แฟ้มเอกสารหนาปึกตกลงบนพื้นโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก* ตามด้วยแรงปะทะจากปลายนิ้วที่กดทับลงบนขอบไม้เนื้อดีจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ทัพพ์ไม่ได้ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้า แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัดฟ้องชัดเจนว่า ความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการกดดันให้คนตรงหน้าคายความจริงออกมา หลังจากเหตุการณ์ที่คีย์ส่งหลักฐานภาพถ่ายบิดเบือนพวกนั้นมาขู่ รินรดาก็เลือกที่จะเงียบ และความเงียบของผู้หญิงคนนี้คือสิ่งที่กัดกินหัวใจของเขาให้ดำดิ่งลงสู่เหวลึกยิ่งกว่าเดิม
รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้ก้มหน้าหนีอย่างที่เคยเป็น ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองกลับมาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขอบตาจะแดงก่ำและมีร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัด แต่แววตาคู่นั้นกลับดื้อรั้นจนน่าโมโห
"ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะท่านประธาน" รินรดาเค้นเสียงตอบ ลมหายใจสะท้านไหวเล็กน้อยยามที่เธอสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า "ถ้าการที่ฉันพยายามจะเดินถอยออกมาจากจุดนี้ เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของคุณต้องแปดเปื้อนเพราะผู้หญิงอย่างฉัน... มันถูกมองว่าเป็นการเล่นเกม งั้นฉันก็คงเป็นผู้เล่นที่แย่ที่สุดในโลก"
ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธอ站อยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวแทบจะขาดออกซิเจน
"ถอยออกมา? ใครอนุญาตให้คุณถอย" ทัพพ์ก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาของเขาไหววูบด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนตัดพ้อ "คุณคิดเองเออเอง ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวโดยไม่ถามฉันสักคำ นี่เหรอวิธีที่คุณบอกว่าเราเป็นพาร์ทเนอร์กัน"
"แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ!"
ในที่สุดความอดทนของรินรดาก็ขาดผึง น้ำตาที่กลั้นไว้ตั้งแต่เมื่อคืนรื้นขึ้นมาคลอเบ้า แต่เธอกลับเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้หยดน้ำใสๆ นั้นร่วงหล่นลงมาประจานความอ่อนแอ
"คุณก็เห็นว่าคีย์มันจ้องจะเล่นงานคุณแค่ไหน ข่าวฉาวเรื่องเลขาหน้าห้องกับประธานบริษัทมันจะทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมา! ฉันมันก็แค่พนักงานไร้ค่าคนหนึ่ง ต่อให้ลาออกไป ชีวิตของคุณก็ยังเดินหน้าต่อได้โดยไม่มีรอยขีดข่วน... ทำไมคุณถึงไม่ยอมปล่อยฉันไปเสียทีล่ะคะ!"
น้ำเสียงที่ช่วงท้ายสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มันเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจและความรู้สึกเจ็บปวดที่สะสมมานาน ทัพพ์ชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ได้ยินคำว่า *'ปล่อยฉันไป'* จากปากผู้หญิงคนนี้
หัวใจของเขาเหมือนถูกกระชากอย่างแรง ความโกรธที่คุกรุ่นอยู่เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บแปลบแปลกประหลาด
"ปล่อยเหรอ..." ทัพพ์ทวนคำ เสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน "คุณคิดว่าสำหรับฉันแล้ว... คุณเป็นแค่พนักงานเลขาฯ ที่จะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอ รินรดา"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมเสียงสั่นๆ ของตัวเองให้กลับมามั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจข้างในจะกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาเสมอ
"ถ้าไม่ใช่... แล้วฉันเป็นอะไรสำหรับคุณล่ะคะท่านประธาน" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก ปลายเสียงสั่นพร่า "ตอบฉันมาสิคะ... ถ้าฉันสำคัญสำหรับคุณจริง ๆ ทำไมคุณถึงเอาแต่ผลักไส ทำไมถึงเอาแต่ใช้คำพูดร้าย ๆ เพื่อให้ฉันเจ็บอยู่เรื่อย... ถ้าคุณไม่รู้สึกอะไรเลยตั้งแต่แรก ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ปล่อยให้ฉันได้ไปจากนรกที่คุณสร้างขึ้นมาเสียที!"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองทันที ทัพพ์นิ่งงังไปนาน ราวกับสมองกำลังประมวลผลคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนที่เขาเฝ้าปกป้องไว้ด้วยวิธีที่ผิดเพี้ยนมาตลอด
ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของหญิงสาว หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพความเย็นชาและท่าทีแข็งกร้าวที่เขาเคยใช้กำแพงกั้นไว้ พังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นหยดน้ำตาเม็ดแรกไหลรินลงมาอาบแก้มเนียน
ให้ตายเถอะ... เขานี่มันโง่เง่าสิ้นดี
ทัพพ์เม้มริมฝีปากแน่น มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กมากักตัวเธอไว้ แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบด้วยความน้อยใจ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเตรียมจะหันหลังเดินหนีออกไปจากห้องนี้เพราะทนรับความอัปยศอดสูและสายตาคาดคั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
"หยุดนะ รินรดา" ทัพพ์เอ่ยเสียงเข้ม มือใหญ่คว้าต้นแขนเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะก้าวพ้นโต๊ะทำงาน แรงดึงที่ไม่หนักไม่เบานั้นทำให้ร่างบางเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้างโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายคุ้นเคยสะอาดสะอ้านปะปนกับความร้อนรุ่มจากตัวเขาทำเอาสติของรินรดากระเจิดกระเจิง
"ปล่อยค่ะ! บอกให้ปล่อย..." เธอทุบกำปั้นลงบนอกเขาเบาๆ เพื่อขัดขืน แต่ทัพพ์กลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่มืออีกข้างจะยกขึ้นประคองกรอบหน้าหวานของเธอไว้อย่างมั่นคง นิ้วโป้งหยาบกร้านปาดคราบน้ำตาที่แก้มใสออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยนั้นทำให้รินรดานิ่งงัน ลืมหายใจไปชั่วขณะ
"ใครบอกว่าคุณเป็นแค่นรกที่ฉันสร้าง" ทัพพ์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน นัยน์ตาคมกริบที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดและความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้จนล้นปรี่ "รินรดา... มองตาฉัน"
รินรดาช้อนตาขึ้นมองตามคำสั่งอย่างไม่รู้ตัว หัวใจเต้นรัวโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ปากคุณบอกว่าอยากไป แต่ทำไม... หัวใจคุณถึงเต้นแรงขนาดนี้ตอนที่อยู่ใกล้ฉัน" ทัพพ์เอ่ยต่อ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของเธอ "ฟังให้ดีนะ... ฉันไม่เคยคิดจะปล่อยคุณไปไหนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ว่าไอ้คีย์หรือใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เอาตัวคุณไปจากฉันทั้งนั้น เข้าใจไหม"
คำพูดนั้นหนักแน่นและจริงจังจนรินรดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอก ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทัพพ์กำลังโน้มต่ำลงมาเพื่อจะปิดกั้นความดื้อรั้นของเธอด้วยสัมผัสที่ทั้งคู่ต่างโหยหา...
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ เรื่องภาพถ่ายที่คุณคีย์ปล่อยออกมาเมื่อคืน..."
ร่างของเลขานุการหน้าห้องอีกคนพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนก แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพท่านประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชา กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเลขาสาวคนสนิทในระยะประชิด ชนิดที่ว่าริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่ถึงเซนติเมตร!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก•ตอนที่ 21
น้ำตาที่ไหลนอง
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!