หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาเปล่งแสงสีฟ้าจ้าท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอน มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงสีส้มอ่อนที่ช่วยขับบรรยากาศให้ชวนเหงาจับใจ นิ้วเรียวเล็กของเธอกำลังจิ้มลงบนแป้นพิมพ์หน้าจอด้วยความลังเล ขณะที่หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามราวกับคนวิ่งมาราธอน ทั้งๆ ที่นี่มันตีสองกว่าแล้ว ทำไมเธอถึงยังมานั่งจดๆ จ้องๆ อยู่หน้าแชตของพ่อ "นักรีวิวไอทีสายดุ" คนนั้นกันนะ
*ธันวา: [รีพลายข้อความรูปภาพแมวอ้วนของคุณ] ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่นอน ระวังขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าจนต้องรีวิวคอนซีลเลอร์กลบรอยคล้ำอีกรอบนะครับ*
รินรดาขยับปากมุบมิบด้วยความหมั่นไส้ ถึงแม้เขาจะพิมพ์มาแบบนั้น แต่เธอก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจเช็กสคริปต์รีวิวสินค้าตัวใหม่จนดึกดื่นเหมือนทุกวันนั่นแหละ คนอะไรรักความสมบูรณ์แบบเสียจนน่าหยิกให้เนื้อเขียว
*รินรดา: แหม คุณธันวาคะ คนสวยนอนดึกเพราะงานค่ะ ไม่ได้นั่งเล่นเกมเหมือนใครแถวนี้หรอกนะคะ แล้วอีกอย่าง หน้าสดของรินก็รอดทุกสถานการณ์ ไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์หรอกค่ะ!*
เธอกดส่งข้อความออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสติกเกอร์น้องหมาทำหน้ากวนประสาทตามไปติดๆ ไม่นานนัก สถานะบนหน้าจอก็ขึ้นว่า "กำลังพิมพ์..." สลับกับหยุดไปเป็นระยะ เหมือนเขากลังลังเลว่าจะเถียงอะไรเธอกลับมาดี
*ธันวา: ปากเก่งจังนะครับ... ตาบวมเป็นกระต่ายตื่นตูมขนาดนั้น ยังจะมาอวดเก่งอีก*
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความนั้น เธอลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันทีพลางหันไปมองกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เออ... ก็ตาบวมนิดหน่อยจริงๆ นั่นแหละจากการนั่งตัดต่อคลิปยาวนานติดต่อกันสี่ชั่วโมง แต่หมอนี่แอบมองเธอผ่านกล้องวงจรปิดในห้องหรือยังไง ถึงได้รู้ทันทุกฝีก้าวแบบนี้!
*รินรดา: นี่คุณแอบส่องรินเหรอคะ! โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย เดี๋ยวปัดบล็อกซะเลยนี่*
*ธันวา: เปล่าส่องครับ แค่เดาจากนิสัยชอบฝืนตัวเองของคุณ... เลิกดื้อแล้วเข้านอนได้แล้วครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาหน้าเหี่ยวแล้วจะมาโวยวายใส่ผมอีก*
รินรดากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความอุ่นวาบซ่านแล่นริ้วขึ้นมากลางอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ถึงประโยคท้ายจะดูดุและปากร้ายตามสไตล์ของเขา แต่ทว่า... ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่หลังตัวอักษรพวกนั้น มันกลับทำให้มุมปากของเธอค่อยๆ ยกย่องขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความเงียบเหงาที่มักจะเกาะกุมหัวใจในยามวิกาล ถูกปัดเป่าหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ ที่ดังกลบความเงียบงันรอบตัว
บางที... การมีใครสักคนคอยมาบ่นเรื่องสุขภาพตอนดึกๆ แบบนี้ มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่หรอกมั้งคะ
เธอสูดหายใจเข้าลึก 3 เพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความบางอย่างออกไป เป็นข้อความที่เธอเก็บซ่อนไว้ลึกสุดใจมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
*รินรดา: นี่คุณธันวา... ถ้าวันหนึ่งรินหายไปจากโลกโซเชียลจริงๆ หรือเลิกทำช่องรีวิว คุณจะ... คิดถึงรินบ้างไหมคะ?*
พอกดส่งข้อความนั้นออกไป รินรดาก็แทบอยากจะเอาหัวโขกหมอนด้วยความเขินอาย เธอบ้าไปแล้วแน่ๆ ทำไมถึงพิมพ์อะไรที่ชวนคิดลึกแบบนั้นลงไปเล่า! ผ่านไปเกือบนาที สถานะในแชตก็ยังคงนิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่คำว่า "กำลังพิมพ์..." ปรากฏขึ้นมา หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความกลัวที่ว่าเธออาจจะล้ำเส้นความสัมพันธ์เกินไปเริ่มกัดกินความรู้สึก
หรือเธอพูดอะไรที่มันน่ารำคาญเกินไปอีกแล้วนะ?
รินรดานิ่วหน้าด้วยความลนลาน รีบยกนิ้วขึ้นมาเพื่อจะกด "ยกเลิกข้อความ" ให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะทันได้อ่านมัน แต่นิ้วเจ้ากรรมดันกดพลาดไปโดนปุ่มอื่น ทำให้ข้อความถูกปักหมุดค้างไว้บนหน้าจอเด่นหร่า
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงเรียกเข้าแบบวิดีโอคอลที่ดังขึ้นกะทันหันจนเธอสะดุ้งสุดตัว
ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคือ "ธันวา (นักรีวิวไอทีสายดุ)"
รินรดานั่งนิ่งค้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม มือไม้สั่นเทาด้วยความทำอะไรไม่ถูก ดวงตากลมโตมองหน้าจอที่ยังคงสั่นไม่หยุดด้วยความตื่นตระหนก เธอควรจะกดรับดีไหม หรือควรจะแกล้งทำเป็นโทรศัพท์พังแล้วโยนมันทิ้งไปใต้กองผ้าห่มตอนนี้เลยดีคะเนี่ย!
ขอบคุณที่แวะมาพูดคุยและอมยิ้มไปกับความนุบนิบของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 10
รหัสลับที่สื่อสารผ่านแชตส่วนตัว
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!