เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 11

คนขี้เก๊กยอมเปิดใจ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สั่นระริกอยู่บนเตียงนอน ทำเอารินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้เซฟโซน มือเรียวบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจคว้ามันขึ้นมาด้วยความกล้าหาญปนความตื่นตระหนกแบบสุดขีด สายเรียกเข้าจาก "คุณนักรีวิวไอทีสายดุ" ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... ให้ตายเถอะค่ะคุณผู้ชม! นี่มันดึกดื่นจนนกฮูกง่วงนอนกันหมดแล้ว ทำไมคุณธันวาถึงยังโทรมาล่ะคะเนี่ย หรือว่าเธอเผลอทำอะไรผิดพลาดไปตอนไลฟ์สดรีวิวแกดเจ็ตเมื่อหัวค่ำ หรือว่าเผลอไปพูดจาพาดพิงอะไรที่ทำให้พ่อหนุ่มปากแข็งคนนี้หงุดหงิดจนต้องต่อสายมาเฉ่งเธอรอบดึกกันแน่ รินรดากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนเวลาต้องกระโดดร่มชูชีพ แล้วใช้นิ้วเรียวกดรับสายด้วยความกล้าๆ กลัวๆ "(ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอนครับ... หรือว่ากำลังแอบกินขนมรอบดึกอยู่)" เสียงทุ้มนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์มาทันทีที่ปลายสายกดเชื่อมต่อ น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดอย่างที่เธอจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย กลับเจือไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มจางๆ ที่เธอมโนภาพตามได้ไม่ยาก "เอ่อ... รินไม่ได้กินนะคะ! ใครว่ารินกินกันล่ะคะคุณธันวา!" รินรดาปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ดตามสัญชาตญาณ แก้ตัวเป็นพัลวันทั้งที่ไม่มีใครว่าอะไรเธอสักคำ "แล้วนี่ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมคุณธันวาถึงยังไม่นอนคะ หรือว่านั่งเช็คสเปกกล้องตัวใหม่อยู่จนลืมเวลาอีกแล้ว" ปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงทุ้มที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของอินฟลูเอนเซอร์สาวเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง "(เปล่าครับ... วันนี้ไม่ได้เช็คสเปกอะไรเลย)" ธันวาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย "(พอดี... นึกถึงเรื่องที่คุณรินบ่นให้ฟังเมื่อตอนกลางวัน เรื่องที่ว่าผมไม่ค่อยยอมเปิดใจเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังเลย... ผมก็เลยคิดว่า... คืนนี้อาจจะพอมีเวลาว่างสักหน่อย)" รินรดานิ่งค้างไปทันที ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ สมองประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ด้วยความรวดเร็ว นี่เธอหูฝาดไปหรือเปล่าคะเนี่ย? พ่อหนุ่มนักรีวิวไอทีผู้มีกำแพงสูงลิ่ว ยืนยันหนักแน่นมาตลอดว่าโลกส่วนตัวสูงปรี๊ดคนนั้น กำลังจะยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้เธอฟังอย่างนั้นเหรอคะ! "คุณธันวา... พูดจริงเหรอคะเนี่ย ไม่ได้โดนไวรัสเล่นงานจนสมองรวนไปแล้วใช่ไหมคะ" รินรดารีบแซวกลับตามความคุ้นเคยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก "(ปากเก่งจริงนะครับอินฟลูเอนเซอร์คนนี้...)" ธันวาถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจผ่านสายโทรศัพท์ ก่อนที่น้ำเสียงของเขาจะเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลและจริงจังขึ้นจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "(ความจริงแล้ว... ผมไม่ได้ชอบแค่เรื่องไอทีหรือแกดเจ็ตล้ำๆ อย่างเดียวหรอกนะครับ)" "อ้าว... แล้วคุณธันวาชอบอะไรล่ะคะ นอกจากกล้อง เลนส์ และคอมพิวเตอร์ประกอบเอง" รินรดาเอียงคอถามด้วยความอยากรู้ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นก็ตาม "(ผมชอบ... ถ่ายรูปท้องฟ้าครับ)" คำตอบสั้นๆ แต่ทว่าก้องกังวานอยู่ในความเงียบยามวิกาล ทำให้รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะ "ถ่ายรูปท้องฟ้า?" เธอทวนคำด้วยความประหลาดใจ "นักรีวิวไอทีสายดุผู้เคร่งครัดเรื่องสเปกและเทคโนโลยีเนี่ยนะ จะมาชอบถ่ายรูปท้องฟ้ากะเขาด้วย แปลกคนจังเลยนะคะ" "(แปลกตรงไหนล่ะครับ)" ธันวาแย้งเบาๆ น้ำเสียงเจือรอยยิ้มเอ็นดู "(สำหรับผม... ท้องฟ้ามันเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้เลยครับคุณริน บางวันสดใสไร้เมฆ บางวันครึ้มฟ้าครึ้มฝน บางวันก็มีพระอาทิตย์ตกดินที่สวยจนแทบหยุดหายใจ... มันเหมือนกับชีวิตคนเรานี่แหละครับ ที่เราไม่รู้เลยว่าแต่ละวันจะเจอเรื่องอะไรบ้าง)" รินรดานั่งฟังเงียบๆ ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างช้าๆ คำพูดเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งของชายหนุ่ม ทำให้เธอมองเห็นอีกมุมหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์เคร่งขรึมและเป๊ะทุกตารางนิ้วของเขา มุมที่อ่อนโยน อ่อนไหว และมีความโรแมนติกซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน "(แล้วรู้ไหมครับ... ทำไมผมถึงชอบถ่ายรูปท้องฟ้าเก็บไว้)" ธันวาเอ่ยถามต่อ น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนฟังเสียจนรินรดาต้องยกมือขึ้นมาทาบอกเพื่อกดทับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเกินควบคุม "ทำไมล่ะคะ...?" เธอถามเสียงแผ่วเบา เผลอโน้มตัวเข้าใกล้โทรศัพท์มือถือราวกับกลัวว่าเสียงของเขาจะเลือนหายไปในความเงียบ "(เพราะว่า... ท้องฟ้าในแต่ละวัน แม้ว่ามันจะสวยงามแค่ไหน แต่มันก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ครับ ถ้าเราไม่รีบกดชัตเตอร์เก็บไว้ มันก็จะเปลี่ยนผ่านไป และเราก็ไม่มีทางได้เห็นท้องฟ้าแบบเดิมซ้ำอีกเลยในชีวิตนี้)" ธันวาเว้นวรรคไปเล็กน้อย ลมหายใจของเขาผ่อนผ่านไมโครโฟนเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและทุ้มลึกเป็นพิเศษ "(มันก็เหมือนกับ... บางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมนั่นแหละครับ ถ้าผมมัวแต่กั๊กความรู้สึก มัวแต่สร้างกำแพงใส่ ปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ ผมอาจจะเสียดายไปตลอดชีวิตก็ได้... ว่าทำไมถึงไม่ยอมทำความรู้จักกับเธอให้เร็วกว่านี้)" ตู้ม! เหมือนมีโกดังดอกไม้ไฟจุดระเบิดขึ้นในอกของรินรดา ความร้อนผ่าววิ่งพล่านขึ้นมาถึงใบพวงแก้มจนเธอรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าว ร่างบางนั่งนิ่งแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว นี่เขา... กำลังหยอดเธอทางอ้อมอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย! หรือว่านี่คือมุกจีบสาวฉบับเด็กสายวิศวะคอมพิวเตอร์ที่อัปเกรดมาใหม่ล่าสุดกันแน่คะเนี่ยคุณผู้ชม! รินรดาอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำโทรศัพท์ร่วงหลุดมือ ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างกายซ่านเสียวไปทั่วสรรพางค์ด้วยความเขินอายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด ในจังหวะที่หัวใจเธอกำลังเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือก็สั่นแจ้งเตือนข้อความแชตจากแอปพลิเคชันสีเขียวเด้งขึ้นมาขัดจังหวะความเขิน นิ้วเรียวสั่นเทากดเปิดดูข้อความนั้นด้วยความตื่นตระหนก และทันทีที่เห็นตัวอักษรบนหน้าจอ ดวงตากลมโตของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม (Thunwa: "ถ้าคุณรินไม่เชื่อว่าผมจริงใจ... พรุ่งนี้เช้า ผมจะไปยืนรอรับคุณที่หน้าคาเฟ่เดิม พร้อมกับท้องฟ้าสีสวยที่คุณชอบ... ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดนะครับคนดื้อ") รินรดานั่งนิ่งค้างไปสนิท ข้อความนั้นยังคงเรืองแสงอยู่บนหน้าจอ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่าพรุ่งนี้เช้าเธอต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้แบบตัวเป็นๆ หลังจากที่โดนรุกหนักขนาดนี้! --- *ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันตรงนี้นะคะ รินรดากับคุณธันวายังมีเรื่องราวป่วนๆ ชวนเขินรออยู่อีกเพียบเลยค่ะ!*
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%