เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 8

เดตแรกที่ไม่ตั้งใจ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"บอกแล้วไงคะว่าฉันไม่ได้อยากมากินก๋วยเตี๋ยวเรือร้านนี้! แล้วคุณธันวาช่วยกรุณาเลิกทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้มากินยาขมหม้อใหญ่สักทีได้ไหมคะ หน้าบึ้งเป็นตูดแมวแบบนั้น เดี๋ยวลูกค้าคนอื่นเขาก็นึกว่าฉันไปติดหนี้คุณร้อยล้านหรอกค่ะ!" รินรดาแหวใส่พ่อหนุ่มนักรีวิวไอทีหน้าดุที่นั่งกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ฝั่งตรงข้ามในร้านก๋วยเตี๋ยวเรือใต้ทางด่วน บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยควันร้อนๆ ของน้ำซุปและกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้น ตัดกับใบหน้าบึ้งตึงของธันวาที่วันนี้สวมฮู้ดสีดำสนิทพยายามอำพรางตัวจากโลกภายนอกอย่างเต็มที่ แต่รัศมีตึงเครียดของเขากลับโดดเด่นเสียจนป้าเจ้าของร้านยังต้องเหลียวมอง ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาตวัดมองชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าด้วยความระแวง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาคนตัวเล็กที่กำลังเคี้ยวลูกชิ้นตุ้มๆ ตุ้ยๆ อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน "ผมไม่ได้ทำหน้าบึ้งเพราะเป็นหนี้คุณหรอกครับริน... แต่ผมกำลังเครียดเพราะแผนวันหยุดสงบๆ ของผมมันพังทลายไม่เป็นท่า ตั้งแต่คุณส่งพิกัดปลอมมาหลอกให้ผมขับรถฝ่าฝนตกขี้หมูหมามาติดแหง็กอยู่กลางซอยตัน แล้วสุดท้ายรถของคุณก็ดันแบตหมดสนิทกลางทาง จนเราต้องมานั่งซดก๋วยเตี๋ยวเรือข้างทางในวันหยุดพักผ่อนเนี่ยแหละครับ" "อ้าว! นี่คุณกำลังจะโทษว่าเป็นความผิดฉันคนเดียวว่างั้นเถอะคะ?" รินรดาวางตะเกียบเสียงดังลั่น โน้มตัวไปข้างหน้าด้วยความหมั่นไส้ "ก็ใครใช้ให้คุณขับรถจี้ตูดฉันมาตั้งแต่แยกไฟแดงเล่า ฉันก็แค่ตกใจแล้วเลี้ยวผิดซอยแค่นั้นเองป่ะคะ อีกอย่าง... วันหยุดทั้งที จะให้อยู่ห้องอุดคู้อ่านคอมเมนต์รีวิวการ์ดจอมันน่าเบื่อจะตาย ชวนออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง โลกภายนอกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกน่าคุณนักรีวิวผู้รักสันโดษ" ธันวาส่ายหัวเบาๆ กับความดื้อรั้นที่มาพร้อมกับรอยยิ้มทะเล้นของอินฟลูเอนเซอร์สาว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้ปากเขาจะบ่นกระpơodกระpęedตลอดทางตั้งแต่เช้า แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มสดใสราวกับพระอาทิตย์ยามเช้าของเธอ—รอยยิ้มที่พยายามซ่อนความเปราะบางบางอย่างไว้ ซึ่งเขารู้ดีว่ามันคืออะไร หลังจากมื้อเที่ยงที่จบลงด้วยการที่ธันวาจำยอมจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยว (แถมยังบ่นเรื่องความสะอาดของชามตามประสาคนรักความเป๊ะ) ทั้งคู่ก็ต้องเผชิญกับความเป็นจริงอันโหดร้าย... รถยนต์มินิคูเปอร์สีแดงสดของรินรดาแบตเตอรี่หมดสนิทเนื่องจากเธอเผลอเปิดไฟหน้าทิ้งไว้ ช่างซ่อมรถประจำอู่แจ้งว่าอะไหล่ต้องรออีกอย่างน้อยสามชั่วโมง ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้ประสบภัยจำเป็นที่ต้องหาที่นั่งรอยาวๆ ท่ามกลางย่านชุมชนที่แทบไม่มีคาเฟ่ดีๆ เปิดให้บริการในวันหยุดยาว "เอาล่ะค่ะคุณธันวา ในเมื่อสวรรค์กลั่นแกล้งให้เราต้องติดแหง็กอยู่ด้วยกันสองต่อสองในวันหยุดแบบนี้ ฉันขอประกาศแต่งตั้งให้วันนี้เป็น 'เดตแรกที่ไม่ตั้งใจ' ของเราอย่างเป็นทางการค่ะ!" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมกับคว้าข้อมือหนาให้เดินตามเข้าไปในร้านหนังสือมือสองบรรยากาศอบอุ่นคลาสสิกที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน "เดตอะไรล่ะครับเนี่ย บ้าบอ..." ธันวาบ่นพึมพำ แต่ก็ยอมปล่อยให้เธอจูงมือเดินเข้าไปในร้านแต่โดยดี โดยไม่ยอมเอ่ยปากบอกเหตุผลที่แท้จริงว่า เขาน่ะ... แอบชอบ 'เดตที่ไม่ตั้งใจ' ครั้งนี้มากกว่าที่ปากพูดเสียอีก ภายในร้านหนังสือมือสองอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ แสงไฟสีส้มสลัวๆ ส่องกระทบชั้นหนังสือไม้สักที่เรียงรายอัดแน่นจนแทบไม่มีทางเดิน บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดาเดินลัดเลาะไปตามชั้นหนังสือหมวดจิตวิทยาและไดอารี ส่วนธันวายืนกอดอกพิงชั้นหนังสือหมวดเทคโนโลยีและประวัติศาสตร์สายตาคอยมองตามร่างบางไม่ห่าง กลัวว่ายัยตัวแสบจะซุ่มซ่ามทำหนังสือล้มทับตัวเองเข้าสักวัน "นี่ๆ คุณธันวา..." เสียงใสๆ กระซิบแผ่วเบามาจากซอกชั้นหนังสือลึกเข้าไป ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเสียงนั้นไป เขาก้าวเข้าไปในมุมอับสายตาของร้าน ซึ่งเป็นล็อกเก็บหนังสือเก่าหายาก รินรดากำลังยืนถือสมุดปกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง สภาพกระดาษเหลืองกรอบ แต่ดวงตากลมโตของเธอกลับเปล่งประกายระยิบระยับราวกับเจอสมบัติล้ำค่า "ดูนี่สิคะ... เป็นไดอารีบันทึกเรื่องราวความรักของใครสักคนเมื่อปี พ.ศ. 2535 แน่ะ โรแมนติกชะมัดเลยว่าไหมคะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างพวกเขายืนอยู่ใกล้กันเสียจนธันวาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ จากตัวเธอ "ก็แค่สมุดบันทึกเก่าๆ เล่มหนึ่ง..." ธันวาตอบเสียงเรียบ พยายามเบนสายตาหนีใบเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ แต่รินรดากลับขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา "บางที... คนเราก็แค่อาการกลัวความเงียบเหงา จนต้องหาอะไรมาบันทึกไว้เพื่อยืนยันว่าตัวเองยังมีตัวตนบนโลกใบนี้ เหมือนที่คุณทำอยู่ทุกวันไงคะ... คุณนักรีวิวสายดุ" ประโยคสั้นๆ นั้นกระแทกเข้ากลางใจธันวาอย่างจัง กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปีสั่นคลอนอย่างรุนแรง รินรดาไม่ได้มองทะลุแค่เปลือกนอกของเขา แต่เธอกลับมองเห็นความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมบูรณ์แบบนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ธันวานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่เคยไขว้หลังไว้ค่อยๆ เผลอยื่นออกไป หมายจะเอื้อมไปแตะกลุ่มผมนุ่มของเธอเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ในอก แต่ทว่า... ในจังหวะที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสกับเส้นผมของรินรดา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะพอดี ธันวาสะดุ้งเฮือก รีบดึงมือกลับอย่างเสียดาย เขากดรับสายด้วยใบหน้าหงุดหงิดระคนโล่งอกเล็กน้อย "ครับ... อ๋อ ช่างซ่อมรถบอกว่าซ่อมเสร็จแล้วเหรอครับ? ครับ เดี๋ยวผมออกไป..." เขาวางสายแล้วหันมามองรินรดาที่ยืนกระพริบตาปริบๆ ด้วยความเสียดายไม่แพ้กัน "รถเสร็จแล้วครับ... เราต้องกลับกันแล้วล่ะ ริน" รินรดายู่ปากด้วยความขัดใจ "โธ่... กำลังบรรยากาศดีเชียว ขัดลาภจริงๆ เลยยัยช่างซ่อมรถเนี่ย!" เธอบ่นอุบอิบก่อนจะวางสมุดบันทึกเล่มนั้นกลับที่เดิม แล้วเดินนำลิ่วออกไปหน้าร้าน ธันวายืนมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอก เขาเดินตามเธอออกมาท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มอ่อนแรงลง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู บรรยากาศรอบตัวช่างเป็นใจเสียเหลือเกินสำหรับการสารภาพความรู้สึกบางอย่างที่เก็บงำมานาน ระหว่างทางขับรถกลับคอนโด ความเงียบโรยตัวเข้ามาในห้องโดยสาร แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงหัวใจเต้นโครมครามของคนทั้งคู่ ธันวาเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะ รินรดากำลังเหม่อมองวิวข้างทางด้วยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่ใต้คอนโดมิเนียมของรินรดา ธันวาดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง รินรดาปลดเข็มขัดนิรภัยเตรียมจะเปิดประตูลงรถ แต่เสียงทุ้มต่ำของธันวากลับเอ่ยรั้งเธอไว้เสียก่อน "ริน..." รินรดาหันกลับมาเลิกคิ้วมองเขา "คะ? มีอะไรอีกเหรอคะ หรือยางรถจะแบนรอบสอง?" ธันวากลืนก้อนสะอึกในลำคอ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนข้อIน้oวขาวซีด หัวใจของเขากำลังเต้นรัวราวกำลังจะทะลุออกมานอกอก ความกลัวที่จะสูญเสียความสัมพันธ์แบบนี้ตีคู่มากับความปรารถนาที่จะข้ามเส้นกั้นนั้นไป นิ้วเรียวยาวของธันวาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหน้าจอแชตส่วนตัวกับรินรดา นิ้วมือสั่นเทาเล็กน้อยพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความลังเลระคนแน่วแน่... ก่อนจะกดส่งออกไปในแชตตรงหน้าเธอทันทีโดยไม่ทันยั้งคิด! รินรดาขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน แล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นทีละน้อยจนแทบถลนออกจากเบ้า สีหน้าของเธอฉายแววตกตะลึง ปนเปไปกับความเขินอายจนแก้มใสแดงปลั่งลามไปถึงใบหู ข้อความในหน้าจอแชตปรากฏตัวอักษรชัดเจนว่า: *[ธันวา]: "เลิกเป็นคู่กัดกันเ แล้วมาเป็นเซฟโซนให้กันและกันจริงๆ... ได้ไหมครับริน?"* รินรดาชะงักค้างราวกับถูกสตัฟฟ์ไว้กลางอากาศ หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น สมองขาวโพลนคิดคำตอบไม่ออกแม้แต่คำเดียว แต่ก่อนที่เธอจะได้พิมพ์ข้อความตอบกลับ ธันวากลับเอื้อมมือมากดปุ่ม *"ยกเลิกข้อความ"* อย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ ความเงียบงันกลับมาปกคลุมทั่วห้องโดยสารอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนความรู้สึกของคนทั้งคู่ไว้บนเส้นด้ายอย่างหมิ่นเหม่... (ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและร่วมลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%