แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงดังปังนั้นมากพอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที โดยไม่ต้องอาศัยระบบปรับอากาศ
รินรดาลดมือที่กำลังถือแก้วกาแฟลง เธอยังไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารเล่มนั้นด้วยซ้ำ ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบตาเจ้าของความหงุดหงิดตรงหน้าอย่างท้าทาย รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างจงใจยั่วโมโห
"ถ้าคุณทัพพ์จะกรุณาใช้สติปัญญาไตร่ตรองสักนิด คุณน่าจะจำได้นะครับว่านี่เป็นเวลาพักเที่ยง และเอกสารกองนี้ไม่ได้มีกำหนดส่งก่อนบ่ายสาม"
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเนือยๆ เจือแววประชดประชันอย่างไม่คิดจะเกรงกลัว ทัพพ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวจ้องมองเลขาหน้าตายที่นับวันจะยิ่งต่อปากต่อคำเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนเขาอยากจะจับมาตีสักทีสองทีข้อหาหมั่นไส้
"พักเที่ยง?" ทัพพ์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคือง "แต่เมื่อกี้ฉันเห็นเธอหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับคีย์ที่ล็อบบี้ชั้นล่าง สนุกมากไหมล่ะ ถึงกับลืมหน้าที่เลขาส่วนตัวไปเลยหรือไง"
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาไหวระริกด้วยความขบขัน "อ๋อ... ที่แท้ก็แอบมองฉันอยู่หรอกเหรอครับ นึกว่าท่านประธานจะยุ่งจนไม่มีเวลาหายใจเสียอีก"
"รินรดา!"
"คุณคีย์เขาแค่อาสาชวนไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารฝรั่งเศสเปิดใหม่ครับ และฉันก็กำลังจะเดินไปหยิบกระเป๋าพอดี... มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับท่านประธาน" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่า *'ท่านประธาน'* ให้ก้องกังวานในห้องทำงานกว้าง พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชันสายตากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะเธออย่างรวดเร็ว
กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทัพพ์สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว การที่เขาโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะไว้ เป็นการกักขังเธอไว้กลายๆ ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเก้าอี้กับโต๊ะทำงาน สายตาของเขาร้อนแรงเสียจนรินรดาต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ภายนอกเธอจะตีหน้าตายสู้กลับได้อย่างแนบเนียนก็ตาม
"เธอห้ามไป" น้ำเสียงของทัพพ์ไม่อ่อนข้อให้เลยแม้แต่น้อย มันคือคำสั่งเด็ดขาดที่ทรงอำนาจ
"ทำไมฉันต้องฟัง?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันใกล้ชิดทำให้หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะ "ฉันไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณนะคุณทัพพ์ ฉันมีสิทธิ์ที่จะไปไหนมาไหนกับใครก็ได้ ในเวลาส่วนตัวของฉัน"
"แต่คีย์คือคู่แข่งทางธุรกิจของฉัน!" ทัพพ์เผลอตะคอกออกมาด้วยความลืมตัว เมื่อความหึงหวงบดบังเหตุผลจนหมดสิ้น "มันจ้องจะเล่นงานฉันทุกวิถีทาง และเธอก็เป็นเลขาส่วนตัวของฉัน รู้ความลับบริษัทครึ่งต่อครึ่ง ถ้ามันเข้าหาเธอเพื่อขโมยข้อมูล เธอยังจะโง่เดินตามมันไปอีกเหรอ!"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมของชายหนุ่ม เธอกำลังพยายามค้นหาความจริงเบื้องหลังคำพูดนั้น ว่ามันมาจากความเป็นห่วงเรื่องงาน... หรือมาจากความหึงหวงส่วนตัวกันแน่
"คุณกลัวข้อมูลบริษัทรั่วไหล... หรือกลัวว่าฉันจะไปสนิทกับคนอื่นมากกว่าคุณกันแน่ครับ?" รินรดาถามเสียงแผ่วเบา แต่คมกริบราวกับมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง
ทัพพ์ชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่ววินาที ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เอ่ยคำถามเย้าแหย่นั้น หัวใจข้างซ้ายกระหน่ำเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังแสดงอาการน่าสมเพชขนาดไหนสำหรับคนปากแข็งอย่างเขา แต่ให้ตายเถอะ... แค่คิดว่ารินรดายิ้มให้ผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่เขา เขาก็แทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว
"อย่าสำคัญตัวผิดไป รินรดา" ทัพพ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง "ฉันแค่ไม่อยากให้บริษัทเสียชื่อเสียงเพราะความใจง่ายของเลขารักสนุกอย่างเธอ"
*เพี๊ยะ!* ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงประชดในใจของรินรดาที่ดังลั่น เธอแค่นยิ้มออกมาเบาๆ ความหวMความหวงแบบซึนๆ ของเขา มันช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะแกล้งให้หนักกว่านี้
"งั้นเหรอครับ... งั้นแปลว่าฉันมีอิสระเต็มที่สินะ งั้นฉันขอตัวไปทานมื้อเที่ยงกับคุณคีย์ล่ะครับ ป่านนี้เขารอแย่แล้ว" รินรดาพูดจบก็ทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไปทางด้านข้าง
แต่ทัพพ์ไวกว่า เขาคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่เด็ดขาดพอที่จะหยุดฝีเท้าของเธอไว้ได้ รินรดาหันกลับมามองด้วยความตกใจ ดวงตาประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ว่าสามารถนับขนตาของกันและกันได้
"ฉันบอกว่า... ห้ามไป" ทัพพ์กระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง"
"ปล่อยนะคุณทัพพ์!" รินรดาพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดึงเขาก็ยิ่งรั้งแน่นขึ้น จนร่างทั้งร่างแทบจะเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่แล้ว "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันแบบนี้!"
"มีสิทธิ์ส-..."
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในห้องทำงานอย่างไม่รู้เวลาน้ำเวลาร่ำ ทัพพ์และรินรดาสะดุ้งผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน รินรดารีบจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว ขณะที่ทัพพ์ถอยหลังกลับไปยืนพิงโต๊ะทำงานด้วยใบหน้าถมึงทึง ปรับโหมดกลับมาเป็นท่านประธานผู้เยือกเย็นได้อย่างรวดเร็วราวนักแสดงมืออาชีพ
"เข้ามา!" ทัพพ์ตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่ต้องถูกขัดจังหวะสำคัญ
ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงโปรดของบุคคลมาใหม่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่มุมปาก คีย์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ สายตากวาดมองสำรวจเลขาหน้าตายและท่านประธานหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็นด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
"ขอโทษทีครับท่านประธาน... พอดีผมนัดกับคุณรินรดาไว้ว่าจะพาไปทานมื้อเที่ยง ไม่ทราบว่า... ผมมารบกวนเวลา 'งานด่วน' ของพวกคุณหรือเปล่าครับ?"
รินรดานิ่งค้างไปทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ส่วนทัพพ์หรี่ตาลงมองคู่ปรับตัวฉกาจด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม
ผมยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นและติชมจากรี้ดเดอร์ทุกท่านด้วยความเคารพครับ
คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก•ตอนที่ 6
กฎของเลขาส่วนตัว
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!