แฟ้มเอกสารปกหนังแท้สีดำสนิทถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองเสียงดังสนั่น สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทัพพ์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปสีชาโคลดูคุกคามราวกับเสือดาวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาดุดัน แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับไม่ใช่ความตื่นกลัวอย่างที่ควรจะเป็น
รินรดายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เบาะหนัง รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอเปรียบเสมือนอาวุธลับที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนแฟ้มรายงานการเงินรอบไตรมาสที่เพิ่งถูกโยนลงมา ราวกับเธอดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทเสียเอง ไม่ใช่เลขาฯ ส่วนตัวที่กำลังถูกเรียกมาตักเตือน
"คุณทัพพ์โยนของแบบนี้ใส่ผม... เอ่อ หมายถึงใส่ดิฉัน ระวังเอกสารข้างในจะเสียหายนะครับ หรือว่าคุณตั้งใจจะฟ้องล้มละลายบริษัทตัวเองทางอ้อมอยู่แล้ว"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เจือแววเย้ายวนกวนประสาทเอ่ยขึ้น รินรดาจงใจเปลี่ยนสรรพนามเล่นลิ้นเพื่อกวนอารมณ์เขาโดยเฉพาะ เธอรู้ดีว่าจุดไหนคือสวิตช์เปิดโหมดหัวเสียของท่านประธานหนุ่ม และเธอก็ไม่เคยลังเลที่จะกดมันเล่นเลยสักครั้ง
"รินรดา!" ทัพพ์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "คุณยังมีอารมณ์มาเล่นลิ้นเหรอ? รายงานการประชุมกับกลุ่มทุนจากสิงคโปร์เมื่อวานนี้ คุณสรุปมาแบบนี้ได้ยังไง ตัวเลขส่วนลดเจ็ดเปอร์เซ็นต์นั่นมันหายไปไหน หรือว่าสมองคุณฝ่อไปพร้อมกับกาแฟแก้วแรกของวันกันแน่"
คำพูดเชือดเฉือนที่มักใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจถูกงัดมาใช้กับเธอ แต่รินรดากลับไม่สะท้านแม้แต่น้อย เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรับความสูงให้ทัดเทียมกับเขา แม้ส่วนสูงจะยังต่างกันอยู่พอสมควร แต่รัศมี
ความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้คนตัวโตกว่าต้องชะงักไปชั่วขณะ
"สมองดิฉันยังใช้งานได้ดีเยี่ยมครับคุณทัพพ์ และจำได้แม่นยำเสียด้วยว่า ตัวเลขเจ็ดเปอร์เซ็นต์ที่หายไปนั่น ดิฉันไม่ได้ทำมันหาย..." รินรดาเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอีกนิดจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ดิฉันเป็นคน 'ตัด' มันออกเอง ตามคำสั่งที่คุณเคยบอกไว้เมื่อสามเดือนก่อน ว่าอย่าไปยอมให้พวกเค้าเอาเปรียบแม้แต่เซนต์เดียว... หรือว่าคุณความจำเสื่อมจนลืมคำพูดตัวเองไปแล้วครับท่านประธาน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างทันที ทัพพ์อ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาทีเมื่อสมองประมวลผลคำพูดของเธอทัน เขาจำได้... เขาเคยพูดประโยคบ้าๆ นั้นจริงๆ ในวันที่หัวเสียกับดีลอื่น แต่ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะจำมันได้แม่นแถมยังเอามาตอกหน้าเขาได้อย่างเจ็บแสบที่สุด
ใบหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เริ่มมีริ้วAรอยของความเก้อเขินผสมความหงุดหงิดแล่นพล่าน ทัพพ์เม้มปากเป็นเส้นตรง พยายามหาคำพูดมาโต้แย้งแต่ติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อเจอสายตาดื้อรั้นคู่นั้นมองมา ร่างสูงทำได้เพียงยืนนิ่งสนิท พูดไม่ออกบอกไม่ถูกไปชั่วขณะ ราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุกพูดไม่ออก
รินรดาเห็นท่าทีอึกอักนั้นแล้วก็ลอบยิ้มในใจ ความสะใจแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าสวย เธอยกมือขึ้นกอดอก มองดูเสือร้ายที่กำลังกลายร่างเป็นแมวขี้หงุดหงิดด้วยความขบขัน
"ถ้าไม่มีอะไรจะแก้ตัว... เอ่อ หมายถึงถ้าไม่มีคำสั่งอื่นเพิ่มเติม ดิฉันขอตัวไปเคลียร์งานต่อนะครับ" เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' เพื่อยั่วโมโหเขาอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานหน้าห้องของตน
ทัพพ์ได้สติในเสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณความหวงก้างและอาการใจสั่นแปลกๆ ที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาเธอทำท่าจะเดินหนี สั่งการให้ร่างกายเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด มือหนาเอื้อมคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นก่อนที่เธอจะก้าวพ้นขอบโต๊ะ
แรงดึงทำให้รินรดาเซถลินเข้าหาแผงอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากร่างกายของเขาโอบล้อมเธอไว้ในชั่วพริบตา ใบหน้าของเธอเกือบชนเข้ากับกระดุมเสื้อสูทของเขา ปลายจมูกแทบจะสัมผัสกับลาดไหล่กว้าง หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวดรัมมิน
"ปล่อยนะครับคุณทัพพ์ เล่นบ้าอะไรเนี่ย" รินรดาเงยหน้าขึ้นต่อว่า ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อพบว่าใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใคร
ทัพพ์ไม่ยอมปล่อย เขากลับกระชับมือที่จับข้อมือเธอให้แน่นขึ้น ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกريบที่เคยดุดัน บัดนี้กลับเจือแววเว้าวอนและประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงอย่างกะทันหันจนคนมองใจกระตุก
"ปากเก่งนักนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอشกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนรินรดาต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และวาบหวามแปลกประหลาด "พูดจาแบบนี้... อยากให้ผมลงโทษคุณด้วยวิธีไหนดีล่ะ หื้ม?"
น้ำเสียงทุ้มพร่าและแววตาคู่คมที่มองมาทำเอารินรดาพูดไม่ออก เธอนิ่งอึ้งไปกับบรรยากาศที่เปลี่ยนผันอย่างรวดเร็ว เคมีรอบตัวพวกเขาร้อนระอุขึ้นจนน่ากลัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้สมองของเธอกลายเป็นสีขาวโพลน
ทัพพ์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาเมื่อครู่ด้วยสายตากลืนกิน หัวใจของเขาเองก็เต้นระรัวไม่แพ้กัน ยิ่งใกล้ ยิ่งห้ามใจไม่ไหว เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงไปปิดริมฝีปากดื้อรั้นนั้นเพื่อหยุดคำพูดกวนประสาททั้งหมดให้สิ้นเรื่อง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันราวกับทำลายมนต์สะกด และก่อนที่ทั้งสองจะได้ผละออกจากกัน ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปร่งของ 'คีย์' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาสีสนิมกวาดมองภาพคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันบนโต๊ะทำงานด้วยแววตาสสมเพชแกมสนุกสนาน
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของคุณทัพพ์กับเลขาฯ คนเก่งเข้าสินะครับ พอดีผมมีเรื่อง 'สำคัญมาก' ที่อยากจะเอามาปรึกษาคุณซะหน่อย... เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ลับๆ ของพวกคุณสองคนนั่นแหละ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก•ตอนที่ 3
ปากร้ายไม่เท่าใจสั่น
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!