เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 7

ความลับในไดอารีเล่มสีน้ำตาล

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“บอกแล้วไงคะว่าห้ามรื้อโต๊ะทำงานรินอย่างไรเล่า!” เสียงหวีดร้องของอินฟลูเอนเซอร์สาวดังลั่นห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด รินรดากระโดดโหยงเหยงพยายามจะแย่งสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มจากมือของชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนตีสีหน้าตายสนิท ธันวาทำเพียงแค่ชูแขนขึ้นสูงจนสุดเอื้อม สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองตัวหนังสือลายมือยุ่งเหยิงบนหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ โดยมีร่างบางของหญิงสาวพยายามเขย่งปลายเท้ากระโดดคว้าอากาศอยู่ข้างๆ อย่างน่าเอ็นดู ให้ตายสิคะ! ทำไมเขาถึงต้องมาเจอสมุดเล่มนี้ในจังหวะที่เผลอที่สุดด้วยนะ! “อ๋อ... ‘วันที่ 14 ตุลาคม... วันนี้คุณนักรีวิวไอทีหน้าดุแวะมาซื้อกาแฟให้แถมยังบ่นเรื่องสุขภาพของรินอีกแล้ว ถึงปากจะร้ายแต่ใจดีเป็นบ้าเลย ฮึ่ย! เขินชะมัด’...” ธันวาจงใจอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงแววขบขันเจือความเอ็นดูไว้เต็มเปี่ยม พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท “นี่สรุปว่าผมเป็นนักรีวิวไอทีหน้าดุ หรือว่าเป็นพ่อทูนหัวของเธอթุกวันกันแน่นะครับคุณรินรดา” “นี่! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะคะคุณธันวา! ใครอนุญาตให้แอบอ่านไดอารีคนอื่นกัน เสียมารยาทที่สุด!” รินรดาหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู ร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาผิงมาแนบแก้ม มือเล็กๆ ระรัวทุบลงบนอกแกร่งของอีกฝ่ายไม่ยั้ง แม้จะรู้ว่ามันไม่ได้สร้างความเจ็บปวดอะไรให้คนตัวโตเลยสักนิด นอกจากจะทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขามันยิ่งทวีความสูสีและชวนใจสั่นมากขึ้นไปอีก ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยในบรรยากาศที่เงียบสงบ เขามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังงอแงหน้ามุ่ย ตาขวางใส่เขาอย่างเอาเป็นเอาตาย มือข้างที่ถือสมุดเล่มสีน้ำตาลถูกลดระดับลงมาแนบลำตัว แต่รินรดาก็ยังไม่มีโอกาสได้แย่งมันกลับคืนมา เพราะธันวาใช้มืออีกข้างรวบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ เพื่อกันไม่ให้เธอพุ่งเข้ามาทำลายข้าวของบนโต๊ะรีวิวสินค้าไอทีราคาแพงของเขา “ผมไม่ได้ตั้งใจจะแכบอ่านหรอกนะครับ...” ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยกำแพงและความเย็นชา บัดนี้กลับพลายความแข็งกระด้างลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงประกายความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “ก็สมุดเล่มนี้มันดันหล่นลงมาทับเท้าผมตอนที่ผมกำลังจะหยิบเมาส์เกมingตัวใหม่พอดิบพอดี แล้วเปิดหน้าที่มีชื่อผมนอนรออยู่ทนโท่ จะให้แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาตัวเองก็คงต้องไปตัดแว่นใหม่รอบที่สิบล่ะมั้งครับ” “ก็... ก็มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของรินนี่คะ!” รินรดาเถียงเสียงอ้อมแอ้ม ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงอาการเขินจนทำตัวไม่ถูก เมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย “แล้วใครใช้ให้คุณทำตัวน่าหมั่นไส้ใส่รินก่อนเล่า ถึงต้องเอามาเขียนระบายในนี้หน่ะ!” “อ๋อ แปลว่าที่เขียนมาทั้งหมดนี่... คือเรื่องจริงสินะครับ” ธันวาแกล้งเลิกคิ้วแซว รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ จะได้เห็นที ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง “ที่บอกว่าผมใจดี... ที่บอกว่าเขิน... แปลว่าความจริงแล้ว เธอก็แอบหวั่นไหวกับผมมาตั้งนานแล้วใช่ไหมครับเนี่ย” “ใครหวั่นไหวกันคะ! อย่ามามโนไปเองนะคุณธันวา! คืนสมุดมาให้รินเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นรินจะฟ้องแฟนคลับว่าคุณแอบขโมยไดอารีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง!” รินรดาแกล้งขู่เสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีสายตาพิจารณาที่เจ้าเล่ห์เกินกว่าจะเป็นนักรีวิวไอทีสายดุคนเดิม แต่ธันวากลับไม่ยอมปล่อย เขายกสมุดเล่มสีน้ำตาลขึ้นสูงเหนือศีรษะอีกครั้งเมื่อรินรดาทำท่าจะกระโดดงับสมุดคืน ร่างสูงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะ แต่เพราะความเร่งรีบทำให้สะโพกของเขาไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน จนร่างทั้งร่างเซถลา และด้วยสัญชาตญาณ รินรดาก็คว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ผลลัพธ์คือ... ร่างทั้งสองร่างเสียหลักล้มลงไปกองบนโซฟาตัวนุ่มที่ตั้งอยู่มุมห้องอย่างพอดิบพอดี ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ... ธันวานอนทับอยู่บนโซฟา โดยมีรินรดานั่งคร่อมอยู่บนตักของเขาพอดี มือข้างหนึ่งของเธอยังคงกำสาบเสื้อของเขาแน่น ส่วนมืออีกข้าง... ตอนนี้แตะอยู่บนแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าที่พวงแก้มใส ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนเงาของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุที่สุดในวงการรีวิวไอที แต่ตอนนี้กลับกำลังมองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและอบอุ่นจนน่ากลัว... อบอุ่นเสียจนกำแพงในใจที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดเพื่อปกป้องความเหงา พังทลายลงในพริบตา “ปล่อยรินนะคะ...” เสียงหวานเอמהแผ่วเบา แทบจะกลืนหายไปในลำคอ ราวกับคนหมดแรงจะต่อต้าน ธันวาไม่ยอมขยับเขยื้อน เขายังคงใช้สายตาคู่นั้นสำรวจใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างพึงพอใจ นิ้วมือเรียวยาวที่ถือสมุดไดอารีสีน้ำตาลค่อยๆ วางมันลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างเบามือ ก่อนที่มือข้างนั้นจะเคลื่อนมาแตะที่เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของเธออย่างแผ่วเบa ปัดปอยผมที่ตกลงมาบังแก้มให้อย่างทะนุถนอม “ผมไม่ปล่อยหรอกครับ...” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงจริงจังจนรินรดากลั้นหายใจ “ในเมื่อเธอเขียนความลับของผมไว้ในไดอารีตั้งหลายหน้า... งั้นตอนนี้ ผมขอทวงสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของความลับพวกนั้นบ้าง จะได้ไหมครับ... รินรดา” หัวใจของรินรดารัวเร็วยิ่งกว่ากลองชุด เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน— *ปิ้ง!* หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะมีตัวตนอยู่ในเวลานี้ ส่งตรงเข้ามาทำลายความเงียบและสร้างความตกใจให้ทั้งคู่จนต้องผละออกจากกันทันที *“น้องรินครับ... พี่อยู่หน้าสตูดิโอแล้วนะ เปิดประตูให้พี่หน่อยสิครับ พอดีพี่ซื้อขนมที่น้องชอบมาฝาก”* รินรดานัยน์ตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนก เมื่ออ่านชื่อผู้ส่งข้อความชัดๆ— *'พี่กรณ์'* อดีตรุ่นพี่คนสนิทที่เคยหายหน้าหายตาไปนาน และเป็นคนเดียวกับที่ธันวาเคยแสดงท่าทีหึงหวงอย่างออกนอกหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและร่วมลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%