นิ้วมือเรียวบางที่เพิ่งกดส่งข้อความท้าทายไปเมื่อครู่ สั่นเทาเล็กน้อยราวกับคนทำความผิดซึ่งหน้า หน้าจอโทรศัพท์มือถือสว่างวาบสะท้อนกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อประโยคเย้าแหย่กวนประสาทจาก "คุณนักรีวิวไอทีสายดุ" ถูกส่งกลับมาทำลายสถิติความเงียบสงบในห้องทำงานส่วนตัวของฉันอย่างราบคาบ
*ไหนๆ แม่คุณก็เข้าใจผิดแล้ว... เรามาลองทำโปรเจกต์นี้ในฐานะ 'คนรู้ใจ' ดูหน่อยไหมล่ะครับ คุณรินรดา?*
ให้ตายเถอะค่ะ! ผู้ชายคนนี้เอาความหน้ามึนแบบนี้มาจากไหนกัน ปรกติเห็นรีวิวสเปกคอมพิวเตอร์ทีไร มีแต่ความเป๊ะ ระเบียบจัด และคอมเมนต์วิจารณ์ชนิดที่ทำเอาแบรนด์ดังๆ แทบอยากจะกราบแผ่นดินหนี แต่พอมาเจอเรื่องเฉพาะหน้าแบบนี้ กลับกลายเป็นตาแก่เจ้าเล่ห์ไปซะได้ แล้วดูสรรพนามที่ใช้สิคะ... ใครเป็นคนรู้ใจของคุณกันยะ!
ฉันสะบัดหน้าแรงๆ ไล่ความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาเห่อบนพวงแก้ม ก่อนจะรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์มของอินฟลูเอนเซอร์สาวสายสตรอง
**รินรดา:** เล่นมุกอะไรของคุณเนี่ยคุณธันวา! ตื่นค่ะตื่น นี่เวลางาน ไม่ใช่เวลามาขายขนมจีบ แล้วอีกอย่าง แม่ฉันแค่จำคนผิดเพราะสายตาสั้นไปนิด (และเพราะคุณดันใส่เสื้อฮู้ดสีเดียวกันกับเพื่อนบ้านหน้าปากซอยต่างหาก) ห้ามคิดไปไกลเด็ดขาดนะคะ!
ส่งเสร็จก็แอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก คิดว่าคงจะสกัดดาวรุ่งคุณพ่อรูปหล่อปากจัดคนนี้ได้อยู่หมัด แต่เปล่าเลยค่ะ... ผ่านไปไม่ถึงสามวินาที เสียงแจ้งเตือนแชตก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับรูปภาพหน้าจอโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่กำลังค้างเติ่งอยู่
**ธันวา:** ใครคิดไกลก่อนไม่ทราบครับคุณรินรดา ผมแค่เสนอแนวทางการทำงานเชิงลึก เพื่อให้คอนเทนต์รีวิวสมาร์ตโฟนตัวท็อปของเราออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก หรือว่า... คุณรินรดาคิดอะไรเกินเลยไปเอง ถึงได้รีบปฏิเสธเสียงหลงขนาดนั้นล่ะครับ หืม?
หนอย... เจ้าเล่ห์นักนะ! ประโยคหลังนี่เหมือนเห็นภาพรอยยิ้มมุมปากกวนๆ ของเขาซ้อนทับขึ้นมาในหัวเลยค่ะ ยิ้มแบบที่ชอบทำเวลาจับผิดจุดบกพร่องในสเปกฮาร์ดแวร์นั่นแหละ น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด!
**รินรดา:** เปล่าสักหน่อย! ฉันแค่ไม่อยากให้งานของเราพังเพราะความเล่นไม่เข้าเรื่องของคุณต่างหากล่ะคะ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าโปรเจกต์นี้ฉันทุ่มสุดตัว ยอดวิวต้องทะลุล้านแน่นอน เพราะฉะนั้น อย่าหวังว่าฉันจะยอมให้คุณมาตบตาด้วยมุกแป้กๆ เด็ดขาด!
ฉันกดส่งข้อความด้วยความสะใจเล็กๆ คิดว่าคราวนี้คงได้เวลาปิดจ็อบการสนทนาไร้สาระแล้วกลับมาตั้งหน้าตั้งตาเขียนสคริปต์ต่อเสียที แต่ทว่า... โลกของคนชื่อ 'ธันวา' ไม่เคยมีคำว่ายอมแพ้ง่ายๆ ค่ะ
จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกห้องสตูดิโอของฉันก็ดังขึ้นก๊อกๆ สองครั้ง ตามด้วยร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเทาเข้ม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ แนว woody ที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยปากพูดเสียอีก
"ไม่ต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้หรอกครับ..." เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้น พร้อมกับเจ้าของร่างสูงที่ถือวิสาสะผลักประตูก้าวเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของฉันอย่างหน้าตาเฉย "ในเมื่อคุณรินรดาประกาศกร้าวซะขนาดนั้น ผมในฐานะโปรดิวเซอร์ร่วม ก็เลยต้องรีบมา 'ประกาศมาตรฐานงาน' ให้คุณฟังแบบตัวต่อตัวซะเลยไงครับ"
ฉันสะดุ้งโหยงจนเกือบทำโทรศัพท์มือถือหลุดมือ ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ แต่แววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตานั้นกลับเต็มไปด้วยความจริงจังชนิดที่เรียกว่า 'โหมดทำงาน' เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
ให้ตายเถอะค่ะ... ผู้ชายคนนี้กินความเป๊ะเป็นอาหารเช้าหรือไง ถึงได้โผล่มาเซอร์ไพรส์ถึงที่แถมยังทำหน้าตายDได้น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก!
"คุณ... คุณเข้ามาได้ยังไงเนี่ย!" ฉันโพล่งถามออกไปเสียงดัง พยายามขยับเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจความตื่นตระหนกของฉันเลยแม้แต่น้อย
ธันวาเดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กวาดสายตาคมปลาบมองสคริปต์และกองอุปกรณ์รีวิวที่วางระเกะระะอยู่บนโต๊ะราวกับกำลังตรวจความเรียบร้อยของห้องแล็บวิจัย ก่อนที่นิ้วเรียวสวยจะเคาะลงบนกระดาษแผ่นบนสุดเบาๆ สองครั้ง
"ข้อแรก..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยจังหวะจะโคนหนักแน่น ไร้ซึ่งแววหยอกเย้าเหมือนในแชตเมื่อครู่ "สคริปต์ที่คุณเขียนเมื่อคืน มีจุดโหว่เรื่องการเปรียบเทียบกล้องซูมอยู่สามจุด ซึ่งมันเสี่ยงต่อการโดนแฟนคลับแบรนด์คู่แข่งแคปไปแซะในกลุ่มปิด... ผมให้เวลาคุณแก้ใหม่ภายในสองชั่วโมงนี้"
ฉันอ้าปากค้างเล็กน้อย พยายามจะเถียงว่ามันเป็นสไตล์การเล่าเรื่องแบบไดอารีที่เน้นอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่รายงานวิชาการ แต่มือหนากลับยกขึ้นห้าม พร้อมกับพูดต่อด้วยประโยคที่ทำเอาฉันแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะทำงาน
"และข้อสำคัญที่สุด..." ธันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราลดลงจนฉันได้กลิ่นมินต์จางๆ จากลมหายใจของเขา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันตรงๆ จนแทบจะละลาย "อย่าคิดว่าความน่ารักสดใสของคุณ จะช่วยให้รอดพ้นจากมาตรฐานงานที่แสนจะโหดร้ายของผมไปได้... เพราะผมไม่เคยใจอ่อนกับใคร โดยเฉพาะกับคน... ที่ทำให้ผมต้องมารับผิดชอบโปรเจกต์นี้ร่วมด้วยแบบคุณ"
หัวใจของฉันกระตุกวูบไปชั่วขณะ ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก กับคำพูดที่ทิ้งท้ายไว้กำกวมชวนคิดลึกแบบนั้น
แต่ทว่า... ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากสวนกลับไอ้ความเผด็จการน่าหมั่นไส้นี่ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความจากบัญชีแปลกปลอมที่ไม่มีชื่อและรูปโปรไฟล์ ส่งตรงเข้ามาขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดระหว่างเราสองคน
*[ภาพถ่ายบุคคลปริศนา ยืนอยู่หน้าตึกสตูดิโอของคุณในเวลานี้]*
"ระวังตัวไว้หน่อยนะรินรดา... สิ่งที่คุณกำลังร่วมมือทำกับหมอนั่น มันกำลังจะทำให้ความลับบางอย่างถูกเปิดเผย"
ลมหายใจของฉันสะดุดกึกทันทีที่อ่านข้อความนั้นจบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังอย่างกะทันหัน เมื่อเงาร่างของใครบางคนผ่านกระจกฝ้าหน้าห้องไปอย่างรวดเร็ว...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 2
อย่าหวังว่าผมจะยอมให้คุณทำพัง
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!