"คุณตาฝาดไปหรือเปล่าธันวา... หรือว่าผีตึกสูงจะมาทวงส่วนบุญจากกาแฟแก้วเมื่อวาน?"
เสียงใสแจ๋วของรินรดาแว่วลอดผ่านโทรศัพท์มือถือที่เปิดสปีกเกอร์โฟนไว้ดังลั่นห้องทำงานขนาดกะทัดรัด ขณะที่นิ้วเรียวยังคงรัวแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กเพื่อปั่นต้นฉบับไดอารีออนไลน์ประจำสัปดาห์ แต่ทว่าบรรยากาศปลายสายกลับเงียบกริบ ไม่มีเสียงบ่นกระปอดกระแปอดตามสไตล์พ่อหนุ่มนักรีวิวไอทีสายดุอย่างที่เคยเป็น มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงและเสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานที่ดังเป็นจังหวะกระชั้นชิดสะท้อนความตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน
ธันวาขยับแว่นสายตาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย สายตาคมกริบยังคงจดจ้องไปยังเงาตะคุ่มที่ทาบทับอยู่หลังผ้าม่านโปร่งสีขาว นัยน์ตาคู่ดุที่มักใช้มองจับผิดข้อบกพร่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง บัดนี้กลับฉายแววความหวั่นไหวอย่างปิดไม่มิด เมื่อเงานั้นขยับไหว... มันไม่ใช่แค่เงาสะท้อนจากตึกฝั่งตรงข้าม แต่มันคือเงาของคน!
"ริน... ล็อคประตูห้องหรือยัง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคร่งเครียด จนคนฟังที่กำลังเคี้ยวขนมกรุบกรอบถึงกับสำลักแคก
"ฮะ? ล็อคตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้วค่ะคุณธันวา ว่าแต่คุณเป็นอะไรเนี่ย หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาเลยนะ หรือว่าเห็นผีจริงๆ อะ ฉันกลัวนะ!" รินรดาแกล้งทำเป็นเสียงสั่นเพื่อกลบเกลื่อนความวิตกกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติผ่านน้ำเสียงของคนปลายสาย ปกติแล้วธันวาไม่มีทางแสดงอาการลนลานแบบนี้ให้เธอเห็นง่ายๆ แน่นอน ผู้ชายที่เชื่อมั่นในตรรกะและเหตุผลคนนั้น กำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างที่อยู่นอกกรอบวิทยาศาสตร์
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
เสียงเคาะกระจกหน้าต่างเบาๆ สามครั้งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาล มันไม่ใช่เสียงลมพัดกระทบ แต่เป็นจังหวะจะโคนที่มีเจตนาสื่อสารชัดเจน!
ธันวาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเสียงดังลั่นจนล้มคว่ำ หัวใจในอกเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้นทีละก้าว หัวสมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก แต่ความมืดมิดภายนอกกลับมืดสนิทเกินกว่าจะมองเห็นใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น
"ธันวา! เสียงอะไรเมื่อกี้! คุณได้ยินเหมือนฉันไหม!" รินรดาโพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจ ปลายสายส่งเสียงหายใจหอบถี่ไม่แพ้กัน ความห่างไกลนับกิโลเมตรระหว่างคอนโดของพวกเขากลับไร้ความหมายในนาทีนี้ เมื่อความรู้สึกบางอย่างเชื่อมโยงความหวาดกลัวของทั้งคู่ไว้ด้วยกัน
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาเอื้อมไปคว้าด้ามจับผ้าม่าน สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะกระชากมันเปิดออกอย่างไร้ความปรานี!
*พรึ่บ!*
แสงไฟนีออนสลัวจากลานจอดรถด้านล่างสาดส่องขึ้นมาพอดี เผยให้เห็นร่างของชายสวมฮู้ดสีดำสนิทกำลังแนบใบหน้าติดกับกระจกใส ดวงตาคู่เย็นชาไร้แววชีวิตคู่นั้นจ้องมองทะลุกระจกตรงมายังธันวาพอดี ราวกับกำลังสบตากับเหยื่อในกำมือ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในมือของมันถือสมาร์ทโฟนที่กำลังสว่างวาบด้วยหน้าจอสนทนาแอปพลิเคชันเดียวกันกับที่ธันวากำลังถืออยู่!
ธันวายืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความเย็นเฉียบแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลังจนถึงท้ายทอย ข้อมูลแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์เด้งขึ้นมาในเสี้ยววินาทีนั้น ข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากหมายเลขนิรนาม แต่กลับทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ
*['รู้ความลับหมดแล้ว... คุณนักรีวิว']*
รินรดาที่ได้ยินเสียงลมหายใจขาดห้วยของธันวาผ่านโทรศัพท์ เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอกดวางสายจากระบบเสียงธรรมดาแล้วกดวิดีโอคอลหาเขาทันทีด้วยความร้อนรน หน้าจอสมาร์ทโฟนปรากฏภาพใบหน้าของธันวาที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าหน้าต่าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและ... ความกังวลที่ฉายชัดถึงความปลอดภัยของเธอ
"ธันวา! เปิดกล้องสิ เกิดอะไรขึ้น! คุณเห็นอะไรตรงนั้น!" รินรดาตะโกนถามเสียงดังลั่นห้อง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ
ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีใบหน้ากังวลระคนหวาดกลัวของหญิงสาวปรากฏอยู่ วินาทีนั้น... กำแพงความเย็นชา กำแพงความระแวง และเกราะป้องกันหัวใจที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี พังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกที่อยากปกป้องใครสักคนพรั่งพรูเข้ามาแทนที่ความกลัวทั้งหมดในชีวิต
เขาไม่อาจสนใจเงาดำปริศนาภายนอกได้อีกต่อไป เมื่อตระหนักได้ว่า... อันตรายอาจไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เขาเพียงคนเดียว
"รินรดา..." ธันวาเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและอ่อนโยนที่สุดตั้งแต่เคยรู้จักกันมา เป็นครั้งแรกที่เขาไม่หลบสายตาผ่านเลนส์กล้อง เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงความอ่อนแอออกมาให้เธอเห็นอย่างหมดเปลือก "ฟังผมนะ... ล็อคห้องให้แน่น ห้ามเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด ต่อให้เป็นผม..."
"แล้วคุณล่ะธันวา! คุณจะทำอะไร!" รินรดาร้องไห้โฮออกมาด้วยความตกใจ เสียงสะอื้นของเธอทำเอาหัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ
ธันวากำมือถือในมือแน่น แววตาดุเปลี่ยนเป็นประกายเด็ดเดี่ยว เขาหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับกระจกหน้าต่างอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปปลดล็อคหน้าต่างเพื่อออกไปไล่ล่าเงาลึกลับนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์ในมือก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่ใช่ของชายสวมฮู้ดคนนั้น... แต่เป็นเบอร์โทรศัพท์บ้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เขากดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของปลายสายเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายหยุดไหล
"คุณธันวาใช่ไหมครับ... ทางเราได้รับแจ้งเหตุจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะในห้องของคุณรินรดา มีบุคคลต้องสงสัยกำลังพยายามงัดแงะระเบียงห้องพักของเธอในขณะนี้ครับ!"
ธันวาเบิกตากว้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบหันกลับมามองหน้าจอรินรดาที่ยังคงวิดีโอคอลค้างไว้ ทันใดนั้น... เสียงทุบประตูด้านนอกห้องของรินรดาก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของหญิงสาวที่ดังลอดเข้ามาในสายตาของเขาโดยตรง!
"ธันวา ช่วยด้วย! มีคนกำลังพังประตูเข้ามา!"
****************************************
ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่แวะมาโบ๊ะบ๊ะและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 16
กำแพงที่เริ่มพังทลาย
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!