“ถอยไปเดี๋ยวนี้! ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเอาขาตั้งกล้องฟาดหัวคุณจริงๆ ด้วย!”
รินรดาร้องลั่น มือไม้สั่นเทาขณะคว้าขาตั้งกล้องเหล็กหนักอึ้งขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง กลิ่นอายความกลัวที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสดใสมาตลอดถูกทลายลงจนหมดสิ้น ทว่าในวินาทีที่เงาร่างมหึมาหลังบานประตูจะพังเข้ามา—เสียงปลดล็อกรหัสผ่านที่คุ้นหูก็ดังขึ้นเสียก่อน
*ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด—แกร๊ก!*
“ริน! หยุด!”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่คุ้นเคยที่สุดดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูผาง ร่างสูงโปร่งของธันวาในเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มพุ่งตัวเข้ามา เขาไม่ได้ดูตกใจกับการเห็นรินรดาถืออาวุธ แต่เขากลับพุ่งเข้ามากระชากข้อมือเธอแล้วดึงเข้าไปหลบหลังร่างหนาของเขา ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับ ‘ผู้บุกรุก’ ที่แท้จริง
ไม่ใช่โจร แต่เป็นพนักงานโรงแรมที่ถือถาดอาหารพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ
“ขอโทษครับคุณผู้หญิง... พอดีผมเคาะแล้วไม่มีเสียงตอบ เลยนึกว่าแขกในห้องเป็นอะไรไปครับ...”
รินรดาทิ้งขาตั้งกล้องลงกับพื้นเสียงดังสนั่น หัวใจเธอยังเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ความเงียบของโรงแรมเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเขาแห่งนี้ช่างน่ากลัวเกินไปสำหรับเธอ
“ออกไปให้พ้น” ธันวาเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งจนพนักงานต้องรีบถอยกรูออกไปแล้วปิดประตูให้โดยเร็ว
ห้องพักกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่ากลัวเหมือนเมื่อครู่ เพราะมี ‘คนคนนี้’ ยืนอยู่ตรงนี้
“ทำไมถึงไม่ล็อกกลอนตัวล่าง... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เช็กให้ดีก่อนเข้าห้อง” ธันวาหันกลับมามองเธอ เสียงของเขาแม้จะดูดุ แต่หากสังเกตดีๆ แววตาคู่นั้นกลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
“ก็นึกว่า... นึกว่าจะไม่มีใครเข้ามานี่นา” รินรดาเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น เธอเกลียดความรู้สึกเปราะบางแบบนี้ที่สุด “คุณมาทำไมธันวา? นี่มันตารางงานฉัน ไม่ใช่หน้าที่คุณสักหน่อย”
ธันวาถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนเหลือเพียงช่องว่างไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาปะทะเข้ากับจมูกเธอ มันให้ความรู้สึกปลอดภัยจนน่าประหลาด
“ถ้าไม่มา แล้วใครจะคอยเช็กว่าคุณยังปลอดภัยดีไหมล่ะ? รีวิวไอทีสายดุอย่างผมน่ะ ไม่ได้มาเพื่อดูงานหรอกนะ แต่มาดู ‘เจ้าของรีวิวสายโก๊ะ’ ที่ชอบพาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยงๆ ต่างหาก”
เขายกมือขึ้นหมายจะลูบหัวปลอบใจ แต่ก็ชะงักไปกลางอากาศก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระแอมไอแทน “เก็บของซะ เราต้องย้ายที่พัก เดี๋ยวนี้เลย ที่นี่ระบบความปลอดภัยห่วยแตกเกินไป”
รินรดามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหันหลังให้เธอเพื่อเตรียมเก็บของ ความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวในใจมันขยายใหญ่ขึ้นจนควบคุมไม่ได้ เธอจำได้ว่าในแชตกลุ่มตอนที่เธอพิมพ์ส่งไปขอความช่วยเหลือ ธันวาทั้งด่า ทั้งว่า แต่เขากลับมาถึงที่นี่ได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร
“ธันวา... ขอบคุณนะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว
“ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก แค่อย่าสร้างเรื่องให้ผมประสาทเสียอีกก็พอ” เขาตอบโดยไม่หันมามอง แต่หูของเขากลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด
…
การเดินทางบนรถสปอร์ตคันหรูของธันวาในคืนนั้นเต็มไปด้วยความเงียบที่ต่างไปจากเดิม มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าพูดออกมา
“ริน” จู่ๆ เขาก็ทำลายความเงียบขึ้นมาขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่กลางหุบเขา “ทำไมถึงชอบทำตัวสดใสอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณกลัวความเงียบจะตายไป”
รินรดาชะงักไป ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ในไดอารี่ออนไลน์ถูกเขามองทะลุปรุโปร่งไปถึงข้างใน “คุณ... อ่านไดอารี่ของฉันเหรอ?”
“ผมไม่ได้อ่าน” เขาหันมาสบตาเธอ แววตาคู่นั้นดุดันน้อยลง แต่มีความลึกซึ้งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “ผมแค่สังเกต... ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน คุณมักจะพยายามพูดอะไรก็ได้เพื่อให้ห้องไม่เงียบ จนบางทีคุณก็พูดจนลืมหายใจ”
รินรดานิ่งงันไป คำพูดของเขาแทงใจดำจนเธอพูดไม่ออก ความเปราะบางของเธอที่ปิดตายมาตลอด กลับถูกผู้ชายสายไอทีคนนี้แกะรอยได้อย่างง่ายดาย
“ที่ฉันทำไป... เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าจริงๆ แล้วฉันน่ะ อ่อนแอแค่ไหน” เธอแค่นยิ้มบางๆ “ถ้าคนอื่นรู้ว่าอินฟลูฯ ที่สดใสที่สุด พอกลับเข้าห้องมากลับต้องนั่งกอดเข่าร้องไห้เพราะกลัวความเงียบ... ฉันคงกลายเป็นตัวตลกแน่ๆ”
ธันวาเอื้อมมือมาคว้ามือเธอไปกุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาทันที “ใครจะคิดยังไงผมไม่รู้ แต่สำหรับผม... ความเงียบของคุณไม่ได้น่ารำคาญ แต่มันน่ากอด... และคุณไม่ต้องพยายามสดใสเพื่อใครทั้งนั้น ถ้าเหนื่อย ก็แค่เงียบ... แล้วพิงไหล่ผมไว้ก็พอ”
วินาทีนั้น รินรดารู้สึกเหมือนกำแพงในใจที่เธอสร้างขึ้นมานานแสนนานถูกทลายลงอย่างถาวร เธอพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับเอนศีรษะลงไปพิงไหล่กว้างของเขาอย่างหมดแรงต้านทาน
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความแชตจากมือถือของธันวาที่วางอยู่หน้าคอนโซลรถก็ดังขึ้นรัวๆ รินรดาเหลือบสายตาไปมองด้วยความเผลอไผล หน้าจอแสดงชื่อผู้ส่งที่คุ้นตา... ‘คุณแม่ของธันวา’
ข้อความเด้งขึ้นมาบนหน้าจอแบบไม่ต้องปลดล็อก: *“ธันวา เรื่องงานแต่งงานที่แม่คุยกับทางนั้นไว้ ตกลงว่าลูกจะยังไง? อย่าบอกนะว่าจะปฏิเสธเพราะแค่ไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอีก!”*
หัวใจของรินรดาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอค่อยๆ ผละออกจากไหล่ของเขาช้าๆ ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปราวกับควันไฟ มือที่กุมกันอยู่ค่อยๆ คลายออกโดยไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากปากของชายหนุ่มข้างกาย
หวังว่ารี้ดที่น่ารักของสมุดบันทึกสีน้ำตาลจะยังไม่ทิ้งกันไปไหนนะคะ ตอนหน้ามีเฉลยแน่นอนค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 17
ทริปทำงานที่กลายเป็นทริปหัวใจ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!