เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 16

กำแพงที่เริ่มพังทลาย

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"คุณตาฝาดไปหรือเปล่าธันวา... หรือว่าผีตึกสูงจะมาทวงส่วนบุญจากกาแฟแก้วเมื่อวาน?" เสียงใสแจ๋วของรินรดาแว่วลอดผ่านโทรศัพท์มือถือที่เปิดสปีกเกอร์โฟนไว้ดังลั่นห้องทำงานขนาดกะทัดรัด ขณะที่นิ้วเรียวยังคงรัวแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กเพื่อปั่นต้นฉบับไดอารีออนไลน์ประจำสัปดาห์ แต่ทว่าบรรยากาศปลายสายกลับเงียบกริบ ไม่มีเสียงบ่นกระปอดกระแปอดตามสไตล์พ่อหนุ่มนักรีวิวไอทีสายดุอย่างที่เคยเป็น มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงและเสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานที่ดังเป็นจังหวะกระชั้นชิดสะท้อนความตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน ธันวาขยับแว่นสายตาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย สายตาคมกริบยังคงจดจ้องไปยังเงาตะคุ่มที่ทาบทับอยู่หลังผ้าม่านโปร่งสีขาว นัยน์ตาคู่ดุที่มักใช้มองจับผิดข้อบกพร่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง บัดนี้กลับฉายแววความหวั่นไหวอย่างปิดไม่มิด เมื่อเงานั้นขยับไหว... มันไม่ใช่แค่เงาสะท้อนจากตึกฝั่งตรงข้าม แต่มันคือเงาของคน! "ริน... ล็อคประตูห้องหรือยัง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคร่งเครียด จนคนฟังที่กำลังเคี้ยวขนมกรุบกรอบถึงกับสำลักแคก "ฮะ? ล็อคตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้วค่ะคุณธันวา ว่าแต่คุณเป็นอะไรเนี่ย หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาเลยนะ หรือว่าเห็นผีจริงๆ อะ ฉันกลัวนะ!" รินรดาแกล้งทำเป็นเสียงสั่นเพื่อกลบเกลื่อนความวิตกกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติผ่านน้ำเสียงของคนปลายสาย ปกติแล้วธันวาไม่มีทางแสดงอาการลนลานแบบนี้ให้เธอเห็นง่ายๆ แน่นอน ผู้ชายที่เชื่อมั่นในตรรกะและเหตุผลคนนั้น กำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างที่อยู่นอกกรอบวิทยาศาสตร์ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก* เสียงเคาะกระจกหน้าต่างเบาๆ สามครั้งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาล มันไม่ใช่เสียงลมพัดกระทบ แต่เป็นจังหวะจะโคนที่มีเจตนาสื่อสารชัดเจน! ธันวาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเสียงดังลั่นจนล้มคว่ำ หัวใจในอกเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้นทีละก้าว หัวสมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก แต่ความมืดมิดภายนอกกลับมืดสนิทเกินกว่าจะมองเห็นใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น "ธันวา! เสียงอะไรเมื่อกี้! คุณได้ยินเหมือนฉันไหม!" รินรดาโพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจ ปลายสายส่งเสียงหายใจหอบถี่ไม่แพ้กัน ความห่างไกลนับกิโลเมตรระหว่างคอนโดของพวกเขากลับไร้ความหมายในนาทีนี้ เมื่อความรู้สึกบางอย่างเชื่อมโยงความหวาดกลัวของทั้งคู่ไว้ด้วยกัน ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาเอื้อมไปคว้าด้ามจับผ้าม่าน สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะกระชากมันเปิดออกอย่างไร้ความปรานี! *พรึ่บ!* แสงไฟนีออนสลัวจากลานจอดรถด้านล่างสาดส่องขึ้นมาพอดี เผยให้เห็นร่างของชายสวมฮู้ดสีดำสนิทกำลังแนบใบหน้าติดกับกระจกใส ดวงตาคู่เย็นชาไร้แววชีวิตคู่นั้นจ้องมองทะลุกระจกตรงมายังธันวาพอดี ราวกับกำลังสบตากับเหยื่อในกำมือ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในมือของมันถือสมาร์ทโฟนที่กำลังสว่างวาบด้วยหน้าจอสนทนาแอปพลิเคชันเดียวกันกับที่ธันวากำลังถืออยู่! ธันวายืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความเย็นเฉียบแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลังจนถึงท้ายทอย ข้อมูลแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์เด้งขึ้นมาในเสี้ยววินาทีนั้น ข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากหมายเลขนิรนาม แต่กลับทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ *['รู้ความลับหมดแล้ว... คุณนักรีวิว']* รินรดาที่ได้ยินเสียงลมหายใจขาดห้วยของธันวาผ่านโทรศัพท์ เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอกดวางสายจากระบบเสียงธรรมดาแล้วกดวิดีโอคอลหาเขาทันทีด้วยความร้อนรน หน้าจอสมาร์ทโฟนปรากฏภาพใบหน้าของธันวาที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าหน้าต่าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและ... ความกังวลที่ฉายชัดถึงความปลอดภัยของเธอ "ธันวา! เปิดกล้องสิ เกิดอะไรขึ้น! คุณเห็นอะไรตรงนั้น!" รินรดาตะโกนถามเสียงดังลั่นห้อง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีใบหน้ากังวลระคนหวาดกลัวของหญิงสาวปรากฏอยู่ วินาทีนั้น... กำแพงความเย็นชา กำแพงความระแวง และเกราะป้องกันหัวใจที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี พังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกที่อยากปกป้องใครสักคนพรั่งพรูเข้ามาแทนที่ความกลัวทั้งหมดในชีวิต เขาไม่อาจสนใจเงาดำปริศนาภายนอกได้อีกต่อไป เมื่อตระหนักได้ว่า... อันตรายอาจไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เขาเพียงคนเดียว "รินรดา..." ธันวาเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและอ่อนโยนที่สุดตั้งแต่เคยรู้จักกันมา เป็นครั้งแรกที่เขาไม่หลบสายตาผ่านเลนส์กล้อง เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงความอ่อนแอออกมาให้เธอเห็นอย่างหมดเปลือก "ฟังผมนะ... ล็อคห้องให้แน่น ห้ามเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด ต่อให้เป็นผม..." "แล้วคุณล่ะธันวา! คุณจะทำอะไร!" รินรดาร้องไห้โฮออกมาด้วยความตกใจ เสียงสะอื้นของเธอทำเอาหัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ ธันวากำมือถือในมือแน่น แววตาดุเปลี่ยนเป็นประกายเด็ดเดี่ยว เขาหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับกระจกหน้าต่างอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปปลดล็อคหน้าต่างเพื่อออกไปไล่ล่าเงาลึกลับนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์ในมือก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่ใช่ของชายสวมฮู้ดคนนั้น... แต่เป็นเบอร์โทรศัพท์บ้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขากดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของปลายสายเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายหยุดไหล "คุณธันวาใช่ไหมครับ... ทางเราได้รับแจ้งเหตุจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะในห้องของคุณรินรดา มีบุคคลต้องสงสัยกำลังพยายามงัดแงะระเบียงห้องพักของเธอในขณะนี้ครับ!" ธันวาเบิกตากว้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบหันกลับมามองหน้าจอรินรดาที่ยังคงวิดีโอคอลค้างไว้ ทันใดนั้น... เสียงทุบประตูด้านนอกห้องของรินรดาก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของหญิงสาวที่ดังลอดเข้ามาในสายตาของเขาโดยตรง! "ธันวา ช่วยด้วย! มีคนกำลังพังประตูเข้ามา!" **************************************** ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่แวะมาโบ๊ะบ๊ะและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%