หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสสั่นครึ่กครัักติดต่อกันเป็นครั้งที่สิบของชั่วโมง ชื่อของ "ทัพพ์" ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอพร้อมกับไอคอนสายที่ไม่ได้รับซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนน่ารำคาญ รินรดาปรายตามองมันด้วยหางตาแวบหนึ่ง ก่อนจะยกแก้วกาแฟดำอุ่นจัดขึ้นจิบเพื่อขับไล่ความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดต่ำเกินไป
*เกมยังไม่จบหรอกคุณทัพพ์... ระวังคนใกล้ตัวคุณให้ดี*
คำพูดทิ้งท้ายของคีย์ในคืนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่คำขู่เลื่อนลอย แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่เธอต้องยอมถอยออกมาก่อนที่ไฟบรรลัยกัลป์จะลามเลียแผดเผาตัวเธอและเขาจนมอดไหม้ รินรดารู้ดีว่าการอยู่ข้างกายนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างทัพพ์ เปรียบเสมือนการเดินไต่ลวดสลิงกลางพายุ ทว่าสิ่งที่เธอเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่เกมธุรกิจสกปรกพวกนั้น หากแต่เป็นความจริงที่ว่า... เธอเหนื่อยล้าเต็มทีกับการต้องเป็นเพียง "เงา" ในชีวิตเขา
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูห้องชุดพักอาศัยย่านชานเมืองดังขึ้นในยามวิกาล มันไม่ใช่เสียงเคาะแบบมารยาทงามทั่วไป แต่เป็นการทุบกระแทกเป็นจังหวะรัวๆ ที่บ่งบอกถึงความร้อนรนและอารมณ์คุกกรุ่นของผู้ที่อยู่เบื้องหลังบานประตู
รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ เธอไม่ได้ขยับตัวไปทันที หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำด้วยความระทึก แต่สีหน้ากลับเรียบนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลม
"ริน! เปิดประตู"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามานั้นทรงพลังและเปี่ยมด้วยอำนาจ แม้จะเจือความเหนื่อยหอบและกระแสความหงุดหงิดไว้อย่างชัดเจน แต่มันก็คือเสียงของทัพพ์... ผู้ชายที่เธอบอกตัวเองว่าต้องตัดขาด
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หลังบานประตู
"คุณกลับไปเถอะค่ะ... เอ๊ย กลับไปเถอะครับ ดึกดื่นแบบนี้ ไม่ควรมาอยู่ที่นี่" เผลอหลุดคำพูดคุ้นชินไปนิด แต่เธอก็แก้เกมทัน
"อย่ามาเล่นลิ้นกับผม รินรดา เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" ทัพพ์คำรามลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดปนร้อนรน "คุณกล้าดียังไงถึงปิดเครื่องหนีผม แถมยังกล้าส่งจดหมายลาออกวางไว้บนโต๊ะทำงานหน้าตาเฉย คิดว่าผมจะอนุมัติหรือไง!"
รินรดายืนพิงบานประตู หลับตาลงช้าๆ เพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ปากบอกว่าโกรธ ปากบอกว่าเกลียดความสัมพันธ์ที่คลุมเครือนี้ แต่ทำไม... แค่ได้ยินเสียงหอบหายใจของเขา หัวใจเจ้ากรรมก็แทบจะทรยศความตั้งใจทั้งหมด
"ฉันคิดทบทวนดีแล้วค่ะ... อภัยด้วยครับ ผมหมายถึง... ฉันตัดสินใจดีแล้ว" รินรดาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเผลอแทนตัวเองสับสนกับสรรพนาม "พูดให้ชัดเจนคือ ฉันไม่อยากเล่นเกมบ้าๆ นี่ต่อแล้วค่ะคุณทัพพ์ การเป็นเลขาของคุณมันเกินหน้าที่ไปไกล และฉันก็เบื่อเต็มทีกับการต้องมานั่งระแวงว่าใครจะเอาความลับของเราไปแบล็กเมล"
ด้านนอกเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่มที่ยืนประจันหน้าอยู่ห่างกันเพียงบานไม้กั้น
ทัพพ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังมาตลอดชีวิตพังทลายลงในชั่วพริบตา เขาไม่เคยง้อใคร ไม่เคยต้องลดตัวมาอธิบายอะไรให้ใครฟัง แต่วินาทีนี้ ความคิดที่ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะเดินออกไปจากชีวิตเขา ทำให้หน้าอกข้างซ้ายมันบีบตัวจนเจ็บแปลบราวกับจะหยุดเต้น
"เรื่องคีย์... ผมจัดการเอง" ทัพพ์พยายามกดเสียงให้ต่ำลงเพื่อควบคุมอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน "คุณไม่ต้องสนใจคำขู่ของมัน เปิดประตูให้ผมแล้วเรามาคุยกันดีๆ ริน... อย่าใช้วิธีหนีปัญหาแบบนี้ มันไม่สมเป็นคุณเลย"
"สำนึกช้าไปไหมคะ... เอ่อ สำนึกช้าไปหน่อยมั้งคะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลริน "ตอนที่คุณทำเหมือนฉันเป็นแค่ของตาย ตอนที่คุณปล่อยให้คนอื่นมองฉันด้วยสายตาแบบไหน คุณเคยแคร์ความรู้สึกฉันบ้างไหม? ตอนนี้คุณบอกว่าจัดการได้เหรอคะ? แล้วที่ผ่านมาล่ะ... ปล่อยให้ฉันเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอยู่คนเดียวเนี่ยนะ!"
"ริน!" ทัพพ์กระแทกมือลงกับบานประตูเสียงดังสนั่น ความอดทนของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครขาดผึ่งลง "ผมบอกให้เปิดประตู! อย่าท้าทายความอดทนของผมนะ!"
"เชิญคุณใช้ความอดทนนั้นไปบริหารบริษัทเถอะค่ะ ฉันลาออกแล้ว และต่อให้คุณจะเอาสัญญามาขู่ ฉันก็จะฟ้องศาลแรงงานให้ถึงที่สุด!" รินรดาประกาศกร้าว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกระด้างไว้อย่างเหนียวแน่น "กลับไปซะเถอะค่ะคุณทัพพ์... แฟนสาวในนามของคุณ หรือคู่หมั้นที่คุณผู้หญิงจัดเตรียมไว้ให้ รอคุณอยู่ที่คฤหาสน์นู่น ไม่ใช่มาวิ่งวุ่นอยู่หน้าห้องเช่าโทรมๆ ของเลขาตกงานคนนี้!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง เป็นความเงียบที่น่าอึดอัดและบาดลึกหัวใจของคนทั้งคู่
ทัพพ์ยืนนิ่งสนิท ฝ่ามือที่ทาบอยู่บนบานประตูลดต่ำลง ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบ ความรู้สึกผิดและอารมณ์หวงแหนตีรวนกันจนปั่นป่วน เขาไม่ใช่คนหวานเลี่ยนที่จะพ่นคำรักพร่ำเพรื่อ แต่การกระทำทุกอย่างที่ผ่านมา... เธอมองไม่เห็นเลยหรือไงว่าผู้หญิงคนเดียวที่เขายอมลดอีโก้ให้ก็คือเธอก
รินรดาเองก็ยืนหลังแนบประตู น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงอาบแก้มเงียบๆ เธอรอคอย... รอคอยคำพูดสักคำที่จะรั้งเธอไว้ คำพูดที่ออกจากใจจริง ไม่ใช่คำสั่งหรือการใช้อำนาจกดขี่เหมือนที่เขาชอบทำ
ผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งรินรดาคิดว่าเขาคงยอมแพ้และเดินจากไปแล้ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ขยับถอยหลังออกไปจริงๆ
ความเจ็บปวดวูบหนึ่งแล่นเข้าเกาะกุมหัวใจ เธอยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง... *หวังอะไรอยู่รินรดา? ผู้ชายอย่างทัพพ์ ไม่มีวันง้อใครหรอก*
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก เตรียมจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ทว่า...
แกร๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากกลอนประตูด้านนอก ตามด้วยเสียงเปิดล็อกที่ทำเอาหัวใจเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม!
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ช็อกจนแทบหยุดหายใจเมื่อบานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของคนนอกที่ถือวิสาสะใช้ "กุญแจสำรอง" ที่เขาแอบเก็บไว้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้!
ร่างสูงใหญ่ของทัพพ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบดارดุจพญาอินทรีย์จ้องมองตรงมาที่เธอราวกับจะกลืนกิน ลมหายใจกรุ่นความโกรธและกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายยามค่ำคืนแผ่ซ่านไปทั่วพื้นที่แคบๆ
รินรดาก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แววตาตื่นตระหนกผสมผสานกับความดื้อรั้นฉายชัดบนใบหน้าสวย
"คุณ... คุณเข้ามาได้ยังไง! นี่มันบุกรุกนะ!" เธอหวีดร้องเสียงหลง พยายามคว้าแฟ้มเอกสารมาเป็นโล่กำบัง
ทัพพ์ไม่ตอบคำถาม เขาปิดประตูลงกลอนล็อกแน่นหนาด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว ท่าทางคุกคามและรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกกวางน้อยที่กำลังจนมุมต่อหน้าเสือร้ายผู้หิวกระหาย
"บุกรุกบ้านเลขาตัวเอง ผิดกฎบริษัทตรงไหน" ทัพพ์เอ่ยเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคมปลาบจ้องมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอนิ่งสนิท "ส่วนเรื่องลาออก... ผมยังไม่อนุมัติ และต่อให้คุณจะเอาสัญญาฉีกทิ้ง ผมก็จะจ้างคุณใหม่ด้วยตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม... ตำแหน่ง 'คุณนายประธานบริษัท'"
รินรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดเผด็จการและอารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งตัว
ทัพพ์ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับกำแพงห้อง ไร้ทางหนี ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน
"ส่วนเรื่องที่บอกว่าผมสำนึกช้าไป..." ทัพพ์กระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้จนระเบิดออกมา "งั้นคืนนี้... ผมจะแสดงให้ดูว่า ผม 'สำนึก' และ 'จริงจัง' กับคุณขนาดไหน รินรดา"
สิ้นคำพูดนั้น มือหนาก็รวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงปิดริมฝีปากที่กำลังอ้าจะเถียงด้วยจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาจนเธอกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปในทันที!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก•ตอนที่ 25
สำนึกช้าไปไหม
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!