คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก•ตอนที่ 10

รอยจูบที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
แสงไฟฉายสีขาวนวลจากโทรศัพท์มือถือของคีย์สาดเข้าหากันเต็มตา ราวกับสปอตไลท์บนเวทีละครสัตว์ที่จงใจเปิดเผยฉากน่าอับอายที่สุดในค่ำคืนนี้ ทัพพ์ขยับตัวด้วยสัญชาตญาณดิบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างบางของรินรดาไว้มิดชิดในเสี้ยววินาที ความอบอุ่นจากแผ่นอกกว้างที่ยังคงแนบชิดติดกับแผ่นหลังของเธอเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงความเย็นเยียบของอากาศยามวิกาลและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่ยังติดปลายจมูก "อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการตรวจงาน 'นอกรอบ' ของท่านประธานกับเลขาฯ คนเก่งสินะครับ" เสียงกวนประสาทของคีย์ลากยาว พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูน่ารังเกียจเป็นที่สุด ร่างโปร่งของคู่แข่งทางธุรกิจก้าวพ้นมุมตู้เอกสารออกมา แสงไฟจากจอมือถือส่องสะท้อนแววตาสมเพชและเจ้าเล่ห์ คีย์ไม่ได้พกพาความเกรงใจมาด้วยเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นสภาพกระดุมเสื้อเชيرตัวบนของทัพพ์ที่หลุดรุ่ย กับเส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากว้างขึ้น ทัพพ์แค่นเสียง 'หึ' ในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอันตราย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความรำคาญใจที่ฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ถ้าตาไม่บอดจนเกินไป ก็น่าจะมองเห็นว่าประตูมันล็อค และเรากำลังติดอยู่ข้างใน... คีย์" ทัพพ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บาดลึกจนอีกฝ่ายชะงักรอยยิ้มไปนิด "หรือสมองของคุณประมวลผลได้ช้ากว่าคนปกติ ถึงแยกแยะไม่ออกว่านี่คืออุบัติเหตุ ไม่ใช่สถานที่อภิรมย์" "อุบัติเหตุเหรอครับ? กอดกันกลมเป็นปาท่องโก๋ขนาดนั้น แถมหน้ายัง..." คีย์จงใจเว้นวรรคสายตาพุ่งตรงไปยังริมฝีปากของรินรดาที่แดงเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "โอ้... ดูท่าทางคุณเลขาฯ จะเหนื่อยกับการติดอยู่ในห้องนี้น่าดูนะครับ หน้าแดงเชียว" รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของทัพพ์สูดหายใจเข้าลึกเรียกสติ ความตื่นตระหนกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิด เธอเกลียดรอยยิ้มเยาะเย้ยของคีย์เป็นที่สุด มือเรียวขยับจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเท้าพ้นเงาร่างสูงของเจ้านายออกมาเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ด้วยท่าทีนิ่งสงบเกินคาด "ขอบคุณที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของดิฉันค่ะ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันติดนิสัยเรียกตามมารยาท" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่ามารยาทด้วยรอยยิ้มหวานหยดแต่เย็นเยียบในแววตา "แต่เผื่อคุณคีย์จะความจำสั้น ตึกนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเรา ท่านประธานจะตรวจงานส่วนไหน เวลาไหน หรือติดอยู่ตรงซอกหลืบไหน มันก็ไม่ใช่กงการอะไรที่คุณจะต้องมาเดือดร้อนตามสืบ... หรือว่างานที่บริษัทตัวเองมันว่างมาก จนต้องมาเดินส่องไฟหาเศษหาเลยแถวนี้คะ?" คำพูดเจ็บแสบแต่สุภาพเรียบร้อยของรินรดาทำเอาคีย์หุบยิ้มฉับ สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึงตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคมแข็งกร้าวขึ้นด้วยความโกรธ "ปากเก่งดีนี่รินรดา หวังว่าเวลาที่ชื่อเสียงของคุณกับเจ้านายรักๆ ใคร่ๆ หลุดออกไปตามหน้าสื่อ พรุ่งนี้เธอจะยังรักษาปากดีๆ แบบนี้ไว้ได้นะ" คีย์ขู่เสียงลอดไรฟัน เขายกมือถือขึ้นทำท่าเหมือนจะกดถ่ายรูปหรืออัดวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ทไวไลท์แห่งความอดทนของทัพพ์ขาดผึ่งลงตรงนั้น ร่างสูงก้าวประชิดตัวคีย์ด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายผถะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือใหญ่คว้าข้อมือของคีย์ที่ถือมือถืออยู่บีบไว้แน่นจนเครื่องแทบหลุดมือ แรงกดดันมหาศาลจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจเลือดเย็นแผ่พุ่งจนคีย์หน้าซีดเผือด "แกอยากลองดีกับฉันใช่ไหม คีย์" ทัพพ์กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นออกมาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ "ถ้าภาพหรือคลิปห่วยๆ ของแกหลุดออกไปแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะทำให้บริษัทครอบครัวแกไม่เหลือแม้แต่เศษอิฐก่อสร้างไว้ซุกหัวนอน... ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วซ้อมแกตรงนี้" สายตาที่ทัพพ์ใช้มองคีย์ในตอนนี้ไม่ใช่สายตาของนักธุรกิจคู่แข่ง แต่มันคือสายตาของนักล่าที่พร้อมจะขยี้เหยื่อให้แหลกคามือ คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันที่แท้จริงของทัพพ์ เขาพยักหน้ารับอย่างจำยอม ทัพพ์จึงสะบัดข้อมือนั้นออกอย่างรังเกียจ "ฝากไว้ก่อนเถอะ..." คีย์กัดฟันกรอด หันหลังเดินจ้ำอ้าวหายลับไปทางบันไดหนีไฟอย่างรวดเร็ว ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องโถงมืดทึบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ท่ามกลางแสงสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉิน รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด เธอหันไปมองประตูทางออกที่ตอนนี้ช่างดูไกลเหลือเกิน "ขอบคุณค่ะ... ที่ช่วยจัดการ" ทัพพ์ไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของเธอในความมืด สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนอ่านไม่อציว่ากำลังคิดอะไรอยู่ บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนาแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อเหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านพ้นไป ความทรงจำเรื่อง 'จูบ' ก่อนหน้านี้ก็พุ่งกลับเข้ามาในหัวของรินรดาอย่างเลี่ยงไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง เธอเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น พยายามทำเป็นสนใจรอยเปื้อนบนผนังปูน "เรื่องเมื่อกี้..." ทัพพ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนกว่าปกติ "ที่ประตูนั่น..." รินรดาหันกลับมาขมวดคิ้วใส่ทันที สมองประมวลผลไปล่วงหน้าว่าเขาคงจะหาทางแก้ตัวหรือเฉไฉตามฟอร์มของคนปากแข็ง "ถ้าท่านประธานจะบอกว่ามันเป็น 'อุบัติเหตุ' อีก ดิฉันแนะนำให้หาข้ออ้างใหม่นะคะ เพราะเมื่อกี้เราอยู่กันสองคน และคุณก็..." "ฉันไม่ได้จะบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ" ทัพพ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาจริงจังจนรินรดาชะงัก คำพูดที่เตรียมจะเถียงต่อกลืนหายไปในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ทีละก้าว... ทีละก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังเย็นเฉียบ แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของทัพพ์ ทำให้เงาของเขาทาบทับร่างเธอไว้จนหมดสิ้น สัมผัสจากไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาล้อมกรอบเธอไว้ทุกด้าน "ฉันหมายความว่า..." ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบชิดริมหูจนเส้นผมของเธอไหวตามแรงลมหายใจ "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้มันจบแค่นั้นต่างหาก" รินรดาเบิกตากว้าง หายใจติดขัด สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน ทัพพ์ไม่ได้เว้นระยะห่างเหมือนทุกครั้ง มือใหญ่อยู่ไม่สุขเอื้อมไปแตะที่เอวบางของเธอโดยอัตโนมัติ รั้งเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะแต่ไร้ซึ่งการต่อต้าน "คุณทัพพ์..." เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกระซิบ เมื่อปลายนิ้วเรียวของเขาbeginningเกลี่ยไล้กรอบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์เย็นชาโดยสิ้นเชิง ทัพพ์มองริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอนิ่งนาน แววตาคมกริบฉายประกายความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานานนับเดือน ปากหยักขยับจะเอ่ยบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายตามนิสัยซึนเดระของตัวเอง "เดี๋ยว... คือฉัน..." รินรดารวบรวมสติเฮือกสุดท้ายยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้ แต่ทัพพ์กลับจับข้อมือนั้นไว้แนบกับอกของเขาแทน เพื่อให้เธอรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะของเขา "เงียบก่อนน่า..." ทัพพ์กระซิบเสียงพร่า สายตาจับจ้องริมฝีปากเธอไม่วางตา "ถ้าเธอพูดขึ้นมาอีกคำเดียว... ฉันจะจูบเธอซ้ำอีกรอบจริงๆ ด้วย" ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอกนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกับระบบสปริงเกอร์บนเพดานที่พ่นน้ำเย็นเฉียบลงมาใส่หัวของทั้งคู่เต็มแรง! รินรดาหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ขณะที่ทัพพ์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียพร้อมกับดึงเธอกอดไว้แนบอกเพื่อบังน้ำให้ แต่วินาทีที่น้ำเย็นสาดกระเซ็นลงมาโดนตัว ทั้งคู่หันหน้ามาสบตากันในระยะประชิดที่ปลายจมูกชนกันพอดี และก่อนที่ทัพพ์จะทันได้พูดอะไรแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับไฟฉายหลายดวงก็สาดส่องเข้ามาทางโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ดังแทรกเสียงสัญญาณเตือนภัยเข้ามา— "เฮ้ย! มีใครติดอยู่ตรงนั้นหรือเปล่าครับ!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความเปียกปอนและหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%