คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก•ตอนที่ 12

เมื่อเลขาสาวสู้กลับ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงาน เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... คีย์ คุณยังไม่กลับบ้านอีกเหรอครับ หรือว่าติดใจบรรยากาศออฟฟิศยามวิกาลจนไม่อยากกลับไปนอนคอนโดหรูของคุณกันแน่" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเจือรอยเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน คีย์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัทด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปากหนา สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังล่าเหยื่อ โดยเฉพาะเมื่อหยุดลงที่เสื้อสูทตัวนอกของทัพพ์ที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ทำงาน "ผมก็แค่เป็นห่วงท่านประธานกับเลขาคนเก่ง..." คีย์ลากเสียงยาว จงใจเน้นคำว่า *เลขาคนเก่ง* ให้มีเลศนัย "เห็นไฟยังสว่างคาตาอยู่ นึกว่ากำลังประชุมเครียดเรื่องโปรเจกต์ใหญ่กันเสียอีก ใครจะไปคิดล่ะครับว่า... จะมาเจอคุณรินรดาอยู่ลำพังกับคุณทัพพ์ในสภาพที่..." สายตาของคีย์เหลือบมองไปยังประตูห้องพักผ่อนด้านในที่เชื่อมต่อกับห้องทำงาน ซึ่งแง้มเปิดอยู่เล็กน้อย เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งของทัพพ์ที่กำลังก้าวออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมปลาบฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ทัพพ์กวาดสายตามองไอ้ตัวปัญหาที่บังaชาญเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวด้วยความรู้สึกอยากจะซัดหมัดใส่สักที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับเครื่องปรับอากาศที่เร่งความเย็นจนถึงขีดสุด "ถ้าไม่มีเรื่องงานด่วนอะไร คีย์... เชิญกลับไปครับ ประตูทางออกอยู่ตรงนั้น" ทัพพ์เอ่ยเสียงต่ำ กรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน คีย์หัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว ท่าทีของประธานหนุ่มในยามนี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าข่าวลือที่เขาสืบมานั้นมีมูลความจริง เก้าอี้เลขาฯ หน้าตายคนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่จัดตารางนัดหมายแน่ๆ "ผมแค่อยากจะมาเตือนด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนร่วมวงการธุรกิจนะครับคุณทัพพ์ ช่วงนี้ข่าวฉาวเรื่องผู้บริหารกับพนักงานใต้บังคับคบหากันกำลังเป็นที่วิจารณ์ในบอร์ดบริหาร ถ้ามีภาพหลุดออกไป... เกรงว่าเก้าอี้ประธานของคุณอาจจะสั่นคลอนเอาได้ง่ายๆ นะครับ" คีย์จงใจกดเสียงต่ำ ทิ้งระเบิดลูกย่อมไว้กลางห้อง รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ออกมา เธอไม่อาจทนยืนฟังคนประเภทนี้มาชี้นำและข่มขู่ด้วยวิธีสกปรกได้อีกต่อไป หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าทัพพ์ไว้กึ่งหนึ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสบตากับคีย์อย่างไม่เกรงกลัว "ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่ 'ล้นเหลือ' จนน่ารำคาญของคุณนะคีย์ แต่คิดว่าบริษัทเราคงไม่ต้องรบกวนให้คู่แข่งทางการค้ามาช่วยสอดส่องเรื่องภายในหรอกครับ... หรือว่าที่โปรเจกต์ล่าสุดของคุณมันแย่มาก จนคุณต้องมานั่งกังวลเรื่องใต้สะดือคนอื่นแทนที่จะไปแก้ปัญหาของตัวเองกันแน่?" คำพูดเชือดเฉือนแบบนิ่มๆ แต่เจ็บลึกถึงกระดูกดำทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์กระตุกวูบ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ปากเก่งนักนะรินรดา ระวังตัวไว้เถอะ คนที่มั่นใจมากๆ มักจะตกลงมาเจ็บที่สุด" คีย์ขู่ลอดไรฟัน "ถ้าจะรอให้คุณมาเตือนสติ ฉันคงตกเป็นเหยื่อเกมสกปรกของคุณไปนานแล้วครับ เชิญครับ... เชิญออกไปจากห้องก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปจริงๆ" รินรดาผายมือไปยังประตูอย่างสุภาพ แต่สายตาเฉียบคมดุจใบมีดโกนนั้นเฉียบขาดจนคีย์ต้องยอมถอยกรูด เมื่อประธานปิดล็อกประตูห้องทำงานลงจนสนิท เสียงถอนหายใจยาวเหยียดก็หลุดออกมาจากปากของทัพพ์ ชายหนุ่มหันกลับมามองเลขาตัวแสบที่กล้าต่อปากต่อคำกับแขกไม่ได้รับเชิญเมื่อครู่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ใครใช้ให้เธอไปต่อปากต่อคำกับมันแบบนั้นอันตรายรู้บ้างไหม" ทัพพ์เอ่ยดุ เสียงทุ้มต่ำเจือความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดตามเคย รินรดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของชายหนุ่ม "แล้วใครใช้ให้คุณทำตัวน่าสงสัยจนเขาเอามาเป็นจุดอ่อนโจมตีล่ะคะคุณทัพพ์? หรือว่าที่คุณหงุดหงิดใส่ฉันตอนนี้ เป็นเพราะกลัวความลับของเราจะรั่วไหลจริงๆ?" ทัพพ์ชะงัก ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี แผงอกกว้างกั้นขวางเธอไว้จากโลกภายนอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบ "ความลับเหรอ?" ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาจนชิด กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู "เธอคิดว่าฉันกลัวคนอื่นรู้เรื่องของเรา... หรือจริงๆ แล้ว ฉันกำลังหงุดหงิดที่ไอ้เวรนั่นเข้ามาขัดจังหวะเวลาที่เราควรจะได้คุยกันให้รู้เรื่องกันแน่?" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความกล้าหาญทั้งหมดที่ใช้ต่อกรกับคีย์เมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาร้อนแรงที่ทัพพ์ส่งมาให้ในระยะประชิดนี้ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้สมองของเธอเริ่มรวนเร "คุณทัพพ์..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดันแผงอกเขาออกเบาๆ "เราไม่ได้มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกันเป็นพิเศษเสียหน่อย..." "โกหก" ทัพพ์ขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและลึกซึ้งจนน่าใจหาย มือหนาเอื้อมไปกุมข้อมือเรียวของเธอไว้ตรึงไว้กับโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ผิวเนื้ออ่อนนุ่มเบาๆ อย่างลืมตัว "ปากเธอบอกว่าไม่อยากอยู่ใกล้ฉัน ปากเธอบอกว่าจะลาออกทุกวัน... แต่ทำไมตอนที่ไอ้คีย์มันพูดเรื่องเรา เธอกลับยืนบังฉันไว้ ทำไมเธอถึงไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้งว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน?" รินรดาชะงัก เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อซ่อนความหวั่นไหว เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่มักจะฉายแววเย็นชา แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยความเว้าวอนและร้อนรนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "เพราะฉันขี้เกียจตอบคำถามโง่ๆ ของคนอื่นต่างหาก..." เธอยังคงรักษาสิทธิ์ความเป็นคนปากแข็งไว้ได้ แม้เสียงจะเริ่มสั่นพร่า "งั้นตอบคำถามของฉันหน่อยสิ..." ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับแก้มนวล "ถ้าฉันไม่ได้เย็นชาใส่เธอ... ถ้าฉันบอกว่าทุกครั้งที่เธอขู่จะลาออก หัวใจฉันมันกระวนกระวายจนแทบทำงานต่อไม่ได้... เธอจะยังกล้าพูดคำว่าลาออกอีกไหม?" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้ห้องทำงานกว้างใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงัน รินรดานิ่งค้าง สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เธอมองเขาด้วยความไม่เชื่อหู นี่หรือคือประธานหนุ่มผู้เย็นชาและปากร้ายคนนั้น? ทัพพ์เห็นเธอนิ่งอึ้งไป เขาก็ยิ่งใจร้อน มืออีกข้างยกขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวของเธอไว้เบื้องหน้า บังคับให้เธอต้องสบตาเขาโดยไม่มีทางหลบหนี น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นออดอ้อนและจริงจังในคราเดียวกัน "ตอบฉันมาสิรินรดา... หรือว่าเธอเองก็..." ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับไฟสำรองสีแดงฉานที่กะพริบวับวาบไปทั่วทั้งชั้นอย่างไร้สัญญาณเตือนล่วงหน้า! ทัพพ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหัวเสียสุดขีด สบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจเมื่อจังหวะสำคัญถูกทำลายลงอีกครั้ง ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติ *[ประกาศฉุกเฉิน... ตรวจพบกลุ่มควันหนาแน่นบริเวณชั้นใต้ดิน ระบบรักษาความปลอดภัยกำลังดำเนินการตรวจสอบ ขอให้พนักงานทุกท่านอพยพออกจากอาคารทันที]* รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากทักท้วง ประตูห้องทำงานที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาเมื่อครู่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก... "คุณทัพพ์ครับ! แย่แล้วครับ ระบบไฟสำรองถูกตัดขาดโดยไม่ทราบสาเหตุ และที่สำคัญ..." ________________________________________ *ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ* — **ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ**
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%