
"นาย... นายหมายความว่ายังไง..." เธอกลืนน้ำลายฝืดคอ ถามเสียงสั่น
ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมแพ้ให้กับความรู้สึกที่ตัวเองพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายสัปดาห์ เขาเลื่อนมือขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาบังใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอออกอย่างเบามือที่สุด สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้รินรดาถึงกับลืมหายใจ
"ฉันหมายความว่า..." ธันวาเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน แววตาไหวระริกเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างใน "เซฟโซนที่แท้จริงของฉัน... มันไม่ใช่ห้องทำงานที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาอะไรนั่นหรอกริน..."
รินรดานิ่งค้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"แต่มันคือ... ตัวเธอนั่นแหละ"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ประมวลผลคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็ง เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกก็ดังขึ้น 'ติ๊ง!' ทำลายความเงียบในห้องลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ธันวาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยหางตา... และวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
บนหน้าจอปรากฏภาพถ่ายล่าสุด... เป็นภาพมุมสูงที่ถ่ายจากตึกฝั่งตรงข้าม
มันคือภาพภายในห้องนั่งเล่นแห่งนี้... ภาพที่เขากำลังยืนประชิดตัวรินรดาด้วยท่าทางแนบชิดสนิทสนม และข้อความใต้ภาพนั้นระบุไว้อย่างชัดเจนจนน่าขนลุก
*‘เกมสนุกๆ เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนะธันวา... อยากรู้จังว่าถ้ารูปนี้หลุดออกไป ภาพลักษณ์นักรีวิวหนุ่มผู้ไร้พ่ายจะพังพินาศแค่ไหน หรือเธออยากจะลองเปิดตู้เซฟใบนั้นดูอีกครั้งล่ะ?’*
ธันวาหน้าซีดเผือดในพริบตา เขารีบหันขวับไปมองที่หน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดม่านทิ้งไว้ครึ่งหนึ่งทันที... ทว่าความมืดมิดของค่ำคืนภายนอก กลับสะท้อนให้เห็นเพียงความว่างเปล่าและเงาของตึกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไปเท่านั้น!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ มาเอาใจช่วยรินรดากับธันวากันต่อในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 15
ความเปราะบางที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!