"บอกฉันทีว่านี่คือฝันร้าย และตื่นขึ้นมาฉันจะยังนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มลายเป็ดน้อยในห้องนอนสีพาสเทลของตัวเอง..."
รินรดากระซิบกับความว่างเปล่า ขณะที่ปลายนิ้วเรียวพยายามแกะพลาสติกห่อหุ้มสมุดโน้ตเล่มใหม่อย่างเก้ๆ กังๆ แอร์คอนดิショ너ในห้องประชุมใหญ่ของสำนักพิมพ์ไอทีชื่อดังกำลังทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งเกินเหตุ ความเย็นเยียบระดับสิบแปดองศานี้ไม่ได้ช่วยให้หัวสมองที่กำลังรุ่มร้อนของเธอสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ขนแขนลุกชันราวกับกำลังยืนอยู่กลางทุ่งน้ำแข็งแอนตาร์กติกา
เบื้องหน้าของเธอคือชายหนุ่มที่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท พับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนที่มีเส้นเลือดปูดโปーンเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเครียด ธันวา หรือที่ชาวเน็ตสายแกดเจ็ตขนานนามให้ว่า *'พ่อมดไอทีสายดุ'* กำลังก้มหน้าก้มตาเคาะนิ้วลงบนแป้นพิมพ์แมคบุ๊กโปรด้วยความเร็วสูง เสียง *คลิกๆๆ* นั้นดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอกของเธอราวกับกำลังนับถอยหลังสู่ระเบิดเวลา
"โปรเจกต์นี้มีเวลาให้เราแค่สามสัปดาห์ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ มันเป็นน้ำเสียงเรียบสนิทที่ไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ ราวกับกำลังอ่านรายงานสภาพอากาศ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ลมหายใจของอินฟลูเอนเซอร์สาวสะดุดกึก
"ค่ะ... ทราบแล้วค่ะ" รินรดารับคำเสียงอ่อย พยายามฉีกยิ้มสว่างสดใสที่มักใช้เรียกยอดไลก์หลักหมื่นในอินสตาแกรมออก It's show time, รินรดา! เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกพลังงานบวก "พวกเราจะทำคอนเทนต์รีวิวสมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่ให้ออกมาปังปุริเย่ ชนิดที่ว่ายอดวิวทะลุหลักล้านแตกแตนแน่นอนค่ะ ธันวา—เอ๊ย! คุณธันวาไม่ต้องเป็นห่วง..."
ธันวาหยุดพิมพ์กะทันหัน เงยหน้าขึ้นช้าๆ แว่นตากลมกรอบสีเงินสะท้อนแสงไฟนีออน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยสายตาที่ทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาแข็งค้างไปทันที
"ปังปุริเย่เหรอครับ?" ธันวาทวนคำด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่าเดิม แต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันจางๆ "นี่เรากำลังจะทำรีวิวเทคโนโลยีระดับแฟลกชิปที่มีมูลค่าการตลาดหลายสิบล้าน ไม่ใช่ช่องยูทูปสอนทำขนมจีบซาลาเปานะครับ คุณรินรดา ช่วยกรุณาปรับโหมดสมองให้เข้ากับมาตรฐานของผมด้วย ถ้าไม่อยากให้งานพังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม"
*โอโห... พ่อคุณเอ๊ย! ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่ากรรไกรตัดเล็บ!*
รินรดาแอบกรีดร้องอยู่ในใจ มือเล็กๆ ใต้โต๊ะประชุมกำเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ ถ้าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ทำงานและเธอยังต้องรักษาภาพลักษณ์อินฟลูเอนเซอร์สายฟีลกู๊ด แม่คงจะถอดรองเท้าผ้าใบปาใส่หน้าหล่อๆ ที่ดูไร้ความรู้สึกนั่นไปสรอบแล้ว! คนอะไร หน้าตาก็จัดว่าหล่อเหลาเอาการราวกับพระเอกซีรีส์เกาหลี แต่ปากคอกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน สมแล้วที่ได้ฉายา 'สายดุ' มาครองอย่างเต็มภาคภูมิ
"รินเข้าใจค่ะว่าคุณธันวาเป็นคนเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์ งานต้องเป๊ะทุกตารางนิ้ว..." เธอสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง พยายามเค้นเสียงหวานหยดออกมาราวกับน้ำผูกเดือนห้า "แต่ในฐานะที่รินคลุกคลีกับคนดูสายไลฟ์สไตล์มานาน รินรู้ว่าคนดูเขาไม่ได้อยากฟังคำศัพท์เทคนิคยากๆ ที่ฟังแล้วหลับหรอกค่ะ เขาต้องการความเรียล ความเข้าถึงง่าย และรอยยิ้ม..."
"รอยยิ้มของคุณไม่ได้ช่วยให้แบตเตอรี่โทรศัพท์ใช้งานได้นานขึ้นหรอกนะครับ" ธันวาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสีดำสนิทเดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะที่เธอนั่งอยู่เรื่อยๆ จนรินรดาต้องเผลอเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ แนว Woody ผสมกับกลิ่นกาแฟดำลอยแตะจมูก มันเป็นความนิ่งขรึมที่กดดันจนเธอแทบหายใจไม่ออก
ธันวาก้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางทราบลงบนพื้นโต๊ะกระจกใส ห่างจากมือเธอเพียงไม่กี่คืบ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนรินรดาเห็นแพขนตายาวงอนและเงสะท้อนในแว่นตาคู่นั้นชัดเจน
"ถ้าคุณคิดจะทำงานร่วมกับผม เลิกทำตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายกาว แล้วโฟกัสที่สเปกเครื่อง ตัวเลขการทดสอบ และความจริงเชิงวิศวกรรมซะ" เขากระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ดังพอดีให้ได้ยินกันแค่สองคน "เพราะผมไม่มีเวลามาตามเช็ดก้นให้ใคร... เข้าใจไหมครับ?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธผสมกับความน้อยใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความดื้อรั้นที่ถูกปลุกเร้า
"เข้าใจค่ะ!" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเดิมเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดย้อยถูกส่งไปให้เขาแบบประชดประชัน "แต่คุณธันวาคะ... โลกใบนี้มันไม่ได้มีแค่ตัวเลขสเปกหรอกนะคะ ถ้างานนี้รินสามารถทำยอดพรีออเดอร์ทะลุเป้าที่ผู้บริหารตั้งไว้ได้ด้วยวิธี 'สายกาว' ของรินล่ะก็... คุณต้องยอมรับเลี้ยงกาแฟพรีเมียมให้รินหนึ่งเดือนเต็ม!"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสتمประหลาดใจวาบผ่านเข้ามาในความมืดมิดของนัยน์ตาสีเข้มนั้นชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากหยักสวยจะยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้
"ตกลงครับ ถ้าคุณทำได้ ผมเลี้ยงกาแฟคุณทั้งปีเลย..." เขายืดตัวขึ้น ถอยห่างออกไปช้าๆ "แต่ถ้าคุณทำพัง... คุณต้องเลิกใช้อีโมจิรูปเป็ดน้อยในแชตกลุ่มงานอย่างถาวร ดีไหมครับ?"
*อีโมจิเป็ดน้อยที่เป็นซิกเนเจอร์ของเธอน่ะเหรอ!? นี่มันหยามกันชัดๆ!*
รินรดากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ กำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบสักประโยค จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากแอปพลิเคชันยอดฮิต ข้อความพรีวิวสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอล็อกอย่างชัดเจนโดยที่เธอไม่มีโอกาสได้กดปิดมันทัน
[แชตจาก: คุณแม่บังเกิดเกล้า]
*"ยายรดา ลูกตกลงคบกับเจ้าหนุ่มไอทีหน้าที่ดคนนั้นแล้วใช่ไหม แม่เห็นรูปที่ส่งมาในกลุ่มครอบครัวเมื่อคืน เคมีเข้ากันมากเลยนะ แต่งตัวเข้ากันอย่างกับคู่รัก..."*
รินรดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนในพริบตา เธอลืมสนิทว่าเมื่อคืนเผลอส่งรูปเซลฟี่คู่กับธันวาตอนที่บังคับให้เขาถ่ายด้วยกันลงไปในกลุ่มไลน์ครอบครัวเพื่ออวดแม่!
เธอยังไม่ทันได้ละลานละลอกคว้าโทรศัพท์มาคว่ำหนลง เสียงทุ้มต่ำของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ดังขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด
"คู่รักเหรอครับ?"
ธันวาหรี่ตามองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสว่างวาบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ
"ไหนๆ แม่คุณก็เข้าใจผิดแล้ว... เรามาลองทำโปรเจกต์นี้ในฐานะ 'คนรู้ใจ' ดูหน่อยไหมล่ะครับ คุณรินรดา?"
ขอบคุณที่เดินทางมาเปิดประตูบานแรกสู่โลกของความป่วนและอบอุ่นหัวใจไป1 with สมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 1
เมื่อหัวใจแจ้งเตือนว่างานเข้า
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!