"คุณธันวาคะ เลิกส่งภาพหน้าจอเบนช์มาร์คชิปเซ็ตรุ่นใหม่มาขู่ฉันสักทีเถอะค่ะ นี่มันตีสองครึ่งแล้วนะ ไม่ใช่เวลามานั่งเทสต์ความร้อนของซีพียู!"
รินรดากดส่งข้อความเสียงด้วยน้ำเสียงง Lปนง่วง แต่แฝงความหงุดหงิดนิดๆ ส่งตรงไปยังห้องแชตของปรมาจารย์ไอทีผู้ไม่เคยหลับไม่เคยนอน มือเรียวข้างหนึ่งขยี้ตาปอยๆ ใต้แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง ขณะที่อีกข้างถือสมาร์ตโฟนหน้าจอเรืองแสงจ้าจนแสบตา
ผ่านไปไม่ถึงห้าวินาที... สถานะในแชตขึ้นว่า *'กำลังพิมพ์...'* รวดเร็วราวกับเขานั่งรอจังหวะเถียงเธอดิฟสวิตช์อยู่ตลอดเวลา
*ธันวา:* ใครใช้ให้คุณนั่งปั่นสคริปต์รีวิวกล้องมิลเลอร์เลสจนเลยเที่ยงคืนล่ะครับ? แล้วอีกอย่าง ผมไม่ได้ส่งไปขู่... ผมแค่จะบอกว่า ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณยังพัดลมเสียงดังฮัมเบอร์เกอร์แบบนั้น มีหวังชิปเซ็ตไหม้ก่อนได้อัปโหลดคลิปแน่
รินรดากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ หมั่นไส้จนอยากจะปวารณาตัวเป็นแอนตี้แฟนเบอร์หนึ่งของนายธันวาคนนี้เสียเดี๋ยวนี้เลย ตาบ้าเอ๊ย คนยิ่งง่วงๆ อยู่ ยังจะมีหน้ามาคอมเมนต์เรื่องเสียงพัดลมโน้ตบุ๊กของเธออีก!
แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า... ถึงปากเขาจะร้ายและดุเหมือนหมาป่าเฝ้าถ้ำไอที แต่ทุกครั้งที่เธอเผลอทำโปรเจกต์พังจนกุมขมับ นายคนนี้นี่แหละค่ะที่มักจะส่งวิธีแก้ปัญหาแบบทีทีแอล (Step-by-step) มาให้อย่างเงียบๆ โดยไม่เคยทวงคำขอบคุณสักแอะ
ความสัมพันธ์ของเราสองคนในตอนนี้ มันกึ่งๆ จะเรียกว่าคู่กัดก็ไม่ใช่ จะเรียกว่าเพื่อนสนิทก็ยังแปลกๆ เอาเป็นว่า... มันขยับจาก "ศัตรูตัวฉกาจที่อยากบล็อกเฟซบุ๊ก" มาเป็น "คนรู้จักที่พอจะทักมาบ่นเรื่องสัพเพเหระตอนตีสองได้" ก็น่าจะใกล้เคียงที่สุดแล้วล่ะค่ะ
และดูเหมือนว่าความเกรงใจ (ที่มีอยู่ไม่มากก็น้อยของรินรดา) จะสั่งให้เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการไถ่โทษที่เคยไปปะทะคารมเดือดใส่เขาไว้ในไลฟ์สดสัปดาห์ก่อน
*รินรดา:* อ่ะๆ ยอมรับก็ได้ค่ะว่าเมื่อคืนรบกวนเวลาอันมีค่าของคุณนักรีวิวสายดุเกินไปหน่อย เพื่อเป็นการไถ่โทษ พรุ่งนี้บ่ายโมงตรง ที่คาเฟ่แมวหน้าตึกคุณ... ฉันขอเลี้ยงกาแฟไอฟีลดีๆ สักแก้วนะคะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด! ถือว่าเจ๊ากัน
ฝ่ายนั้นเงียบหายไปเกือบสนาทีเต็ม จนรินรดาเริ่มคิดว่าเขาคงบล็อกแชตเธอไปแล้วจริงๆ แต่แล้วข้อความสั้นๆ ก็เด้งขึ้นมา
*ธันวา:* กาแฟแก้วเดียวไม่พอหรอกครับ... ถ้าจะไถ่โทษจริงๆ ช่วยกรุณาเปลี่ยนเมล็ดกาแฟคั่วเข้มๆ ที่คุณชอบ เป็นลาเต้อุ่นๆ หวานน้อยแบบที่ผมแนะนำด้วย จะพิจารณาให้อภัยเป็นกรณีพิเศษ
รินรดาเผลอหลุดหัวเราะคิกออกมาท่ามกลางความเงียบยามดึก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ โดยไม่รู้สาเหตุ... ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร จะเรื่องมากไปถึงไหนกันนะ!
วันรุ่งขึ้น ณ คาเฟ่แมวสไตล์มินิมอล กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่ตรงมุมติดกระจกใส มือข้างหนึ่งคนแก้วกาแฟลาเต้อุ่นๆ ตามคำสั่งของเจ้าตาดุ ส่วนสายตาก็จับจ้องมองเหล่าแมวเปอร์เซียที่กำลังเดินอวดโฉมไปมา
กระดิ่งหน้าร้านกรุ๊งกริ๊งเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เรือนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยพاءลุคหนุ่มไอทีผู้เคร่งขรึมให้ดูผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ธันวากวาดสายตาชั่วครู่ก่อนจะเดินตรงมาที่โต๊ะแล้วหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
"รอนานไหมครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับวางกระเป๋าเป้ใบเก่งลงข้างตัว
"ไม่นานค่ะ เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง... นี่ค่ะ กาแฟไถ่โทษตามสัญญา หวานน้อย ลาเต้อุ่นๆ แบบที่คุณบัญชามาเลยนะ" รินรดาดันแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวลายแมวเหมียวไปตรงหน้าเขา แววตาระยิบระยับด้วยความภูมิใจที่ทำตามเงื่อนไขได้เป๊ะ
ธันวาก้มมองแก้วกาแฟครู่หนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มบางๆ ที่นานๆ ทีรินรดาจะได้เห็น มันไม่ได้กวนประสาทเหมือนเวลาอยู่ในแชต แต่กลับอบอุ่นจนทำให้บรรยากาศรอบตัวนุ่มนวลขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
"อืม... รสชาติพอใช้ได้ครับ" เขาจิบกาแฟไปอึกหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ "แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ คราวหน้า... เปลี่ยนจากกาแฟไถ่โทษ มาเป็นคนนั่งฟังผมบ่นเรื่องสลับพอร์ตฮาร์ดดิสก์ยาวๆ สักสามชั่วโมงแทน น่าจะคุ้มค่ากว่านะ"
"ย่ะ! หูย เพิ่งจะญาติดีกันได้วันเดียว จะใช้งานฉันหนักซะแล้วเหรอคะคุณธันวา" รินรดาแกล้งทำเป็นค้อนใส่ วางมาดค้อนคว่ำใส่คนตรงหน้าเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากเขาได้ทันที
บรรยากาศระหว่างเรากำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นและน่ารัก ชวนให้หัวใจพองโตจนรินรดาเกือบลืมไปแล้วว่า... โลกภายนอกมันวุ่นวายแค่ไหน จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนสมาร์ตโฟนบนโต๊ะสั่นครืดคราดขึ้นมาพร้อมกันทั้งคู่
รินรดาก้มลงมองหน้าจอแวบแรก หัวใจเจ้ากรรมก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ข้อความจากกลุ่มไลน์โปรดิวเซอร์ช่องคู่แข่ง เด้งขึ้นมาพร้อมรูปถ่ายใบเสร็จการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของ "ชื่อรายการ" ที่เธอเพิ่งใช้เปิดตัวซีรีส์รีวิวตัวใหม่เมื่อวานนี้
*โปรดิวเซอร์เอ: "อุ๊ย! แย่จังเลยนะคะน้องรินรดา ชื่อรายการนี้ ทางเราเพิ่งจดสิทธิ์ลิขสิทธิ์ไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อเช้านี้เอง แบบนี้... คงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่หมดเลยสิคะเนี่ย ไม่งั้นอาจจะโดนฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เอานะคะ"*
รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาแข็งค้างทันที โลกทั้งใบเหมือนหมุนคว่ำด้วยความตกใจและคับแค้นใจจนจุกอก มือเรียวสั่นเทาจนเกือบถือโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ นี่มันความซวยระดับหายนะชัดๆ!
ในจังหวะที่เธอกำลังจะน้ำตาคลอด้วยความเคืองแค้นและเคว้งคว้าง ธันวาที่นั่งเงียบมาตลอดก็เอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ อบอุ่นและมั่นคง เขาดึงโทรศัพท์ออกจากมือเธอช้าๆ ก่อนจะก้มลงอ่านข้อความบนหน้าจอนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความผ่อนคลาย เป็นความเย็นชาคมกริบที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
"ใจเย็นก่อนครับ..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่ทรงพลังจนความหวาดกลัวในใจรินรดาสสงบลงชั่วขณะ "เรื่องลิขสิทธิ์... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโปรแกรมเมอร์สายฮาร์ดโค้ดคนนี้จัดการเองครับ เพราะบังเอิญว่า... โค้ดฐานข้อมูลระบบจดทะเบียนอันนั้นน่ะ ผมเป็นคนเขียนให้กระทรวงเมื่อปีที่แล้วเอง และผมจำได้แม่นว่า ใครกันแน่ที่แอบลัดคิวส่งเอกสารนอกรอบแบบผิดกฎหมาย"
...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและร่วมลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ•ตอนที่ 5
กาแฟหนึ่งแก้วแทนคำขอโทษ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!